ปัญหาข้อที่ ๓ กลางวันเป็นเปลวได้แก่อะไร?

 
ปัญหาข้อที่ ๓ ถามว่า กลางวันเป็นเปลว ได้แก่อะไร?
 
ตอบว่า  ได้แก่ การประกอบการงาน คือ การงานน้อยใหญ่ ตามหน้าที่ของตนๆ การงานนั้นแบ่งประเภท ๒ อย่างคือ
 
๑. การงานทางโลก
 
๒. การงานทางธรรม
 
๑. การงานทางโลก  นั้น บุคคลย่อมพากันทำตามสมควรแก่ฐานะของตน  เช่น 
ชาวนาก็ต้องตากฝน ทนแดด  ในการทำนา  มีการคราด ไถ หว่าน เกี่ยว เก็บ เป็นต้น 
ชาวสวน ก็ต้องลำบากในการทำสวน  มีดายหญ้า รดน้ำต้นไม้ พรวนดิน เป็นต้น
พ่อค้าก็ต้องร้อนด้วยการวิ่งไปซื้อวิ่งขาย  หรือนั่งร้านคอยหาลูกค้า เป็นต้น
ข้าราชการก็ต้องร้อนด้วยการทำงานตามหน้าที่ของตน 
 
พูดโดยย่อก็คือ  กลางวันร่างกายไม่ได้อยู่เป็นสุขเหมือนกลางคืน ต้องร้อนด้วยการประกอบการงานทั้งเล็กทั้งใหญ่เสมอไป
ซึ่งเปรียบเหมือนกับไฟอันลุกเป็นเปลวอยู่ ฉะนั้น
 
๒. การงานทางธรรม นั้น จำแนกออกเป็น ๔ อย่างคือ
 
๑. ปริมาณสีลขนฺธโรปนํ  ได้แก่  การรักษาศิล ๕ – ๘ – ๑๐ – ๒๒๗
 
๒. อรญฺญวาโส  ได้แก่  การอยู่ป่า  ตามสมณวิสัยของผู้ปฏิบัติ เพื่อกำจัดกิเลสให้ปราศจากขันธสันดานของตน ตามหน้าที่ของพุทธบุตร
 
๓. ธูตงฺคปริหรณํ  การถือธุดงค์  ตามหลักของพุทธศาสนา
 
๔. ภาวนารามตา  การเจริญสมถกรรมฐาน  และการเจริญวิปัสสนากรรมฐาน  เพื่อให้ได้ฌาน  และเพื่อให้บรรลุมรรค ผล นิพพาน
ผู้ปฏิบัติจะต้องร้อน  คือ ร้อนเพราะเหตุ ๓ ประการ คือ
 
๑. อาตาปี  มีความเพียรเผากิเลสให้ร้อนทั่ว  เผาให้ไหม้ ให้หมดไป ให้สิ้นไปจากขันธสันดานของตน
 
๒. สติมา  ผู้ปฏิบัติต้องร้อน  คือ รีบสังวรระมัดระวังมิให้กิเลสไหลเข้ามาทางตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ
ต้องรีบ ต้องร้อนต้องกัน ต้องปิดไว้ด้วยสติ
 
๓. สมฺปชาโน  มีสัมปชัญญะ  คือ ความรู้อยู่ทุกๆขณะ  รู้เท่าทันอารมณ์ และรูปนาม  อันได้แก่ ปัญญา นั่นเอง
ซึ่งจำแนกออกเป็น ๔ อย่าง มีสาตถกสัมปชัญญะ เป็นต้น
 
รวมความว่า  การงานทางธรรมก็ต้องร้อนเหมือนกันกับทางโลก  แต่ต่างกันที่ภาวะคือ ทางโลกร้อนนั้น ร้อนเพื่อร้อน 
ทางธรรมนั้น  ร้อนเพื่อเย็น  ร้อนคือรีบร้อน  เพื่อดับทุกข์  เพื่อตัดกิเลส  เพื่อดับไฟอันเป็นต้นตอของความร้อน
ในวัฏฏสงสาร   ดังนั้นพระพุทธองค์จึงตรัสว่า " กลางวันเป็นเปลว " ได้แก่ การประกอบงาน  ดังที่ได้บรรยายมาแล้วนั้น
 
จากหนังสือ วิปัสสนากรรมฐาน ภาค ๑ เล่ม ๑ หลวงพ่อโชดก
 

พฤศจิกายน 2009
พฤ อา
« ต.ค.   ธ.ค. »
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: