พระมหากัจจานะ

 
   พระมหากัจจานะ เป็นผู้ฉลาดในการอธิบายความแห่งคำที่ย่อให้พิศดาร ได้สรรเสริญแต่พระศาสดาว่า เป็นเยี่ยมกว่าสาวกอื่นในทางนั้น  วันหนึ่ง พระศาสดาทรงแสดงธรรมว่า
    ผู้มีปัญญา ไม่ควรตามคิดถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้ว
    ไม่ควรมุ่งหวังสิ่งที่ยังมาไม่ถึง เพราะสิ่งที่ล่วงไปแล้ว สิ่งนั้นก็ละเสียแล้ว สิ่งใดที่ยังไม่มาถึงแล้ว สิ่งนั้นก็ยังไม่ได้มาถึง
    ผู้ใดเห็นแจ้งในธรรมที่เกิดขึ้นจำเพาะหน้าในที่นั้นๆ ในกาลนั้นๆ ไม่ง่อนแง่น ไม่คลอนแคลน ครั้นรู้ธรรมนั้นแล้ว พึงให้ธรรมนั้นเจริญเนืองๆ ความเพียรควรทำเสียในวันนี้แล ใครเล่าจะพึงรู้ว่า ความตายจะมีต่อพรุ่งนี้ เพราะว่าความผัดเพี้ยนต่อมฤตยูราชที่มีเสนาใหญ่ ไม่มีเลย ผู้รู้ที่เป็นคนสงบระงับ ย่อมกล่าวสรรเสริญผู้มีความเพียร ไม่เกียจคร้านทั้งกลางวันและกลางคืน อยู่ด้วยความไม่ประมาทอย่างนี้ว่า ผู้มีราตรีเดียวเจริญ
     ครั้นตรัสอย่างนี้แล้ว เสด็จลุกเข้าวิหารที่ประทับ ภิกษุทั้งหลายไม่ได้ช่องเพื่อจะกราบทูลถามความแห่งคำที่ตรัสโดยย่อให้กว้างขวาง เห้นความสามารถของพระมหากัจจานะ จึงไปหา อาราธนาให้ท่านอธิบาย  ท่านอธิบายให้ฟังว่า ท่านผู้มีอายุ เรารู้ความแห่งธรรมที่ทรงแสดงแล้วโดยย่อนั้น ตามความพิศดารว่า
     เมื่อบุคคลคิดว่า ในกาลไกลล่วงแล้ว ตากับรูป หูกับเสียง จมูกกับกลิ่น ลิ้นกับรส กายกับสิ่งที่พึงจะถูกต้องด้วยกาย ใจกับอารมณ์ที่เกิดขึ้นกับใจของเรา มีแล้วอย่างนั้น ความกำหนัดพอใจในสิ่งเหล่านั้นก็ผูกพันวิญญาณ เพราะวิญญาณอันความกำหนัดผูกพันแล้ว ผู้นั้นก็เพลิดเพลินสิ่งนั้นๆ ผู้ที่เพลิดเพลินสิ่งนั้นๆอย่างนี้ ชื่อว่าตนตามคิดสิ่งที่ล่วงไปแล้ว  ไม่คิดอย่างนั้น ความกำหนัดพอใจในสิ่งนั้นๆ ก็ไม่ผูกพันวิญญาณได้ ผู้นั้นก็ไม่เพลิดเพลินสิ่งนั้น ผู้ไม่เพลิดเพลินสิ่งนั้นๆอย่างนี้ ชื่อว่า ไม่ตามคิดสิ่งที่ล่วงไปแล้ว
      บุคคลใดตั้งจิตไว้เพื่อหมายจะได้สิ่งที่ตนยังไม่ได้แล้วว่า ในกาลไกลข้างหน้า นัยน์ตากับรูปเป็นต้น ของเราจักเป็นอย่างนี้ เพราะความตั้งจิตอย่างนั้นเป็นปัจจัย ผู้นั้นก็เพลิดเพลินสิ่งนั้นๆ ผู้ที่เพลิดเพลินสิ่งนั้นๆอย่างนี้ชื่อว่ามุ่งหมายสิ่งที่ยังมาไม่ถึง  บุคคลไม่ตั้งจิตเพื่อจะหมายในสิ่งที่ตนยังไม่ได้แล้วอย่างนั้นๆ สิ่งที่ผู้ไม่เพลิดเพลินสิ่งนั้นๆอย่างนี้ ชื่อว่า ไม่มุ่งหมายสิ่งที่ตนยังมาไม่ถึงแล้ว
      นัยน์ตากับรูปอย่างละ ๒ ๆ อันใดเหกิดขึ้นจำเพาะหน้า ถ้าว่าความกำหนัดพอใจในสิ่งนั้นๆผูกวิญญาณได้แล้ว บุคคลก็เพลิดเพลินสิ่งนั้นๆ ผู้เพลิดเพลินสิ่งนั้นๆอย่างนี้ ชื่อว่าง่อนแง่นคลอนแคลนในธรรมที่เกิดขึ้นจำเพาะหน้า ถ้าความกำหนัดพอใจในสิ่งนั้นๆไม่ผูกพันวิญญาณได้ บุคคลก็ไม่เพลิดเพลินในสิ่งนั้นๆ ผู้ที่ไม่เพลิดเพลินในสิ่งนั้นๆอย่างนี้ ชื่อว่าไม่ง่อนแง่นคลอนแคลนในธรรมที่เกิดขึ้นจำเพาะหน้า
 
 
จากหนังสือ อนุพุทธประวัติ ของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส  พุทธศักราช ๒๔๖๒
โฆษณา

พฤษภาคม 2008
พฤ อา
« เม.ย.   มิ.ย. »
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: