ตัดใจ

14 มี.ค. 2008
ยิ่งปฏิบัติ ก็ยิ่งเห็นทุกข์ มองไปทางไหนก็มีแต่ทุกข์ ทำไมทุกข์มันช่างมากมายอย่างนี้หนอ
เมื่อก่อนเข้าใจว่า เมื่อเห็นทุกข์ ย่อมเข้าใจในทุข์ ย่อมอยู่ในทุกข์ได้โดยไม่ต้องไปทุกข์กับทุกข์นั้นๆ
แต่ทุกข์ครั้งนี้เราเห็นมันคนละอย่างกับทุกข์ที่เราเคยเห็น เคยเข้าใจ

ทุกข์ครั้งก่อนคือทุกข์ทั่วๆไปที่เกิดขึ้นในครองชีวิต ในการมีชีวิตอยู่
แต่ทุกข์ครั้งนี้เป็นทุกข์ของการเวียนว่ายตายเกิด ไม่อยากเกิดมาทุกข์แบบนี้อีกแล้ว
เกิดมานี่มันช่างวุ่นวาย วุ่นวายทั้งข้างนอกและข้างใน มันดูวุ่นวายไปหมด

เมื่อคืนปฏบัติ เจอเวทนา ตัดใจเลยสู้กับเวทนา
พิจรณาลงไปว่าเวลาตายเราจักต้องทรมาณมากกว่านี้เยอะ เวทนาที่เคยเจอมีทั้งหนักและเบา
ครั้งนี้ก็หนักหนาสาหัส ปวดจนหลังมากๆร้าวมาที่ก้นกบ เหมือนมันจะหลุดออกมาเป็นชิ้นๆ
บังคับตัวเองเลย ตั้งหลังให้ตรง แล้วสู้กับเวทนาที่เกิด

ใจก็คิดพิจรณาไปด้วย เพราะเรายังมีอุปทานยึดมั่นถือมั่นในกายของเรา
มันจึงยังมีเวทนาเกิดอยู่ตลอด มันเกิดแล้วก็หายอยู่อย่างนั้น หนักเบาไม่เท่ากัน มันไม่เที่ยง
เราไปบังคับว่าให้เกิดหรือไม่ให้เกิดไม่ได้

พิจรณาหนักๆ พิจรณาว่ามันไม่เที่ยง แล้วจากที่ปวดสุดๆ
มันก็รู้สึกซ่าๆไปทั้งขา ซ่าๆไปตามส่วนที่ปวด แล้วมันก็ค่อยๆหายปวดไป
แล้วนั่งต่อไปจนกระทั่งครบเวลาที่ตั้งไว้

เวทนานี่เจอมาหลายรอบละหนักๆทั้งนั้น
แต่ครั้งนี้หนักกว่าทุกครั้งเหมือนร่างกายเรามันจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ
แต่ตั้งใจไว้แล้ว ต่อไปนี้จะปฏิบัติ เพื่อเตรียมตัวตาย
เมื่อถึงเวลาที่ต้องตายจริงๆจะได้มีสติรู้ตัวตลอดเวลาจนกระทั่งหมดลมหายใจ

 

31 มีนาคม ’51
วันนี้ ระหว่างเดินจงกรม เกิดเวทนาสุดๆ
อยู่ๆมีอาการเหมือนกล้ามเนื้อหลังจะเป็นตะคริว
มันเป็นกลุ่มเป็นก้อนๆขึ้นมา แต่ยังไม่ถึงขั้นตะคริว

ความคิดอันดับแรกที่เกิดก็คือ กลัวสุดๆ
กลัวเป็นอัมพาต เพราะหลังนี่สำคัญมากๆ
หายใจยาวๆ กำหนดรู้หนอๆๆแล้วหยุดเดิน
เปลี่ยนอารมณ์มาจับตรงเวทนาแทน
ค่อยๆเอามือออกจากการที่จับไว้ตรงกระเบนเหน็บ
หายใจยาวๆ กำหนดรู้ไปเรื่อยๆ
เปลี่ยนเอามือมากุมไว้ข้างหน้า
แต่ยกมือขึ้นไม่ได้ หลังมันจะเป็นตะคริว
ความรู้สึกยังกลัวอยู่แบบบอกไม่ถูก

แต่ใจก็คิด ถ้าจะเป็นอะไรไปเพราะการปฏิบัติ
ก็ให้มันเป็นไป ยังกำหนดรู้อยู่อย่างนั้น
หายใจยาวๆ ค่อยๆลองยกแขนมากุมไว้ข้างหน้า
ยังหายใจยาวๆ ใช้สติจับอยู่ที่อาการทุกขณะ
พอยกมือมากุมไว้ข้างหน้าได้แล้ว ก็เริ่มยกมือไปกุมไว้ข้างหลัง

พอกุมมือได้ สักพัก มีอาการเหมือน แผ่นหลังมันแตกออกเป็นส่วนๆ
เหมือนกายมันแยกออกจากกัน มันดังเปรี๊ยะในความรู้สึก
แล้วมันก็รู้สึกว่าในหัวสมองมันโล่งไปหมดเลย มันโล่งแบบบอกไม่ถูก ทั้งตัวนี่เบาไปหมด

พอมานั่งสมาธิต่อ แค่หย่อนตัวนั่งลง
ยังไม่ทันจะหายใจเข้าเลย มันเข้าสู่สมาธิทันที
ไม่ได้คิดว่าอาการที่เกิดขึ้นนั้นมันคืออะไร
เพียงแต่มองว่า เวทนาแต่ละครั้งนี่ มันช่างสุดๆจริงๆ

ครั้งที่ 1 ที่จำได้คือ เวทนาที่เกิดตอนนั่งสมาธิ อันนี้เกิดที่ขา
แต่ที่เหมือนกันคือมันหฤโหดสุดๆเหมือนๆกัน
เหมือนกายมันระเบิดแยกออกจากกันเหมือนกัน
แต่ตรงนี้พอมันแตกออกมา มันกลับมีตัวรู้เกิดขึ้น

ผลที่ตามมาจากการเดินจงกรมแล้วเกิดเวทนาเวทนาครั้งนี้
คือ โรคปวดหลังนี่ เป็นมาตั้งแต่สมัยทำงาน
ส่วนมากจะเป็นกัน ยกคนไข้ประจำ
มันก็เลยเป็นเรื้อรังมาตลอด(หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท)

ความที่ว่าเจอเวทนาบ่อยๆ แบบโหดๆ เดี๋ยวนี้เลยกลายเป็นว่า
สามารถมีสติพิจรณาเวทนาที่เกิดได้ดีขึ้นกว่าเมื่อก่อน
วันนั้นเจอเวทนาสองชั่วโมงเต็มๆ (วันไปปฏิบัติที่วัดมหาธาตุ)

พระอาจารย์ท่านบอกว่า ขณะที่เดินจงกรม สมาธิเราเกิดมากเกินไป
ให้เรารู้ไปในอริยบทย่อยให้บ่อยๆ เพื่อจะได้มีสติให้มากขึ้นกว่านี้
สังเกตุเห็นหลายครั้งละ ว่าหลังจากเดินจงกรม พอมานั่งสมาธิต่อ
ทำไมเราถึงเข้าสู่สมาธิได้เร็ว เพราะอย่างนี้นี่เอง

ถ้าเป็นเมื่อก่อน ต้องถามพระอาจารย์ละ เดี๋ยวนี้เลิกถาม
เพราะท่านบอกไว้แล้วว่า
ไม่ต้องไปให้ค่าความหมายในสิ่งที่เกิดหรือเห็น
ให้ตัดความสงสัยออกไป

ตั้งแต่เจอเวทนาหนที่สองนี่ เรามองเห็นความกลัวที่เรามีอยู่
ไม่เคยกลัวเท่าครั้งไหนๆเลย ครั้งนี้กลัวมากๆ
เหมือนความกลัวอันนี้ที่แท้มันมีอยู่แล้ว
เพียงแต่มันถูกซ่อนเอาไว้ แล้วถ้าเกิดต้องตายจริงๆ
มิขาดสติไปหรือนี่ รู้แต่ว่า ประมาทไม่ได้แล้ว
ความสงสัยต่างๆที่เคยมีมากมาย เดี๋ยวนี้แทบจะไม่มีเลย
มันสงบมากๆจนตัวเราเองก็ยังแปลกใจเลย

Advertisements

เพิ่มเวลา

04 มี.ค. 2008
ตั้งแต่เพิ่มเวลาเดินจงกรม บางวันเดิน 2 ช.ม. บางวันเดิน 3 ช.ม.
แต่ละรอบจะเดินอย่างนี้ตลอด ทำไปเรื่อยๆแล้วแต่สะดวก
สมาธิที่เกิดถี่ๆเริ่มลดน้อยลง ไปเกิดขณะที่ยืนเป็นพักๆไม่มากเท่าเมื่อก่อน
แต่การเข้าออกสมาธิยังคล่องเหมือนเดิม

คือแค่ดูท้องพองยุบ 2หรือ 3 ครั้งก็เข้าสู่สมาธิได้เลย
อาการเสียวๆที่ฝ่าเท้ายังมีอยู่แต่น้อยลง
แต่ความรู้สึกในการที่ฝ่าเท้าหรืออาการที่เคลื่อนย้ายอริยาบทที่เท้านี้ชัดมากๆ
มันจะรู้ขึ้นมาในจิตแบบอธิบายไม่ถูก แต่ก็ไม่ถามหลวงพ่อ
เพราะเชื่อว่า ปฏิบัติไป เดี๋ยวก็จะรู้เอง

มีนาคม 2008
พฤ อา
« ก.พ.   เม.ย. »
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: