วิธีการเดินจงกรม 6 ระยะ

 
เทียบตำรากับวิธีทางปฏิบัติ

ในคัมภีร์วิสุทธิมัคค์ แบ่งส่วนก้าวเท้าออกไว้ ๖ ส่วน หรือ ๖ ระยะ ดังนี้

" ตโต เอกปทวารํ อุทฺธรณ – อติหรณ – วีติหรณ – โวสฺสชฺชน –
สนฺนิกฺเขปน – สนฺนิรุมฺภน – วเสน ฉ โกฏฐาเส กโรติ
"

แปลว่า ครั้นแล้วกระทำแบ่งก้าวเท้า ก้าวหนึ่งออกเป็น ๖ ส่วนคือ

๑. อุทฺธรณํ นาม ปาทสฺส ภูมิโต อุกขฺขิปนํ
ยกเท้าขึ้นจากพื้น เรียกว่า อุทธรณะ ( ยก )

๒. อตหรณํ นาม ปุรโต หรณํ
ยื่นเท้าไปข้างหน้า เรียก อติหรณะ ( ย่าง )

๓. วีติหรณํ นาม ขาณุ กณฺฏก ทีฆชาติอาทีสุ กิญฺขิเทว ทิสฺวา อิโต จิโต จ ปาทสญฺจรณํ
เมื่อเห็นตอ เห็นหนาม หรือเห็นทีฆชาติ ( งู ) เป็นต้น อย่างใดอย่างหนึ่ง
แล้วก้าวเท้าไปข้างโน้น ( และ ) ข้างนี้ เรียกว่า วีติหรณะ ( ย้ายหรือยั้ง )

๔. โวสฺสชชนํ นาม ปาทสฺส โอโปนํ
หย่อนเท้าลงต่ำ เรียกว่า โวสัชชนะ ( ลง )

๕. สนฺนิกฺเขปนํ นาม ปฐวีตเล ฐปนํ
วางเท้าลงบนพื้นดิน เรียกว่า สันนิกเขปนะ ( เหยียบ )

๖.สนฺนิรุมฺภนํ นาม ปุน ปาทุทฺธรณกาเล ปาทสฺส ปฐวิยา สทฺธึ อภินิปปีฬนํ
กดเท้าข้างหนึ่งลงกับพื้น ในเวลาที่จะยกเท้าอีกข้างหนึ่งขึ้น เรียกว่า สันนิรุมภนะ ( กด )

ในการแบ่งก้าวเท้าออกเป็น ๖ ส่วน ในคัมภีร์วิสุทธิมัคค์ อาจเปรียบเทียบกับการเดินจงกรม
๖ ระยะ ตามหลักของพระวิปัสสนาจารย์อย่างกว้างๆ โดยไม่เคร่งครัดกับคำแปลข้างต้นดังนี้

๑. อุทธรณะ ( ยก ) เทียบกับ ยกส้นหนอ

๒. อติหรณะ ( ย่าง ) เทียบกับ ยกหนอ

๓. วีติหรณะ ( ย้าย ) เทียบกับ ย่างหนอ

๔. โวสสัชชนะ ( ลง ) เทียบกับ ลงหนอ

๕. สันนิกเขปนะ ( เหยียบ ) เทียบกับ ถูกหนอ

๖. สันนิรุมภนะ ( กด ) เทียบกับ กดหนอ

แปลจาก วิสุทธิมคฺค,ตติยภาค.น.๒๕๑ และดู – ปปญจสูทฺนี,ปฐมภาค.น.๓๕๙
กับดู สารตฺถปกาสินี,ทุติยภาค.น.๑๒๖,๒๘๓ – ๒๘๔ ปรมตฺถโชติกา,สุตฺตนิปาตวณฺณนา,
ปฐมภาค.น.๖๘ และดู สติปัฏฐานสำหรับทุกคน ฉบับพิมพ์โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
หน้า ๒๐๘ – ๒๓๙ ระยะ ในพจนานุกรมราชบัณฑิตสถาน แปลว่า ตอน,ช่อง,จังหวะ
และแปลคำจังหวะ ว่า ตอน,ส่วน,ระยะ ความหมายเดียวกัน

จากหนังสือ วิปัสสนานิยม อจ.ธนิต อยู่โพธิ

 
                          
 
วิธีการเดินจงกรม 6 ระยะ

การเดินจงกรม 6 ระยะ เราสามารถนำมาพลิกแพลงได้ โดยจะใช้การกำหนด " หนอ " เข้ามาช่วย
หรือ จะใช้ นับแบบเป็นจังหวะโดยใช้ตัวเลขมาใช้ หรือ จะใช้จิตรู้ลงไปในการเคลื่อนไหวก็ได้
เพียงแต่ควรยึดหลักเอาไว้เท่านั้นเอง

สำหรับผู้ปฏิบัติใหม่ ควรจะเดินระยะหนึ่งให้คล่องก่อน จึงค่อยๆเพิ่มระยะอื่นๆ

ระยะที่ 1

ใช้ หนอ ขวา ย่าง หนอ ซ้าย ย่าง หนอ
ท่าเตรียมคือ ยืนเท้าราบธรรมดา ปลายเท้าแยกออกจากกันเล็กน้อย
หน้าก้มมองพื้นเล็กน้อย

กำหนด ขวา ( ยกส้นเท้าขวา ปลายเท้ายังแตะอยู่ที่พื้น ) ย่าง ( ย่างเท้าไปข้างหน้า )
หนอ ( วางเท้าลงบนพื้น ) ซ้าย ย่าง หนอ ทำแบบเดียวกัน

ใช้ตัวเลข 1 ( ใช้แทนกำหนดเท้า ) 2 ( ย่างเท้าไปข้างหน้า ) 3 ( วางเท้าลงกับพื้น )

ใช้จิตรู้ รู้ลงที่เท้าขวาพร้อมๆกับยกส้นเท้า
รู้ลงไปกับเท้าที่ย่างไปข้างหน้า รู้ลงในเท้าที่วางลงกับพื้น

RIGHT GOES THUS LEFT GOES THUS

ระยะที่ 2

ใช้ หนอ ยกหนอ เหยียบหนอ
ท่าเตรียมคือ ยกส้นเท้ารอ
กำหนดยกหนอ กระดกส้นเท้าขึ้น ยกปลายเท้าลอยขึ้น แล้วย่างเท้าไปข้างหน้า
เหยียบหนอ วางเท้าลงบนพื้น

ใช้ตัวเลข 1 และ 2 การเคลื่อนจังหวะเท้า เหมือนกับใช้กำหนดหนอ

ใช้จิตรู้ การเคลื่อนจังหวะเท้า เหมือนกับใช้กำหนดหนอ แต่ใช้จิตรู้ลงไป

LIFTING TREADING

ระยะที่ 3

ใช้หนอ ยกหนอ ย่างหนอ เหยียบหนอ
ท่าเตรียมคือ ยกส้นเท้ารอ ปลายเท้าแตะพื้น
พอกำหนดยกหนอ คือ กระดกส้นเท้าขึ้น ยกปลายเท้าลอยขึ้นจากพื้น
ย่างหนอ ( เท้าที่ยื่นไปข้างหน้า ) เหยียบหนอ ( วางเท้าลงบนพื้น )

ใช้ตัวเลข ใช้ 1 2 3 แทนการใช้กำหนดหนอ ตามการเคลื่อนไหวของเท้า

ใช้จิตรู้ การเคลื่อนจังหวะเท้า เหมือนกับใช้กำหนดหนอ แต่ใช้จิตรู้ลงไป

LIFTING MOVING TREADING

ระยะที่ 4

ใช้หนอ ยกส้นหนอ ยกหนอ ย่างหนอ เหยียบหนอ

ท่าเตรียมตัว ยืนเท้าราบธรรมดา แล้วยกเท้าพร้อมๆกับคำกำหนด

ใช้ตัวเลข 1 2 3 4 แทนการใช้กำหนดหนอ ตามการเคลื่อนไหวของเท้า

ใช้จิตรู้ การเคลื่อนจังหวะเท้า เหมือนกับใช้กำหนดหนอ แต่ใช้จิตรู้ลงไป

HEEL UP LIFTING MOVING TREADING

ระยะที่ 5

ใช้หนอ ยกส้นหนอ ยกหนอ ย่างหนอ ลงหนอ เหยียบหนอ

ท่าเตรียมตัว ยืนเท้าราบธรรมดา แล้วยกเท้าพร้อมๆกับคำกำหนด

ใช้ตัวเลข 1 2 3 4 5 แทนการใช้กำหนดหนอ ตามการเคลื่อนไหวของจังหวะเท้า

ใช้จิตรู้ การเคลื่อนจังหวะเท้า เหมือนกับใช้กำหนดหนอ แต่ใช้จิตรู้ลงไป

HEEL UP LIFTING MOVING LOWERING TOUCHING

ระยะที่ 6

ใช้หนอ ยกส้นหนอ ยกหนอ ย่างหนอ ลงหนอ ถูกหนอ กดหนอ
ท่าเตรียมตัว ยืนเท้าราบธรรมดา
ลงหนอ คือ หย่อนเท้าลง ถูกหนอ ปลายเท้าแตะพื้น แต่ส้นเท้ายังไม่แตะ
กดหนอ กดส้นเท้าลงเหยียบพื้น

ใช้ตัวเลข 1 2 3 4 5 6 แทนการใช้กำหนดหนอ ตามการเคลื่อนไหวของจังหวะเท้า

ใช้จิตรู้ การเคลื่อนจังหวะเท้า เหมือนกับใช้กำหนดหนอ แต่ใช้จิตรู้ลงไป

HEEL UP LIFTING MOVING LOWERING TOUCHING PRESSING

มือจะไขว้หลัง หรือ จะไขว้หน้า หรือจะปล่อยราบไปกับตัวก็ได้ ตามสะดวก
เพียงแต่ ถ้านำมือไขว้หลัง ผลที่ได้รับคือ จะเป็นคนเดินแผ่นหลังตรง ไม่เดินหลังโกง
นี่เป็นเพียงรูปแบบคร่าวๆ จะเดินแบบไม่มีรูปแบบก็ได้ แต่ขอให้มีสติรู้อยู่กับกาย
รู้อยู่กับอริยาบทเดิน กับเท้ากระทบพื้น

มีบางคนที่มีปัญหาในเรื่องการเดินจงกรม

bbby เขียน:
คุณน้ำ ขอถามคำถามที่ออกจะแปลกหน่อยน่ะค่ะ คือสงสัยมานานแล้วค่ะคือ
เวลาเดินจงกลมนี่ เค้าเดินแล้วหลับตาหรือปล่าวค่ะ
แล้วเท้าล่ะค่ะ ค่อยๆก้าวช้าๆ หรือว่าแบบปกติค่ะ

เดินจงกรมลืมตาเดินค่ะ เหมือนเราเดินทำงานนี่แหละค่ะ
ส่วนมือจะเอากุมมือไว้หน้า หรือไขว้ไว้หลัง หรือปล่อยแกว่งตามสบาย ทำได้ทั้งนั้นค่ะ

คำว่า เดินจงกรม มันเป็นเพียงคำศัพท์เท่านั้นแหละค่ะ
การเดินจงกรม คือ การมีสติ สัมปชัญญะ รู้อยู่กับการเดิน

จริงๆ ในชีวิตของเรา ทุกลมหายใจของเรา ตั้งแต่เราลืมตาตื่นขึ้นมา จนกระทั่งเข้านอน
มันก็คือการปฏิบัติน่ะค่ะ เพียงแต่เราอาจจะไปยึดติดในรูปแบบว่า
การปฏิบัติคือการเดินจงกรมกับการนั่งสมาธิ เท่านั้น

การเดินจงกรมก็เช่นเดียวกัน ขณะที่เราทำงานหรือทำอะไรอยู่ก็ตาม
ในอริยาบทเดิน ขอให้เรามีสติรู้อยู่กับทุกย่างก้าวที่เดิน
เมื่อเราสามารถรู้ลงไปทุกย่างก้าวที่เดินได้ สติ สัมปชัญญะเราย่อมเกิดมากขึ้น

เพียงแต่รูปแบบในการเดินจงกรมที่มีเกิดขึ้นมานั้น เพื่อให้เหมาะสมแต่ละคน
คนแต่ละคนล้วนมีสติ สัมปชัญญะไม่เท่ากัน ตามแต่เหตุที่กระทำกันมา
ทำไมต้องใช้หนอ ทำไมต้องใช้จิตรู้ ทำไมต้องใช้ตัวเลข ทำไมแค่รู้
ทุกอย่างล้วนเป็นอุบายในการแนะนำหรือการสอน เพื่อให้ผู้ปฏิบัติเลือกรูปแบบเอาเอง
ตามที่ตัวเองทำแล้วถนัด ทำแล้วสะดวก ทำแล้ว ทำให้รู้อยู่กับเท้าทุกย่างก้าวได้

ลองอ่านดูนะคะ นี่อีกคนที่มาปรึกษา บางคนจะติดศัพท์ ติดคำเรียก
เลยทำให้ไม่ยอมเดินก่อนที่จะนั่ง จริงๆแล้วควรจะเดินก่อนที่จะนั่ง
เพื่อสติจะได้ดีขึ้น ทำให้ความคิดน้อยลง สมาธิตั้งมั่นได้ง่ายขึ้น
ยิ่งเดินมากยิ่งดี เดินหลายๆชม.ได้ยิ่งดี

หรอ says: ทำไมเวลานั่งสมาธิไป สักพัก มันก็คล้ายกับอยู่ในห้องว่างๆ ไม่มีอะไร
แต่จู่ๆ มันดันคิดเรื่องโน้นเรื่องนี้ขึ้นมาเองอ่ะพี่ พอเริ่มรุ้สึกว่ามันคิด มันก็หยุดคิดเอง
แต่ถ้ารุ้สึกไม่ทัน มันก็จะคิดๆไป แล้วมีอาการเหมอนวุบด้วย ทำไมอ่ะพี่

สุขที่แท้จริง says: เดินจงกรมก่อนนั่งป่ะ

หรอ says: ป่าว นั่งอย่างเดียว ไม่ได้เดินเลย

สุขที่แท้จริง says: ควรจะเดินจงกรมก่อนที่จะนั่ง

หรอ says: ยังไม่ถนัด ยังบอกอาการยากเวลา เดิน

สุขที่แท้จริง says: แค่เดินๆนี่นะ ทุกคนมีใครมั่งที่ไม่เดิน ไปทำงานก็ต้องเดิน

หรอ says: เดินครับ

สุขที่แท้จริง says: แล้วถ้าจะต้องนั่งสมาธิ แค่เราเดินเหมือนเราทำงานนี่แหละ
แต่ต้องตั้งเวลาไว้ว่า จะเดินสักกี่นาที มันแตกต่างจากกันตรงไหน มันก็แค่คำเรียกน่ะ เดินจงกรม แค่ศัพท์

หรอ says:ก็จะลองพยายามก่อนนะพี่ คราวหน้าคงมีไรมาพูดคุยสอบถามบ้าง
ว่าแต่ไออาการที่ผมบอกน่ะคือไรอ่ะ

สุขที่แท้จริง says: ไม่มีอะไรค่ะ ความคิดมันย่อมมีเป็นเรื่องธรรมดา

หรอ says: จำเป็นต้องรุ้ทันมันไหม๊

สุขที่แท้จริง says: เดินก่อนนั่งค่ะ แล้วจะดีขึ้น ถ้าเดินก่อนสักชม.ยิ่งดี
มันจะไม่ค่อยเกิดความคิดเวลานั่ง

หรอ says: แต่เมื่อก่อนเดินไปๆ มันมีอาการตึงๆแน่นๆอ่ะ

สุขที่แท้จริง says: มันตึงมันแน่น มันก็เรื่องธรรมดา มันเกิดแล้วก็หาย

หรอ says:บางทีก็ทำให้เรารู้สึกเหมือนไม่รุ้อะไรไปเลย เช่น 10 – 9 เหลือเท่าไหร่หน้อ
ต้องตั้งสติแล้วคิดใหม่

สุขที่แท้จริง says: แล้วจะไปรู้อะไรล่ะนั่น เดินก็รู้เท้าที่เดินแค่นั้นเอง

หรอ says:หมายถึงเดินไปเดินมา ก็มีอาการอย่างว่า พอเลิกกำหนด
จะขายของ ดันคิดเลขไม่ออกดิ่พี่ ทอนตังค์ไม่ถุก

สุขที่แท้จริง says:ไปกำหนดอะไรล่ะนั่น

หรอ says:ตึกๆๆๆ

สุขที่แท้จริง says: แค่ให้รู้เท้าที่กำลังเดิน

หรอ says:ครับ ผมไปนะพี่

สุขที่แท้จริง says: อย่าลืมเดินจงกรมก่อนนั่งนะคะ เดินๆๆๆธรรมดานี่แหละ
ไม่ต้องไปกำหนดตึกๆอะไร แค่ให้รู้ที่เท้ากำลังเดินพอ

 
About these ads

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

ตุลาคม 2009
พฤ อา
« ก.ย.   พ.ย. »
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031  

คลังเก็บ

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 47 other followers

%d bloggers like this: