อนุโลมญาณ

 
           เมื่อไม่มีเหตุขัดข้องประการใดประการหนึ่งตามที่กล่าวไว้ ในไม่ช้าโยคีผู้ปฏิบัติก็จะบรรลุถึงจุดหมายปลายทางอันยิ่งใหญ่  นั้นคือการเข้าสู่ ความดับ อันความดับนี้ วิปัสสนาจารย์พึงเข้าใจให้ดี  เพราะเป็นจุดที่สำคัญที่สุด  เป็นจุดสุดยอดของการปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน  ถ้ารู้เท่าไม่ถึงการณ์ขาดความรอบคอบแล้วก็จะทำให้ผิดพลาด  ทั้งศิษย์ทั้งอาจารย์อาจกอดคอกันตกลงในห้วงเหวแห่งความเข้าใจผิด  ซึ่งเป็นอันตรายอย่างหนักที่สุดของการปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน  เพราะความดับที่ไม่แท้นั้นอาจะเกิดขึ้นได้โดยเหตุหลายประการคือ
 
           ๑. ดับด้วย  ปิติ
           ๒. ดับด้วย  ปัสสัทธิ
           ๓. ดับด้วย  สมาธิ
           ๔. ดับด้วย  ถีนมิทธะ
           ๕. ดับด้วย  อุเปกขา
 
            ทั้ง ๕ ประการนี้เป็นความดับเทียม ใช้ไม่ได้ เป็นการล่อให้หลงเข้าใจผิด   ส่วนมากเกิดขึ้นในอุทยัพพยญาณอ่อน ๑ ในมุญจิตุกัมยตาญาณ ๑ ในสังขารุเปกขาญาณ ๑ ถ้าเกิดขึ้นในญาณเหล่านี้พึงตัดสินเลยว่าเป็นของเทียมใช้ไม่ได้
 
             ส่วนความดับแท้จริง  ที่พึงประสงค์ในการปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐานนี้  ก็คือ  ความดับโดยมรรค  ขณะที่สังขารุเปกขาญาณถึงความแก่กล้าที่สุด   สังขารอารมณ์ซึ่งอ่อนละเอียดมีอาการสม่ำเสมอเป็นธรรมดานั้น ก็จะค่อยๆเร็วขึ้นๆจนถี่มาก ( วิปัสสนาจารย์ควรบอกไว้ล่วงหน้าว่า เมื่อกำหนดรูป,นามอารมณ์ไม่ทันก็ให้กำหนดรู้หนอๆ ) แล้วก็กลับช้าลงเป็นธรรมดาอีก  ต่อไปก็จะมีอาการเร็วขึ้นๆแล้วค่อยๆช้าลงอีก เป็นอยู่อย่างนี้บ่อยๆ โดยเป็นไปตามสภาวะของญาณ
 
              ดังมีสาธกยกอุปมาในเรื่อง ทิสากากะ เปรียบเหมือนนกกาดูทิศ อันธรรมดานายเรือผู้ชาญฉลาดเมื่อจะนำเรือแล่นไปสู่มหาสมุทร  ย่อมนำนกกาสำหรับดูทิศใส่กรงติดไปกับเรือด้วย  ครั้นแล่นไปท่ามกลางมหาสมุทร  ขณที่ท้องทะเลปั่นป่วนมีพายุลมแรง  ทั้งฝนก็ตกหนักท้องฟ้ามืดมน  เรือก็แล่นไปตามลมจนหลงผิดทิศทาง  ไม่รู้ว่าเรือไปอยู่ในบริเวณไหน  เมื่อเป็นเช่นนี้ นายเรือย่อมนำนกกาออกมาจากกรงแล้วปล่อยขึ้นไป  นกกาเมื่อถูกปล่อยก็จะรีบบินขึ้นสู่ท้องฟ้าอันกว้างใหญ่  เหลียวแลดูไปตามทิศต่างๆ เมื่อไม่เห็นฝั่งก็จะบินกลับลงมาเกาะปลายเสากระโดงเรือ  ด้วยความกลัวว่าจะหมดแรงตกทะเลตาย  ต่อเมื่อได้รวบรวมกำลังบินขึ้นไปอีกให้สูงกว่าเดิมจนสามารถถมองเห็นได้แล้ว  ก็จะบินตรงเข้าสู่ฝั่งเลย ไม่กลับมาที่เรืออีก    นายเรือก็สามารถรู้ได้ว่าฝั่งอยู่ทางทิศที่กาบินตรงไปนั้น
 
                เอวเมว  สเจ  สงฺขารุเปกฺขาญาณํ  สนฺติปทํ  นิพฺพานํ  สนฺตโต    ปสฺสติ  สพฺพํ  สงฺขารปฺปวตฺตํ  วิสชฺเชตฺวา  นิพฺพานเมว  ปกฺขนฺทติ  โน  เจ  ปสฺสติ  ปุนปฺปุนํ   สงํขารารมฺมณเมว  หุตฺวา  ปวตฺตติ.
 
              สังขารุเปกขาญาณนี้ก็เป็นเช่นนี้  ถ้าจะเห็นพระนิพพานอันเป็นสันติบท  ก็ปล่อยความเป้นไปของรูป,นามสังขารทั้งหมดแล่นตรงเข้าสู่พระนิพพานอย่างเดียว  เช่นเดียวกับนกกาบินหาฝั่งก็บินไปเลยไม่กลับมา  ถ้าไม่เห็นพระนิพพานก็จะกลับมาเอารูป,นามสังขารเป็นอารมณ์อีกหลายครั้ง  เหมือนกาบินไปแล้วไม่เห็นฝั่งก็กลับมาที่เรืออีกฉะนั้น  นี้เป็นลักษณะของสังขารุเปกขาญาณชั้นสุดยอด
 
                                                   วุฏฐานคามินีวิปัสสนา
 
              การปฏิบัติตั้งสติกำหนดเอาอาการสังขารอารมณ์ซึ่งค่อยๆถี่ขึ้นๆอันเปรียบเหมือนนกกาบินหาฝั่งนั้น  ท่านอนุรุทธาจารย์เรียก  วุฏฐานคามินีวิปัสสนาญาณ  ซึ่งได้แก่ยอดสังขารุเปกขาญาณ หรือ สิขาปัตตสังขารุเปกขาญาณ และพร้อมด้วย  อนุโลมญาณ  ดังที่ท่านได้แสดงไว้ว่า-
 
                  ยา  วิปสฺสนา  สิขาปตฺตา  สาว  สานุโลมา  สงฺขารุเปกฺขา  วุฏฺฐานคามินีวิปสฺสนาติ  จ  ปวุจฺจติ.
 
               ยอดของสังขารุเปกขาญาณและอนุโลมญาณเรียกว่า วุฏฐานคามินีวิปัสสนาญาณ
 
จากหนังสือ วิปัสสนาทีปนีฎีกา  รจนาโดย หลวงพ่อภัทันตะ  อาสภะมหาเถระ อัคคมหกัมมัฏฐาน  ธัมมาจริยะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

พฤษภาคม 2009
พฤ อา
« เม.ย.   มิ.ย. »
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031

คลังเก็บ

%d bloggers like this: