เวลาเราไปซื้อน้ำเต้าหู้ บางทีทิ้งไว้สายๆ ทานไม่ได้ก็มี บางทีน้ำก็ใสหนองแหนง บางเจ้าก็ใส่นมข้นผสมลงไป บางเจ้าก็ใส่แป้งถั่วเหลืองผสมลงไป ขาดรสชาติไปหมด
ส่วนผสม 1. ถั่วเหลืองสำหรับทำน้ำเต้าหู้ ที่ควรนำมาใช้ ให้ซื้อแบบเม็ด อย่าซื้อแบบซีก ความเข้มข้นของถั่วเหลืองจะแตกต่างกัน
2. ถั่วลิสงเม็ดเล็ก
อัตตราส่วนผสม ถั่วเหลืองเม็ด 1 ขีด ( 100 กรัม ) ต่อ ถั่วลิสงเม็ดเล็ก 50 ครึ่งขีด ( 50 กรัม ) นำมาแช่น้ำรวมกัน ประมาณ 2ชม. ถ้าต้องการกากถั่วเหลืองกับกากถั่วลิสงไว้ทำขนมต่อ ให้ขยี้เปลือกถั่วทั้งสองชนิด เปลือกทิ้งไป เอาแต่เนื้อถั่วไปปั่นรวมกัน
วิธีทำ 1.นำถั่วทั้งสองชิ้นใส่โถปั่น ต่อน้ำ 1000 ซีซี ถ้าคนไม่ชอบเข้มข้น จะเพิ่มปริมาณน้ำไปอีกก็ได้
2. ใช้ผ้าขาวบางกรอกกาก บีบกากให้หมดน้ำ
3. นำน้ำเต้าหู้ที่คั้นกากามาแล้วตั้งเตาไฟให้เดือดก่อน พอเดือดแล้ว ใช้ไฟอ่อนสุด ตั้งไฟเคี่ยวไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีฝ้าของน้ำเต้าหู้ลอยขึ้นมา ถือว่านำมาทานได้แล้ว สูตรนี้ น้ำเต้าหู้จะสีเหมือนนมสด สีไม่เหมือนน้ำเต้าหู้แบบท้องตลาด กลิ่นก็หอมเหมือนนมสด ชอบหวาน ชอบเค็ม ให้มาเติมใส่ข้างนอก อย่าใส่ลงไปในหม้อ น้ำเต้าหู้ที่ต้มไว้จะเก็บไว้ได้นาน ยิ่งเคี่ยวได้นานเท่าไหร่ น้ำเต้าหู้ยิ่งมีรสชาติเข้มข้น
สำหรับกากถั่วที่นำมาแยกไว้ ให้นำไปใส่กระทะเทปล่อน ตั้งไฟอ่อนๆ คั่วไปเรื่อยๆ พอเริ่มแห้ง ให้ใส่เกลือเล็กน้อย น้ำตาลทรายเล็กน้อย คั่วไปจนเหลือง แห้งสนิท เมื่อนำมาทานจะหวานๆ เค็มๆ มันๆ ที่เคี้ยวแล้วมันๆ เพราะมีส่วนผสมของถั่วลิสงอยู่ หรือจะนำไปผสมกับถั่วเหลืองเสี้ยวทำถั่วกวนก็ได้

ธ.ค. 10, 2012 @ 14:47:16
น่าสนใจมากครับ
ธ.ค. 01, 2012 @ 06:58:38
ทำแล้วทำไมถึงขมค่ะ
ต.ค. 31, 2012 @ 08:03:51
ทำเองไม่อาอร่อยค่ะซื้อเองอร่อยดี
ต.ค. 12, 2012 @ 05:46:45
ผมก็ชอบดื่ม ครับ แต่อยากถามว่า จะเก็บอย่างไรให้ได้นานๆๆ หรือจะต้องใส่สารอะไรเพิ่มเพื่อให้เก็บได้นาน
E-mail : jeerapong_j@hotmail.com
ต.ค. 12, 2012 @ 13:45:31
ที่ว่านาน นานแค่ไหนหรือคะ
ก.ย. 28, 2012 @ 09:20:33
รบกวนขอสูตรทำน้ำเต้าหู้หน่อยค่ะ
ก.ย. 21, 2012 @ 08:43:43
สวัสดีค่ ชื่อแตนะคะ พอดีตอนนี้กำลังจะทำน้ำเต้าหู้ขายค่ะ แต่ยังไม่มีความรู้อะไรเลยรบกวนช่วยติดต่อเข้ามาได้มั๊ยคะnapapa2530@hotmail.com
ก.ย. 07, 2012 @ 06:04:06
รับปรึกษาเรื่องน้ำเต้าหู้ค่ะ 088 – 982 – 8659
ก.ย. 07, 2012 @ 06:02:20
รับปรึกษาปัญหาเรื่องน้ำเต้าหู้ค่ะ 088 – 982 – 8659
ก.ค. 21, 2012 @ 17:00:31
ขอบคุณทุกวิธิที่แบ่งปันให้ได้อ่านกัน
ก.ค. 20, 2012 @ 14:49:47
อยากทำน้ำเต้าหู้ขายค่ะ รบกวนช่วยบอกสูตรตู่ด้วยนะค่ะ 089-8885351
ก.ค. 13, 2012 @ 06:43:41
ตอนนี้อยากมีรายได้ กำลังหาสูตรน้ำเต้าหู้สำหรับขาย ช่วยแนะนำหน่อยค่ะ
พ.ค. 25, 2012 @ 12:52:30
ดีคับ
เม.ย. 18, 2012 @ 15:08:20
ได้อ่านทุกๆ ความเห็นแล้วได้เกล็ดความรู้มากมาย คือตอนนี้กำลังจะทำน้ำเต้าหู้ขายค่ะ จึงอยากปรึกษาพี่ๆ เพราะพี่มีประสบการณ์ตรงเห็นข้อดีข้อเสีย ทั้งในการทำและการค้าขาย จึงอยากได้ข้อแนะนำในการทำน้ำเต้าหู้เพื่อการขาย รบกวนด้วยนะค่ะ ขอบคุณค่ะ namfon_1015@hotmail.com ค่ะ
เม.ย. 19, 2012 @ 02:21:06
ลองทำด้วยตัวเองดูก่อนสิคะ ทำแบบใช้เวลาน้อย ใช้ถั่วเหลืองชนิดเสียวหรือแบ่งครึ่ง แบบไม่เต็มเม็ด ใช้เวลาแช่น้ำในระยะสั้นๆ
ถ้าเป็นแบบเม็ดเต็มๆ จะใช้เวลาแช่น้ำนานมากกว่ากันหน่อย ลองใช้ดูทั้งสองแบบก็ได้ค่ะ จะได้เห็นถึงความแตกต่าง
เวลาลองทำ เริ่มต้นจากน้อยๆก่อน ต้มน้ำถั่วเหลืองที่แคั้นแยกกากออกแล้ว ปริมาณน้ำในการใช้ มีเขียนไว้ที่ถุงของถั่วเหลือง ถ้าชอบเข้มข้น ลดปริมาณน้ำลง แต่ไม่ควรใช้น้ำมากเกินปริมาณที่กำหนดไว้ เพราะใสเกินไป ต้มเฉพาะน้ำถั่วเหลืองล้วนๆ
ต้มน้ำถั่วเหลืองด้วยไฟแรงให้เดือดจัด แล้วจึงค่อยหรี่ไฟลง เคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ จนกระทั่งมีแผ่ฝ้าลอยขึ้นมาเหนือน้ำถั่วเหลืองหรือที่เรียกว่าน้ำเต้าหู้ นั่นคือ ใช้ได้แล้ว ถ้าชอบเข้มข้น ให้เคี่ยวต่อไป น้ำจะงวดลงไปเอง
ต้องการกำไรในการขายมากน้อยแค่ไหน ให้ลองทำครั้งละหนึ่งส่วนของถั่วเหลืองทั้งหมด ในกรณีที่ไม่ตราชั่ง
เวลาซื้อมา ใช้ถ้วยตวงเม็ดถั่วเหลืองว่ามีปรืมาณกี่ถ้วย ถ้ามีกิโลชั่งจะสะดวกกว่าถ้วยตวง ที่เคยทำมา ใช้กิโลชั่ง แล้วนำน้ำผสมตามอัตตาส่วน 1:10 ทำแบบนี้เหมาะสำหรับมือใหม่ที่ฝึกทำ พอต้มน้ำถั่วเหลืองได้ที่แล้ว ปล่อยให้เย็น เสร็จแล้ว นำน้ำถั่วเหลืองทั้งหมดมาชั่งน้ำหนักดูว่ามีปริมาณเท่าไหร่ แล้วตักใส่ถุงชั่งดูน้ำหนัก ปริมาณถ้วยก็เหมือนที่เขาตักขายตามตลาด ถ้าอยากรู้ว่าที่ตลาดตักขายปริมาณเท่าไหร่ ก็ซื้อมาแล้วชั่งน้ำหนักดู
เมื่อรู้น้ำหนักรวมทั้งหมดจากน้ำเต้าหู้ ให้นำหนักที่ตักแยกไว้ต่อถุง นำน้ำหนักมาลบออก ก็จะรู้จำนวนว่าตักได้ทั้งหมดกี่ถุง
วิธีคำนวณราคา ว่าได้กำไรทั้งหมดเท่าไหร่ นับจำนวนถุง คูณด้วยจำนวนเงิน ลบด้วยทุนที่ซื้อมา ค่าน้ำ ค่าไฟที่ใช้ในการหุงต้ม ค่าถุงร้อน ค่าถุงหูหิ้ว ค่าหนังยาง จดบันทึกไว้ให้หมด แรกๆอาจจะดูยุ่งยาก แต่หากไม่ทำรายละเอียด ทุนหาย กำไรหดแน่นอน
เริ่มต้นในการทำน้ำเต้าหู้ ทำน้อยๆก่อน เสร็จแล้วชั่งตวงดู ก็จะรู้อัตตาส่วนที่รวมทั้งหมดเอง
สำหรับน้ำเชื่อม เดี๋ยวนี้มีน้ำเชื่อมสำเร็จรูปขาย ราคาไม่แพง ถ้าคำนวณไปถึงว่าต้องเคี่ยวเอง ไหนจะไฟ ไหนจะต้องคอยดู ซื้อแบบสำเร็จรูปดีกว่า สะดวก ประหยัดเวลา
อย่าใส่น้ำตาลทรายลงไปในการทำน้ำเต้าหู้ เพราะทำให้เก็บไว้ไม่ได้ในกรณีถ้าขายเหลือ ซึ่งขณะอยู่ในขั้นทดลองขาย อาจจะเหลือ ให้นำมาอุ่นด้วยไฟอ่อน ไม่ต้องนำเข้าตู้เย็น เหมือนเวลาอุ่นกับข้าวเช้าเย็น ไม่แตกต่างกัน
มี.ค. 26, 2012 @ 11:29:51
สามีทำให้ทานที่บ้านค่ะ เค้าจะไม่ต้มน้ำเต้าหู้โดยตรงกับไฟเพราะจะมีกลิ่นเหม็นไหม้ได้คะ สามีดิฉันจะใส่หม้อน้ำเต้าหู้ตั้งบนหม้อที่ต้มน้ำเปล่าอีกทีค่ะ วิธีนี้ทำให้น้ำเต้าหู้หอมและไม่มีตะกอนเลยค่ะ ความเข้มข้นของถั่วกับน้ำที่ใช้ปั่นไม่ควรเกิน 1 ต่อ 7หรือ8 นะคะ จะได้อร่อยค่ะ และเมื่อคิดต้นทุนดูแล้วไม่ขาดทุนหรอกค่ะ…
ก.พ. 25, 2012 @ 19:23:19
อยากได้สูตรการทำน้ำเต้าหู้ครับ…คืออยากหาอาชีพเสริมน่ะครับ…แต่ไม่เคยทำ..อยากลองดูครับ…ใครก็ได้ครับช่วยบอกหน่อย ขอแบบสูตรรายการทำอาหารน่ะครับ ขอบคุณครับ
ก.พ. 25, 2012 @ 19:24:37
nuaeg1201@hotmail.com
ก.พ. 14, 2012 @ 04:19:00
ที่อ่าน ๆ มา ก็รู้สึกว่ามีหลากหลาย จนบางทีก็สับสนว่าจะต้องทำไง น้ำเต้าหู้ที่ได้จึงจะอร่อย ดิฉันก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ทำน้ำเต้าหู้ขาย จริง ๆ แล้ว ก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรมากในเรื่องกรรมวิธีในการทำ วัตถุดิบก็ง่าย ๆ ที่จำเป็นจริง ๆ ก็คือถั่วเหลือง แค่ 1 กก. ก็คั่นน้ำให้ข้นได้เยอะทีเดียว ปกติเวลาทำก็ใช้เครื่องปั่นธรรมดา ส่วนท่านที่ใช้เครื่องโม่ก็น่าจะสบายกว่า แต่ถ้าเราปั่นเอง เวลาคั่นก็จะทำให้ช้าเล็กน้อย เพราะต้องใช้ผ้าขาวบางกรองไม่ให้กากถั่วติดไปในน้ำถั่วเหลือง คงไม่ต้องคิดมากอะไร ถ้าไม่ใส่วัตถุดิบอย่างอื่น เช่น ถั่วลิสง หรือ นมข้น ก็จะได้สารอาหารโปรตีนจากถั่วเหลืองล้วน ๆ แม้รสชาติอาจจะไม่เข้มข้นเหมือนกับใส่ถั่วลิสงกับนมข้นลงไป คนทานจะรู้ได้ด้วยตัวเองว่ารสชาติที่เขาทานเข้าไปมีสิ่งอื่นเจอปนหรือไม่ แต่ถึงแม้ว่าใส่ถั่วลิสงก็ไม่ผิดอะไร เพราะถั่วลิสงก็มีประโยชน์เช่นเดียวกัน เคยใส่แล้ว ก็ทำให้รสชาติดีขึ้น แต่สิ่งที่ดิฉันเน้นเวลาทำขายก็คือ น้ำถั่วเหลืองที่ได้ไม่ใสจนเกินไปและไม่ข้นจนเกินไป สังเกตให้อยู่ในปริมาณที่พอดี และความสะอาดที่ผู้บริโภคจะได้รับ เพราะลูกค้าซื้อไปรับประทานเขาจะไม่รู้หรอกว่าเราคั่นน้ำถั่วเหลืองมาแบบไหน สะอาด หรือ สกปรก แต่เราเป็นผู้ผลิต ต้องมีจรรยาบรรณในความเป็นแม่ค้า ต้องให้สิ่งที่ดีที่สุดกับลูกค้าของเรา ดิฉันจึงเน้นเรื่องความสะอาดเป็นสำคัญ อุปกรณ์ที่ใช้ต้องแยกไว้ต่างหาก ไม่ใช้รวมกับการอุปกรณ์การทำอาหารคาว เพราะจะทำให้กลิ่นคาวจากการทำอาหารติดที่ภาชนะ ผ้าขาวบางที่ใช้แล้วควรซักทันที เพราะว่ากลิ่นถั่วถ้าบูดแล้วจะติดอยู่ที่ผ้า เวลาเราเอามาคั่นครั้งต่อไป จะมีกลิ่นติดไปกับน้ำถั่วเหลืองอีก แค่นี้ดิฉันคิดว่าลูกค้าที่เคยซื้อรับประทานอยู่เป็นประจำก็จะไม่จากเราไปไหน ส่วนวิธีการทำ ถ้าใครอยากทราบ ก็ติดต่อมาได้น่ะค่ะ ยินดีเสมอค่ะ benben6962@hotmail.com
ก.พ. 14, 2012 @ 06:09:43
แล้วแต่ความชอบค่ะ ใครชอบแบบไหน ลองทำแล้วชิมดู ส่วนลูกค้า ถ้าถูกใจเขาก็เป็นขาประจำไปเอง ถ้ายังไม่ถูกใจ เขาก็ไปหาซื้อที่อื่น ส่วนเรื่องสารอาหาร หรือว่ามีสิ่งอื่นเจอปนหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับลูกค้า การตัดสินใจอยู่ที่ลูกค้า บางคนซื้อง่าย บางคนซื้อยาก บางคนชอบใส บางคนชอบข้น ไม่แตกต่างกับอาหารอื่นๆแล้วแต่ความชอบของแต่ละคน
ก.พ. 06, 2012 @ 15:52:03
เด๋วจะลองทำดูค่ะ แต่อยากรู้ว่าทำไมต้องใส่ถั่วลิสงด้วยคะ
ก.พ. 06, 2012 @ 16:59:30
แล้วแต่สุตรของแต่ละคนนะคะ บางสุตรใส่ถั่วลิสงลงไปเพื่อให้น้ำถั่วเหลืองมีรสชาติเข้มข้นมากขึ้น จะออกมันๆน่ะค่ะ
ธ.ค. 14, 2011 @ 14:39:03
บางท่านแนะนำว่าผ่าซีกดีกว่าเมล็ด
ต.ค. 31, 2011 @ 09:13:25
อยากได้สูตรน้ำเต้าหู้ทำขายจังเลยค่ะมีเงินเดือนก็ไม่พอใช้ค่ะ
ต.ค. 05, 2011 @ 03:38:07
ผมก็ขาย มันก็ไม่ขนาดนั้น ถ้าขายได้มากๆก็มีกำไร
ก.ย. 12, 2011 @ 13:06:44
เราทำมีแต่น้ำเต้าหูงาดำกับนำเต้าหู้แครอท
ก.ย. 13, 2011 @ 17:09:53
เชิญแบ่งปันประสพการณ์ร่วมกันได้นะคะ ผู้ที่เข้ามาอ่านจะได้เห็นทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น
ส.ค. 20, 2011 @ 06:12:00
ขอบคุณทุกคำชี้แนะค่ะ ต่างคนต่างความรู้ดีมากๆๆเลย
ส.ค. 01, 2011 @ 06:34:53
ดีมากชอบนํ้าเต้าหู้ค่ะ
ก.ค. 29, 2011 @ 09:18:39
ค่ะกำลังศึกษาสูตรน้ำเต้าหูอยู่พอดีเลย เดียวพรุ่งนี้จะทำให้คนที่บ้านทานดูนะค่ะ
มิ.ย. 28, 2011 @ 13:22:26
ถ้าดิฉันจะทำไว้ล่วงหน้าก่อนแล้วเอาไปแช่ในตู้เย็นจะเอาไปขายตอนเช้าวันรุ่งขึ้นได้ไหมคะเพราะว่าไม่มีเวลาจะแช่ถั่วตอนตี 2-3 นะคะ และมีวิธีเก็บรักษาน้ำเต้าหู้ไม่ให้เสียเร็วรึเปล่าคะ เพราะเคยทำแล้วแช่ตู้เย็นตอนเช้ามาก็เสียนะคะ ใครทราบช่วยบอกด้วยได้ไหมคะ
ก.ค. 03, 2011 @ 04:04:52
ตรงนี้เป็นประสพการณ์ส่วนตัวนะคะ
วิธีทำให้น้ำเต้าหู้ไม่คืนตัว
ไม่ต้องนำน้ำเต้าหู้ไปแช่ตู้เย็นค่ะ ให้ตั้งไฟอ่อนๆ เคี่ยวไปเรื่อยๆ จนกว่าฝาหรือแผ่นฟองเต้าหู้จะเกิด พอฟองเต้าหู้เกิด ปิดแก๊ส อย่าได้ตักหรือคนน้ำเต้าหู้อีก ทำแบบนี้ทุกๆครั้งที่น้ำเต้าหู้เหลือ จะเก็บไว้ได้หลายวันค่ะ อันนี้ทำทานเองนะคะ ใช้วิธีทำแบบนี้ จะไม่นำไปเก็บในตู้เย็น
พ.ค. 21, 2011 @ 06:21:17
ขอบคุณมากครับที่ให้คำแนะนำการทำน้ำเต้าหู้ื ตอนนี้กำลังจะทำขายอยู่ครับ ถ้ามีข้อแนะนำอะไรเพิ่มเติมช่วยแนะนำด้วยครับ
ขอบคุณมากครับ
คนอยากมีรายได้เสริม
พ.ค. 12, 2011 @ 01:32:58
ทำมายังไงก็กินหมดอะแหละ
ม.ค. 29, 2011 @ 00:23:22
มามี็ทำขาย บอกว่าให้ใช้ถั่วซีก ห้ามแช่นาน ถั่วเสียเร็ว
ม.ค. 30, 2011 @ 07:21:17
แล้วแต่ความชอบและความชำนาญในแนวทางของแต่ละคนค่ะ
ใครถนัดแบบไหนก้ทำไป ชอบใช้อะไรแบบไหนก็ใช้ไป
ชอบรสชาติแบบไหน ก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละคน
ขอบคุณที่มาร่วมแบ่งปันกันค่ะ จะได้มีหลายแนวทางสำหรับคนที่อยากจะลองทำดู
พ.ค. 05, 2010 @ 12:13:42
ขอบคุณที่มาร่วมแบ่งปันประสพการณ์ในการทำน้ำเต้าหู้นะคะไม่เคยทำขายค่ะ นี่ทำกินเอง และสูตรนี้พี่เขาแนะนำมาให้ ซึ่งก็ได้ทำกินเองมาตลอดก็ไม่เห็นจะใสตรงไหน เพราะเคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ เคี่ยวไปเรื่อยๆ ไม่ได้รีบร้อนอะไร ต้องการความข้นแค่ไหนก็ปิดไฟแค่นั้น การที่แนะนำให้ใช้ถั่วเม็ดกลม 1. คือ เนื้อจะข้นกว่าเม็ดซีก 2. เวลาแกะเปลือกถั่วออก เท่ากับได้ทำสมาธิและเจริญสติไปด้วยไม่เสียเวลาตรงไหนเลยนะคะ มีแต่ได้กับได้ ได้น้ำเต้าหู้ที่ถูกใจเรา ได้สติ สัมปชัญญะ และสมาธิที่เกิดขึ้น ขณะที่กำลังทำคุณว่าดีไหมล่ะคะ?
เม.ย. 07, 2010 @ 15:26:07
คนขาย คุณใส่ ถั่วลิสง เพื่อให้ข้น ก็ไม่ต่างๆอะไรกับการใส่ นมข้นหรือ แป้งถั่วเหลือง ให้ข้นถ้าตามมาตรฐานคือ ถั่ว 1 ก.ก. ต่อ น้ำ 6 ลิตร 300 cc ต่อถุง ถุงละ 5 บาท เท่ากับ 100 บาททุน ค่าถั่ว(ส่วนตัวใช้ไร่ทิพย์),ค่าน้ำ,ค่าไฟ,ค่าก๊าซ (ไม่รวมค่าเช่าที่) 100 บาท ส่วนกำไร เป็น 0 บาท ก็ไม่มีร้านไหนขายหรอก ครับนอกจากทำกินเองเท่านั้น ส่วนตัวใช้น้ำ 10 ลิตร ถั่วเหลืองผ่าซีก 1 ก.ก. แต่ความข้นเท่ากับ 6 ลิตร (ใช้โถ่ปั้น)ผมทำแบบวิธีญี่ปุน (ขาวเหมือนเต้าก้อนสีขาว , ข้น ,มันจากถั่ว (ใส่ถั่วเหลืองอย่างเดียวไม่มีถั่วอื่นปน))คนไทยคิดว่าน้ำเต้าหู้ที่ดีสุดอยู่ในประเทศไทย แต่ถ้าเกี่ยวกับเต้าหู้ จริงๆแล้วต้องยกพี่ญี่ปุ่น ครับ น้ำเต้าหู้ต้องเข้มข้นเท่านั้นเพราะเป็นเขาต้องการคุณภาพมาเป็นที่ 1 ถั่ว 1 ก.ก.น้ำ 1 ลิตร ใสที่สุด น้ำ 5 ลิตร (โอ้แม่เจ้า) เป็นเรื่องปกติบ้านเขาส่วนคุณ ทำถั่ว 100 กรัม ต่อ 1 ลิตร (ถั่ว 1 กก เท่ากับ น้ำ 10 ลิตร) ก็ใสอยู่ดี ครับ (ใช้โถ่ปั้น ด้วยแล้ว ถ้าส่วนตัวโครตใส เลย)ส่วนปัญหาที่ซื้อน้ำเต้าหู้มาแล้ว เก็บไม่ได้นานนั้น เกิดจากการแช่ถั่วที่นานเกินไป (พ่อค้าแม่ค้า แช่ลืม) ครับส่วนคุณแช่น้อยเกินไป ถ้าทำกินไม่ว่า ครับ (ถ้าทำขายไม่คุ้มทุน) เพราะถั่วยังดูดน้ำไม่อิ่ม เมื่อปั่นหรือบด น้ำในถั่วออกน้อยส่วนตัวไม่ได้ต่อต้านคนเขียนกระทู้ แต่ศาสตร์เหมือนง่าย แต่มันไม่ง่าย อย่างนั้น จริงมันแค่ถั่ว,น้ำและความร้อน(ทำกินเองไหม้ก็กินได้ แต่ทำขายต้องอูมามิ (เท่านั้น),ต้นทุน,กำไร,ราคาไม่แพงกว่าตลาด เช่น 5 บาท ต่อน้ำ 300 cc คุณก็ต้องขายราคานี้ ขาย 10 บาท ก็เก็บไว้ปาหัวหมาเล่นเลย ไม่มีคนซื้อหรอก ถึงจะเข้มข้นกว่า เพราะเป็นอาหารของคนฐานปานกลาง ต้องปริมาณมากกว่าคุณภาพ เช่น ถุงละ 5 บาท x 30 เท่ากับ 150 ต่อเดือน ถ้าคุณเงินเดือนหลักหมื่น เรื่องนี้ไม่ได้คิดหรอก ครับ แต่ถ้าเงินเดือน 5000 บาท เขาคิด ครับถ้าแพงกว่านี้ กินข้าวดีกว่าไหม)หมายเหตุการใช้ถั่วเหลืองเม็ดกลมมี ข้อดี คือ มันกว่า แต่ต้องนำเปลือกออกให้หมดหรือน้อยที่สุด (ถั่ว 1 กก ใช้เวลา ประมาณ 1 ช.ม ทำ 4 ก.ก.ใช้เวลา 4 ช.ม. ก็ไม่ต้องทำอะไรกินแล้ว ครับ) เพราะเปลือกมีสิ่งเจือปนมากกว่า ส่วนมากจะนำปั่นหรือโม เลย ทำแล้ว อาจท้องเสียหรือมีสารเคมีตกค้างจากไร่ (ตายผ่อนส่งนั้นเอง ครับ) ตามร้านต่างๆจึงใช้แบบถั่วเหลืองผ่าซีกมากกว่า ครับแนะนำ ครับ ถ้าทำขายต้องคิดให้มากกว่านี้
ส.ค. 31, 2011 @ 00:31:17
เมื่อก่อนก็ทำขาย…คือป้าอยากได้รายได้พิเศษก็หัดทำขายหลายสูตร..จนเดี๋ยวนี้ขายดีจนกลายเป็นรายได้หลัก
อ่านความเห็นของคุณแล้วก็เห็นด้วย…ว่ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆ…
แต่วิธีทำน้ำเต้าหู้ของเจ้าของกระทู้ก็ดี…ถ้าทำกินเองในบ้านเท่านั้น..
ยังไงก็เข้ามาขอบคุณ…คุณทั้งสอง..เพราะก็ดีทั้งสองวิธีแนะนำ
ส.ค. 31, 2011 @ 14:52:33
อนุโมทนาค่ะ
หากมีเกร็ดความรู้จะแนะนำเพิ่มเติม แบ่งเรื่องราวประสพการณ์ในการทำน้ำเต้าหู้ ขอเชิญร่วมแบ่งปันกันค่ะ
ธ.ค. 15, 2011 @ 06:14:02
หวัดดีครับ ผมชื่ออาร์มครับ คือผมกำลังจะทำน้ำเต้าหู้ขายครับ จึงอยากปรึกษาพี่ครับ เพราะพี่มีประสบการณ์ตรงเห็นข้อดีข้อเสีย ทั้งในการทำและการค้าขาย จึงอยากได้เบอร์โทรศัพท์พี่อ่ะครับ รบกวนหน่อยนะครับ army.averest@hotmail.com ครับ