เรื่องเล่าจากนิมิต

 
รูปภาพ
 
 
 
 
 
 
 
http://audio.palungjit.com/f21/พุทธชัยมงคลคาถา-ประกอบดนตรี-pali-chanting-เพราะมากๆค่ะ-5164.html พุทธชัยมงคลคาถา ประกอบดนตรี (Pali Chanting)เพราะมากๆค่ะ
 
วิธีเปิดฟัง ให้ติ๊กลงไปที่ช่องฟัง แล้วจะเล่นออโต้เองค่ะ
 
 
 
เรื่องที่เล่าให้ฟังนี้ เป็นหนึ่งในนิมิตในอดีตชาติของตัวเราเอง
เมื่อก่อนไม่เข้าใจตัวเองว่า ทำไมถึงมีความผูกพันกับคนจีน ประเพณีจีน หรือรูปภาพต่างๆของจีน
แม้แต่เจ้าแม่กวนอิม ทุกๆครั้งจะมีสัมผัสแปลกๆเกิดขึ้นตลอดเวลาที่พบรูปเจ้าแม่กวนอิม
 
จนกระทั่งได้มาปฏิบัติ ภาพในนิมิตปรากฏขึ้นมาให้เห็น
ในชาติหนึ่งของเรานั้น เคยได้เกิดมาเป็นหลวงจีน นั่งหลับตานับลูกประคำ
เห็นนั่งหลับตาภาวนาอย่างเดียวไม่ลุกไปไหนเลย
 
แล้วมีอีกนิมิตเกิดขึ้นคือ ภาพเจ้าแม่กวนอิมเคลื่อนตัวมาจากเบื้องบนแล้วหายไปในบ่าข้างซ้ายของเรา
แล้วมีภาพพระพุทธเจ้าทรงอยู่ในปางลีลา เคลื่อนตัวมาจากเบื้องบนแล้วหายไปในบ่าข้างขวาของเรา
นั่นคือ นิมิตที่จำได้ติดตามากๆ  ทุกวันนี้ก็ยังรู้สึกผูกพันอยู่นะ เพียงแต่รู้อยู่ในใจ
 
ถ้าเราได้ดูหนังเกี่ยวกับศาสนา ไม่ว่าจะศาสนาไหนๆก็ตาม เราจะเกิดความปลื้มปีติมากๆ
เกี่ยวกับความเพียรของศาสดาทั้งหลายที่นำมากล่าวถึง เรียกว่าน้ำตาคลอทุกๆครั้งที่ได้ดู
โฆษณา

มีให้เรียนเรื่อยๆ

 
สภาวะมีมาให้เรียนเรื่อยๆ  แต่เราสามารถเลือกเรียนได้ เรียนที่จะต่อ หรือเรียนที่จะจบ
ต่ออะไร ต่อการก่อภพก่อชาติ จบอะไร จบจากการก่อภพก่อชาติ
 
การกระทบทุกๆการกระทบที่เกิดขึ้น นั่นคือ สภาวะ
เป็นสภาวะกิเลสที่มีอยู่ในจิตที่เกิดขึ้น  สติ สัมปชัญญะรู้เท่าทันมากแค่ไหน รู้ทันมันก็ดับ
รู้เท่าทันได้มาก ดับได้ไวมากขึ้น รู้เท่าทันได้น้อย ย่อมตกเป็นเหยื่อกองกิเลสต่อไป
แต่เมื่อฝึกที่จะรู้ลงไปบ่อยๆ ไม่ถอย ไม่หลบ ดูตามความเป็นจริงของกิเลสที่เกิดขึ้นในใจ
ตัวนี้แหละตัววัดผล ไม่ใช่ใครที่ไหนมาวัดผลสอบให้กับเรา ตัวเรานี่แหละวัดผลได้ด้วยตัวเราเอง
ถ้าวันนี้ยังหลบลี้หนีหน้า นั่นคือ ยังยอมรับตามความเป็นจริงไม่ได้ ชอบหรือชัง ต้องเห็นตามความเป็นจริง
ไม่ใช่หลบหน้า แล้วทำข้อสอบแบบอนุมานเอาเอง พอเจอสภาวะจริงๆเข้า กิเลสกระเจิงเลย
 
ตราบใดที่มีการตอบโดยใช้ความคิดแทนในการตอบ ไม่ใช่แจ้งออกมาจากจิตจริงๆ นั่นคือ ยังอยู่ในจินตามยปัญญา
ยังไม่ใช่เกิดจากตัวปัญญาที่แท้จริง นี่แค่อนุมานเอาเอง กดข่มกิเลสเอาไว้ โดยไม่รู้ว่ากดข่ม
 
เช่น การละสักกายะทิฏฐิ ต้องเห็นโดยสภาวะ ไม่ใช่การน้อมเอาคิดเอาเองว่าเห็นแบบนี้แล้ว ทำให้คิดว่า ….
ตัวอย่างเช่นคำพูดเหล่านี้ 
 
" มีวันหนึ่งที่กายหยาบเขาได้แยกให้เห็นถึงกายละเอียด(หรือที่เราเรียกว่าวิญญาณ) ให้เห็นชัดเจน วันนั้นตกใจมาก
แต่ด้วยความที่เป็นผู้ฝึกฝนอยู่สม่ำเสมอ ก็พลันกล่าวขึ้นว่า ตกใจหนอ เห็นหนอ เท่านั้นหล่ะค่ะ จิตก็เข้าสู่สภาพปกติ
ก็ลองพากายละเอียดหยิบจับสิ่งของดู แต่มันก็หยิบไม่ได้ ร่างกายมันโปร่ง เบา เท่านั้นหล่ะค่ะ ก็ถึงบางอ้อเลยว่า
นี่ไงสิ่งที่มัจจุราชตามหานี่ไงสิ่งที่ก่อเกิดขันธ์ 5 และนี่ไงหนทางแห่งการดับทุกข์ จากนั้นก็ตั้งสติว่า รู้สึกตัวหนอ ตื่นหนอ
ก็ตื่นออกจากภวังค์นั้นได้ในทันที และน้ำตาก็ไหลเป็นทางทั้งที่ไม่ได้เสียใจ แต่มันมีความรู้สึกเวทนาวิญญาณในใจว่านี่เราวนเวียนอยู่ในภพชาติมานานแค่ไหนแล้ว
ยังไม่พอ ยังไม่หยุดอีกหรือ สิ่งที่ได้กล่าวมานี้ ล้วนเป็นประสบการณ์จริงที่อยากบอกกล่าว สำหรับผู้ที่อยากพ้นทุกข์ และก้าวเดินสู่ทางพระนิพพาน
เพราะเรายังยึดติดกับอัตตากันอยู่
แรก ๆ ผู้เขียนก็ยึดติดเช่นกัน แต่พอฝึกนานวันเข้า อัตตาเขาก็จะหายไปเอง เพราะมันเป็นเพียง โยมนิโสมนัสิกาเท่านั้นเอง
เป็นเพียงอารมณ์ที่รู้… แต่รู้ด้วยจิตที่ปฏิบัตินะ ไม่ใช่รู้เพราะฟังผู้อื่นเล่า ผู้อื่นกล่าว "

 

" มีวันหนึ่งที่กายหยาบเขาได้แยกให้เห็นถึงกายละเอียด(หรือที่เราเรียกว่าวิญญาณ) ให้เห็นชัดเจน "

ตรงนี้เป็นผลของสมาธิ ครูบาฯท่านเรียกนิมิต บางคนก็ติดใจในสภาวะนี้ ชอบเล่นกับสภาวะนี้

เลยทำให้ไม่สามารถเห็นตามความเป็นจริงได้ เพราะอำนาจของสมาธิมีกำลังมากกว่าสติ

แต่การที่โยคีใช้วิธีพิจรณาแบบนี้ คือนำเรื่องการมีอัตตามาเทียบเคียงกับสภาวะที่เกิดขึ้น

ก็สามารถทำให้การเกิดอุปทานนั้นลดลงไปเรื่อยๆได้

สภาวะนี้จัดเป็นเพียงจินตามยปัญญา  ถ้าแจ้งโดยภาวนามยปัญญาจะไม่มีความคิดเกิดขึ้น

จะมีแต่สภาวะล้วนๆ ไม่มีคำเรียกใดๆทั้งสิ้น แต่จะทำให้ละสักกายะทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาสได้ทันที

แล้วตัวสภาวะเขาจะทบทวนสภาวะของกิเลสซ้ำอีกที

เมื่อละสักกายะทิฏฐิได้ จะไม่มีการยึดติดในรูปแบบ จะเข้าใจการปฏิบัติทุกๆรูปแบบ

เพราะเข้าใจกาย เวทนา จิต ธรรมของตนเองหมดสิ้นแล้ว ย่อมเข้าใจในกาย เวทนา จิต ธรรม ของคนอื่นๆ

เขา เรา ล้วนไม่แตกต่างกัน แต่เพราะกิเลสที่มีมากน้อยไม่เท่ากัน ตามเหตุที่แต่ละคนกระทำมา จึงทำให้แตกต่างกัน

โดยแนวทางการปฏิบัติ  พอรู้แล้ว ไม่มีความแตกต่างกันเลย เหมือนกันหมด คือเข้าสู่สภาวะปรมัตถ์

เหตุแต่ละคนสร้างมาแตกต่างกันไป ตามกิเลสของแต่ละคน

เราเองก็เคยเจอสภาวะนี้บ่อยๆ แต่เฉยๆ ไม่ได้นำมาพิจรณาแบบข้อความที่นำมาให้อ่าน

เพียงแต่รู้ว่า มันเป็นแค่เพียงนิมิตเท่านั้นเอง  เป็นอีกหนึ่งสภาวะที่นำมาเล่าสู่กันฟัง

เผื่อใครเจอสภาวะนี้ จะได้ไม่ไปยึดติด แต่ให้ดูตามความเป็นจริงที่เกิดขึ้น

พฤษภาคม 2010
พฤ อา
« เม.ย.   มิ.ย. »
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: