สักแต่ว่า …..

เพิ่งเข้าใจคำพูดของหลวงพ่อภาวนานุกูลที่ท่านจะพูดเสมอๆในการให้คำแนะนำเวลาติดขัดหรือเจอสภาวะบางอย่าง ท่านจะบอกเสมอๆว่า เมื่อเกิดอะไรขึ้น อย่าไปชอบใจ อย่าไปชัง ให้ตั้งจิตไว้กลางๆ สักแต่ว่ารู้ สักแต่ว่าดู สักแต่ว่าเห็น อย่าไปให้ค่าหรือความหมายใดๆในสิ่งที่พบเห็นหรือเกิดขึ้นในขณะนั้นๆ ให้ทำจิตให้ได้อย่างนี้ตลอดเวลา 
     เพิ่งมาเข้าใจเมื่อวานนี้เอง เมื่อก่อนก็พยายามทำแบบที่หลวงพ่อบอก แต่มันก็ยังมีเอ๊ะอยู่ในใจ เพียงแต่จะถามก็ถามไม่ได้ เพราะรู้อยุ่แล้วว่า เวลาหลวงพ่อตอบ ท่านจะบอกว่าอย่างไร ก็เลยเลิกถาม ถึงจะมีเอ๊ะก็ปล่อยให้มันเอ๊ะไปอย่างนั้น  ที่บอกว่าเพิ่งมาเข้าใจเมื่อวานนี้ก็คือ ตั้งแต่ที่เจอปัญหาว่า จู่ๆความกำหนัดมันก็เกิดทั้งๆที่เราไม่ได้คิดอะไรเลย กำลังปฏิบัติอยู่ด้วยซ้ำ ซึ่งมันไม่น่าจะเป็นไปได้  เคยถามหลวงพ่อเหมือนกัน เรื่องการกำหนดให้เกิดเป็นอสุภะ ซึ่งท่านก้บอกว่า จะกลับไปหาสมถะอีกทำไม ให้ดูตามความเป็นจริงที่เกิดอย่างเดียว นี่ท่านบอกอย่างนี้  ซึ่งครั้งนี้ ไม่ใช่เราไม่เชื่อ แต่เราก็อยากจะลองทำดู พยายามกำหนดนิมิตอสุภะให้เกิดขึ้น แต่ทำไม่ได้ นิมิตนี่ เราไม่เคยมีมาตั้งนานแล้ว เพราะเราไม่เอาเลย เมื่อวานนี้ เราก็เดินจงกรม เดินไปคิดไป พิจรณาไป ว่าทำไมมันถึงเกิดอารมณ์เช่นนั้น มันเกิดแล้วก็หาย เกิดแล้วก็หาย ทั้งๆที่เราไม่ได้ดูหรือคิดเกี่ยวกับสิ่งที่เป็นสื่อซึ่งสามารถทำให้เกิดอารมณ์ชนิดนี้ขึ้นมาได้ เดินไปก็ค่อยๆทบทวนไป  จู่ๆก็นึกถึงคำพูดของคุณนุขึ้นมาว่า ผู้ที่ด้อยปริยัติหรือขาดการศึกษา ต่อให้ไตรลักษณ์มาปรากฏอยู่ตรงหน้า พวกนี้ก็จะไม่รู้ เพราะขาดการพิจรณา ขาดการเรียนรู้ จนกว่าปัญญาจะเกิดขึ้นเอง พวกนี้ถึงจะรู้ในสิ่งที่เกิดขึ้น …
      เรานะพอนึกถึงตรงนี้ ร้อง โหๆๆๆๆๆ …. คิดว่าอะไร ทำไมมันถึงเกิด  ที่แท้ไตรลักษณ์มาแสดงให้เห็นตรงหน้า ไม่ว่าจะเรื่องเวทนาที่ผ่านมา เรื่องโอภาส ที่เกิด ดับ อยู่อย่างนั้น นี่มาเรื่องความกำหนัดอีก  พอคิดพิจรณา โน่น …. ไปนึกถึงคำสอนของหลวงพ่อพระครูถาวนานุกูลทันทีเลย ในสิ่งที่ท่านบอกเรามาตลอดเวลา  เราเข้าใจเลย วางลงได้ทันทีในความสงสัยในสภาวะที่เกิดขึ้น เดี๋ยวนี้ ถึงแม้จะมีอะไรเกิดขึ้นก็ตาม ก็ดูตามความเป็นจริงที่เกิดขึ้นอย่างเดียว ไม่มีเอ๊ะอีกแล้ว ทุกอย่างมันล้วนเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ถ้าเราไปให้ค่าให้ความหมายในสิ่งที่เกิดขึ้น มันก็กลายเป็นอัตตาทันที อย่างนี้นี่เอง เพราะขาดการศึกษาในปริยัติ ขาดการพิจรณาอย่างละเอียดถี่ถ้วน ได้แต่ดู ได้แต่คิด คิดแล้วคิดอีก จนหยุดคิด เพราะคิดว่า ไม่รู้จะคิดไปทำไม ก็เลยวางลงได้ชั่วขณะหนึ่ง พอนึกถึงอีกก็คิดอีก
                         
โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

พฤษภาคม 2008
พฤ อา
« เม.ย.   มิ.ย. »
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: