ผ่าน

 
ผ่านจริงๆ ……………….
 
เรามองว่าชีวิตเรามันผ่านไปเรื่อยๆ  ……………
 
ปฏิบัติไม่ก้าวหน้า ไม่ใช่เพราะเหตุอื่น เพราะตัวเราเอง  ไปทำงานข้างนอกมาสองวัน ไม่ได้นั่งสมาธิเลย  มีงานทั้งวัน ได้แต่กำหนดอริยาบทย่อยเอา
 
วันนี้ต้องชาร์ทแบตใหม่ เริ่มจากน้อยไปก่อน แค่ 1 ช.ม.พอ  เอาเข้าออกสมาธิให้คล่องก่อน  สะสมพลังใหม่ก่อน  ทิ้งไปตั้ง 2 วัน
 
เริ่มใหม่ๆนี่ 1 ช.ม. พอไหว  มากกว่านี้ มีแต่ความฟุ้งซ่าน นิวรณ์เต็มไปหมด  ต้องทำอย่างน้อยสองสามวันถึงจะแน่นเหมือนเดิม
 
ทำ 1 ช.ม. แต่หลายครั้งหน่อย กลับมาบ้านแล้วนี่ ต้องทำให้คุ้มกับที่ไม่ได้ทำหลักๆเลย
 
 
Advertisements

รูปนาม ขันธ์ 5

 
ชีวิต ……. 
 
จะมีอะไร นอกจาก รูปนาม ขันธ์ 5  สติต้องทันจิต  จิตเกิดต้องไหน เอาสติตามไปประกบไว้ตลอด   จิตที่มีสติอยู่ด้วยตลอดเวลา
 
ฟังดูเหมือนง่าย แต่ก็ไม่มีง่ายหรือยาก ที่คิดว่ายาก เพราะยังทำไม่มากพอ  ไม่ละเอียดพอ  อย่างน้อยควรทำบ่อยๆ สะสมไป
 
ให้เกิดความเคยชิน  ทีละเล็กละน้อย เมื่อเผลอก็ให้รู้ว่าเผลอ อย่าปล่อยให้ผ่านไป  ………
 
เวลามันช่างผ่านไปเร็วเสียเหลือเกิน  ………
 
 
 

ความตาย

 
ความตาย ………… ฟังดูแล้วน่ากลัว  ยังมีคนอีกหลายๆคนที่กลัวความตาย ………………
 
ตั้งแต่เราไปดูแลคุณยาย เราสงสารคุณยายจัง  ลูกๆยังทำใจยอมรับไม่ได้  เราก็ไม่รู้จะพูดยังไงดี เมื่อคืนเขาก็ไม่กล้าตามเรา มันดึกมากแล้ว
 
คุณยายหายใจช้ามาก เขาจับได้ประมาณ12ครั้งต่อนาที ซึ่งเราก็มองว่าเป้นเรื่องธรรมดาสำหรับมี่คนนอนหลับสนิท หลับลึก
 
เขานั่งเฝ้า นั่งนับกันทั้งคืน เครียดกันไปหมด พอคุณยายนอนไม่ค่อยหลับก็เครียดกันอีก เราเข้าใจเขานะ แม่ของใครๆก็รัก เฮ้อ …………
 
วันนี้ก็ทำท่าเหมือนงอนๆเราที่เราพูดเรื่องการเตรียมตัว เตรียมใจ ก็ในเมื่อมันเป็นความจริงนี่ อีกอย่างหนึ่งตัวเองก็หยุดงาน น่าจะดูแลแม่ให้อย่างดี
 
มันเป็นโอกาสสุดท้ายที่จะทำสิ่งที่ดีๆให้กับแม่ได้ด้วยตนเอง ไม่ใช่ให้เราทำให้ตลอดเวลา  …………….
 
คิดถึงแม่จังเลย …………………..
 
เมื่อวานเราโทรไปหาแม่ บอกแม่เรื่องความไม่เที่ยง เราไม่รู้ว่าเราจะเป็นเหมือนคุณยายไหม หรือว่าจะเป็นอย่างไร มันไม่มีอะไรที่แน่นนอนสักอย่างเดียว
 
เราบอกแม่ว่า ที่เราทำให้คุณยาย เราทำก็คิดว่า แม่เขาก็เหมือนแม่เราๆทำดีๆกับคุณยาย สักวันหนึ่งก็มีคนดีๆเต็มใจมาช่วยเหลือแม่เราในยามเจ็บป่วย
 
แม่เราฟังแล้วก็เงียบไป มีเสียงสะอื้นออกมา  ………….  เฮ้ออออออออออออออ ……………
 
เราได้แต่หมั่นแนะแนวทางให้กับแม่  ให้แม่เห็นว่ามันไม่มีอะไรเที่ยง ให้แม่หมั่นปฏิบัติภาวนา จะได้ไม่ประมาท ………
 
…………  ความตาย …………….  มันฟังแล้วช่างหดหู่เหลือเกิน  ……………….
 
แต่ยังไงๆ สักวันทุกคนก็ต้องตาย  เพียงแต่จะตายแบบไหนเท่านั้นเอง  เราเลือกที่จะตายได้ ถ้าปฏิบัติได้จริง …………
 
ไม่รู้จะพูดยังไง รู้แต่ว่าต้องทำเองถึงจะรู้  ………………..
 
พักนี้มีแต่เรื่องคนใกล้ตายทั้งนั้นเลย  เพื่อนเราอีก อาการก็ทรงๆอยู่อย่างนั้น  ……………..
 
กรรมนะ เรามองเป็นเรื่องของกรรมที่เขาได้กระทำมา  …………..
 
ส่วนตัวเราเองหลังปฏิบัติก็แผ่เมตตาให้เพื่อนและให้คุณยายตลอด ให้เจ้ากรรมนายเวรเขาด้วย  ………
 
วันนี้ก็ไม่ได้ไปเรียนนักธรรมอีกแล้ว หยุดมาเกือบอาทิตย์แล้ว จะสอบวันที่ 20 นี้แล้ว พระอาจารย์ท่านไม่ว่างเลย นี่ท่านก็กำลังซ่อมรถเข็นโลงศพ
 
 
 
 

ไปเรื่อยๆ

 
6 ต.ค.
 
เวลาทำไมมันช่างผ่านไปเร็วเสียเหลือเกิน  หรือว่าตัวเราเองเพลินจนลืมเวลา ทั้งๆที่เวลาก้ยังเหมือนเดิม เท่าเดิม
 
7 ต.ค.
 
การเดินจงกรม  ไม่ได้เขียนข้อปลีกย่อยไว้  เช่น เรื่องสิ่งที่มากระทบ ขณะที่เกิดการกระทบ  ให้หยุดเดินก่อน
 
ตรงไหนชัดเจน ให้กำหนดตรงนั้น  กำหนดบ่อยๆ  ไม่ต้องไปสนใจเรื่องเวลา ว่าจะนานหรือไม่นาน
 
พอกำหนดแล้วมันจางลงหรือมันหายไป ค่อยเดินต่อ  ลมกระทบถูกตัวจนรู้สึกก็ต้องกำหนด  เดินแล้วรู้สึกตัวหนักหรือตัวเบา
 
ก็ต้องสังเกตุด้วย ไม่ใช่เดินเฉยๆ  ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องทำเอาเอง อาจจะเหมือนหรือไม่เหมือนกันก็ได้ ไม่ต้องไปคิดมากมายหรือ
 
อ่านแล้วไปปรุงอะไรมากมาย มันก็แค่การปฏิบัติของคนๆหนึ่งแค่นั้นเอง อ่านแล้วก็รู้ รู้แล้วก็วาง อย่าไปวุ่นวายกับตัวหนังสือ
 
แต่จงไปวุ่นวายกับการปฏิบัติของตัวเองแทน  ไม่ต้องไปคิดนอกตัว  ยิ่งปรุงก็ยิ่งฟุ้ง
 
8 ต.ค.
 
เรายังสะสมหน่วยกิตทุกวัน ส่วนมากเดี่ยวนี้จะ 2 ช.ม. อย่างต่ำ เราคิดว่า ช.ม.เดียวมันน้อยไป
 
9 ต.ค.
 
ตั้งแต่เมื่อคืนยังไม่ได้นอนเลย  คนเขามาตามให้ไปดูคนป่วย เป็นคุณยายวัย 80 กว่าๆ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้
 
เสมหะเยอะมากๆ ญาติกลัวมาก ดูดเสมหะก็ไม่เป็น น่าเห็นใจเขาๆไม่ได้เรียนมา  ยังดีที่ยังรู้จกให้อาหารทางสายยางเป็น
 
เขาให้เราคิดค่าเสียเวลา แต่เราไม่ได้คิดตัง คือมองว่าทำบุญให้กับเขา เอาตังไม่ลง เงินบนความทุกข์คนอื่นนี่ เอาไม่ลงจริงๆ
 
กลับบ้านมาก็ตี 2 แล้ว เราก็เลยอาบน้ำ สระผม แล้วขึ้นห้องพระปฏิบัติต่อถึงตี 5 เลย โดนเบนแซวว่าทำเนสัชชิก
 
เราบอกว่า อย่าไปพูดแบบนั้นมันจะหลงเอา  เนสัชชิก คือ การปฏิบัติทั้งกลางวันและกลางคืน ไม่มีการนอนแบบหลังแตะพื้น
 
ไม่ใช่ยังนั่งหน้าคอมฯ ยังคุยกับเพื่อน ยังคุยกับคนโน้นคนนี้ อันนี้ไม่ใช่เนสัชชิก  มันต้องปฏิบัติอย่างเดียวเท่านั้นถึงจะใช่
 
ใช่ ในความคิดของเรา ส่วนจะใช่หรือไม่ใช่ในความคิดของคนอื่นหรือเปล่า เราไม่สนใจ  แต่เบนชอบแซวเล่นๆ ไม่มีอะไร
 
การปฏิบัติตอนนี้ก็ไปเรื่อยๆ พิจรณาขันธ์ 5 ตลอด  วันที่ 20 นี้แล้วสินะที่จะต้องสอบนักธรรมตรี ดีนะสอบวันละวิชา
 
สอบพร้อมกันทุกวิชาในวันเดียว เราตายแน่ๆเลย  แค่พระธรรมวินัยก็จะแย่อยู่แล้ว บาลีบานตะเกียง 
 
แต่ก็คิดนะ สอบไม่ผ่านไม่เป็นไร  เอาไว้ปีหน้าค่อยเรียนแล้วสอบใหม่ เรียนไปจนกว่าจะสอบได้ จนจบนักธรรมเอก
 
อย่างน้อย จะได้เป็นอนุสัยในชาติต่อๆไป  ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ  ไม่รู้ปริยัติ จะเอาปัญญาที่ไหนมาโยนิโส

พิจรณาขันธ์ 5

 
4 ต.ค.
 
ช่วงเวลานั่งว่างๆ พิจรณาเรื่องการกำหนดว่า เวลาเกิดรูปนาม กำหนดตรงไหน และตั้งสติไว้ที่ตรงไหน
 
การกำหนดให้กำหนดสิ่งที่มากระทบภายนอก กำหนดตรงสิ่งที่เกิด เช่น รูป รส กลิ่น เสียง
 
ตั้งสติ ให้ตั้งสติไว้ที่อายตนะที่ถูกกระทบ เช่น ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เมื่อเกิดผัสสะที่อายตนะ
 
อย่าลืมว่า สิ่งที่มากระทบภายนอกเป็นรูป  จิตรับรู้สิ่งที่มากระทบเป็นนาม เมื่อเราตั้งสติทันจิต
 
เช่น หูได้ยินเสียง กำหนดที่เสียง เสียงเป็นรูป  จิตเกิดที่หู เราตั้งสติไว้ที่หู เมื่อสติทันจิตขันธ์ 5 ก็ดับ
 
การปรุงแต่งต่างๆที่จะเกิดขึ้นเลยไม่มี ได้ยินก็สักแต่ว่าได้ยิน  ยิ่งปฏิบัติ ยิ่งละเอียด 
 
ยิ่งละเอียด ยิ่งแยกขันธ์ 5 ได้ชัดเจนขึ้น เราเองก็หมั่นหาข้อมูลที่ครูบาอาจารย์ท่านได้เขียนไว้
 
พยายามคุยปรึกษากับผู้ที่รู้ปริยัติมากกว่า  เราเองต้องยอมรับว่าด้อยในเรื่องนี้ จะมีปัญหาเรื่องการโยนิโส
 
เมื่อเวลาปฏิบัติเสร็จ หมั่นทบทวนสภาวะเสมอๆ ยังไม่นอนทันที หรือ ถ้าเป็นกลางวัน ก็ยังไม่ไปไหนทันที
 
วันนี้ เดินจงกรม ไม่ว่าจะกำหนดยืนหรือเดิน มีสติดีตลอด  มีความชัดเจนดีมาก
 
นั่ง ….. เวทนาเกิดตลอด เป็นๆหายๆ สติดีกำหนดได้ทันตลอด ถึงจะปวดมากจนคิดว่าทนไม่ไหวก็กำหนดได้ทัน
 
พอกำหนดทัน ความปวดค่อยๆจางหายไป ใช้วิธีโยนิโส โดยการแยกขันธ์ 5 ออกมา
 
เวทนาเกิดมาก แต่กำหนดได้ทัน แต่วันนี้สติดี กำหนดได้ทันทุกขณะ
 
 
 

เดินจงกรม

 
4 ต.ค.50
 
เดินจงกรม ระยะที่3 กับ ระยะที่4 จะเก็บรายละเอียดได้ดี ระยะที่1 ขวา..ย่าง..หนอ.. ซ้าย..ย่าง..หนอ..
 
ระยะที่1 นี่ธรรมดา ก้าวย่างธรรมดา  อันนี้เท่าที่สังเกตุลมหายใจ จะเป็นปกติดี  ไม่ต้องดูลมขณะที่กำลังจะเดิน
 
หรือขณะที่เดิน  แต่ก็เห็นความชัดเจนทุกย่างก้าวที่เดิน ถ้าคิดว่า สติมากพอ เดินได้แน่นพอ ก็เริ่มระยะ 2
 
มีข้อสังเกตุอยุ่อย่างหนึ่ง ถ้าเดินได้สติดีจริงๆ ลมหายใจกับกายมันจะประสานกันเป็นหนึ่ง
 
ระยะที่2 ระยะนี้ถ้ายังเดินระยะที่1 ไม่แน่นพอ แล้วจะมาเดินระยะนี้ จะเห็นได้เลยว่า ก้าวเร็วมากๆ กำหนดแทบไม่ทัน
 
แถมจะล้มอีกต่างหาก ขาสั่นไปหมด ถ้าสติยังไม่มากพอ  ยก.. หนอ  เหยียบ.. หนอ มองดูเหมือนง่ายนะ
 
ยกขาเป็นกระต่ายขาเดียว แล้วก้าวเดิน ระยะ2 นี่ใช้สติในการเดินมากขึ้นกว่าระยะ1 ไม่งั้นเวลายกหนอจะเซ และทำให้ขาสั่น
 
ยกเท้าขึ้นอยุ่นานไม่ได้ เหมือนเรายกเท้าขึ้นแล้วก้าวพรวดๆไป ยกเท้านิดเดียวนะ ไม่ได้ยกสูง
 
เดินจงกรม ต้องเดินทีละระยะก่อน เดินให้ได้แน่นๆก่อน แน่นๆ คือ สติดี ชัดเจนก่อน แล้วค่อยๆเพิ่มระยะเอา
 
 ระยะที่3 เก็บรายละเอียดได้มากขึ้น เกี่ยวกับลมหายใจ ตั้งแต่ยกส้นเท้าเปิดรอก่อน
 
พร้อมกับหายใจเข้าให้เต็มปอด  พอยกเท้าลอย กำหนด ยก..หนอ.. จะค่อยๆผ่อนลมหายใจออกช้าๆ
 
ย่าง..หนอ.. พอเหยียบ..หนอ.. ลมหายใจจะปล่อยออกมาหมดพอดี จะทำได้ต้องหายใจยาวๆ ซึ่งได้มาจากการยืนหนอ
 
หากลมหายใจสั้น สติไม่พอ จะเดินระยะนี้ไม่ได้ ถึงบอกว่าเดินได้ก็กำหนดได้ไม่ทัน  อันนี้ฟังจากคนที่ลองเดินแล้วเดินไม่ได้
 
ถึงเดินได้ก็เก็บรายละเอียดต่างๆไม่ได้ จับลมหายใจก็ไม่ได้
 
ระยะที่ 4 ระยะนี่เริ่มละเอียดมากกว่าเดิม  ยก.. ส้น .. หนอ … ยก.. หนอ .. ย่าง.. หนอ .. เหยียบ .. หนอ ..
 
ยกส้นหนอ หายใจให้เต็มปอด พอยกเท้าหนอ นี่เริ่มผ่อนลมหายใจออกช้าๆ  ค่อยๆผ่อนลมหายใจออกตามจังหวะที่เท้ายก
 
แล้วย่างหนอ เท้าจะวาดลอยอยู่ ค้างอยู่ พอเหยียบหนอ จะหายใจออกหมดพอดี จะหายใจตามจังหวะที่เคลื่อนไหวอริยาบท
 
ไม่มีการหายใจทิ้งทั้งเข้าและออก  นี่เก็บรายละเอียดได้ตั้งแต่ระยะที่2 แล้ว ลองสังเกตุดูเอง
 
ระยะ3 กับระยะ4 นี่ ทั้งสติสัมปชัญญะจะดีมากๆ เห็นชัดเจนทั้งขณะที่เดินเกิดความพร้อมทั่วตัว สติเป็นตัวบอก
 
สัมชัญญะเป็นตัวรู้  ลมหายใจกับกายจะเป็นหนึ่งเดียวกัน ทุกลมหายใจคือทุกย่างก้าวที่กำหนดอาการที่กำลังเดิน
 
หากสติไม่มากพอจะเดินระยะนี้ไม่ได้ บางคนอึดอัด หายใจไม่ทันกับการเดิน หรือไม่ก็หายใจหอบเหนื่อยไปเลย
 
อันนี้เขาก็เล่าให้ฟัง

ตุลาคม 2007
พฤ อา
« ก.ย.   พ.ย. »
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: