จดจ่อ มั่นคง

สภาวะเก่าๆ มันรู้อยู่กับรูปนามได้ตลอด เลยไม่ขอบันทึกอะไร
มีวันนี้ อเมซิ่ง  ดันมีดีใจ กิเลสมาแป่กไปเลยยย
9.00-11.00
ขณะที่เดินจงกรม จิตทบทวนสภาวะที่ผ่านๆมา ตอนนี้ยังคงมีความสุขตลอด อิ่มๆอยู่ในใจ
ข้าวก็กินได้น้อยลง พอสภาวะนี้เกิดทีไร จะเป็นแบบนี้ทุกครั้ง คือ ไม่หลับไม่นอน
แต่จิตเขาจะเข้าสมาธิตลอด ข้าวปลาจะกินได้น้อยลง เพราะมีความอิ่มใจเป็นทุนอยู่
พักนี้ฝันบ่อย เมื่อคืนเห็นหนังสือที่เราเคยเขียนๆเอาไว้ เกี่ยวกับการปฏิบัติในอดีต
แล้วมีเสียงต่อว่ามาว่า เราใจดำ เอาตัวรอดแค่คนเดียว มาชาตินี้ก้จะทิ้งทุกอย่างไปอีก
โดนทำข้อสอบแบบไม่รู้ตัวอีก
นั่งไปได้ไม่ถึงครึ่งชม. สมาธิแนบแน่นดีมากๆ
ก็มีพนักงานยกเปลนอนมาเลย มีพนักงานป่วย
เช็คประวัติไปมา เห้นว่าแพ้ท้องกินอะไรไม่ได้ เราเลยให้ไปส่งรพ.
อีกอย่าง ขืนให้นอนพักในห้อง รับรองพนักงานคนนี้ไม่ได้พักแน่นอน
เพราะเพื่อนๆพนักงานแผนกนี้ เขาขยันมาเยี่ยมกันทุกๆนาที ส่งรพ.ดีที่สุด
หลังจากนั้น เดิน 2 รอบ แล้วนั่งต่อ จิตเป้นสมาธิได้ต่อเนื่อง
ผ่านไป 20 นาที มีมาอีกคน
เราดูจิตตัวเองตลอดมีกระเพื่อมไหม มีชอบ มีชังไหม มีอารมณ์ใดๆไหม
ปรากฏว่า นิดเดียวก็ไม่มี มันนิ่งมากๆ สงบรู้อยู่ในกาย  ถือว่า สอบผ่านแบบสะอาดจริงๆ
11.00-13.30
จิตเป็นสมาธิตั้งแต่เดินจงกรม เมื่อมากำหนดนั่ง สมาธิเกิดต่อเนื่อง รู้อยู่กับรูปนามได้ตลอด
มีเวทนาที่ขา แค่รู้ว่ามี รู้ตั้งแต่เกิดขึ้น กำลังเกิดจนกระทั่งหายไป จับได้ตลอด
เวทนาที่เกิดขึ้น ไม่มีผลใดๆต่อสภาวะ  สภาวะคงรู้อยู่กับรูปนามได้ดี
ถูกทดสอบอีกครั้ง
” ยอมจำนนฟ้าดิน “
ยังคงมีการระลึกถึงคนที่เคยผูกพันกันในอดีตชาติอยู่ ระลึกถึงความผิดพลาดที่เคยทำไว้
 มีเล็กๆ  แต่ไม่ทุกข์ เหตุเกิดเพราะความไม่รู้ ชีวิตคู่หลายๆคู่จึงอัปปางลงเพราะเหตุนี้
ความรักกับการปฏิบัติธรรม จึงเหมือนเส้นขนานเพราะเหตุนี้ เพราะความไม่รู้
มาวันนี้เราได้แต่มอง ช่วยเท่าที่ช่วยได้ เพราะรู้ว่าเหตุทั้งหมดในปัจจุบันนี้ ล้วนเกิดจากเขาสร้างขึ้นมาเอง
ทั้งในอดีตและปัจจุบันที่เขากำลังได้สร้างมันขึ้นมาใหม่อีกครั้ง สร้างด้วยความไม่รู้
เขาจะทำตามคำแนะนำของเราหรือไม่ นั่นคือเหตุของเขาแล้ว เราไม่ได้เกี่ยวข้องอะไร
วิบากกรรมของเขาแรงมาก ความผิดที่ทำให้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก นี่แหละ พิษของความไม่รู้
ตอนนี้อยู่ที่ตัวเขาเองละ ว่าจะผ่านสภาวะกิเลสที่เขากำลังเผชิญอยู่ไปได้หรือไม่
มนุษย์มักจะกล่าวโทษว่า เพราะเหตุอย่างนั้น จึงเป็นอย่างนี้
เพราะเหตุอย่างนี้ จึงเป็นอย่างนั้น แต่เหตุที่แท้จริงกลับไม่มองกัน
เหตุที่แท้จริง คือ ความมีตัวตนนี่แหละ  ที่ปรุงแต่งเอาเองว่า เป็นอย่างนั้น อย่างนี้
ดับให้ดับที่เหตุ คือ อุปทานที่มีตัวตนนี้ให้สิ้นไป ไม่ใช่มีแต่ไปกล่าวโทษว่าเป็นเพราะคนอื่นๆกระทำ
 
14.30-15.30
กำหนดนั่งที่โซฟา
15.30-17.30
ขณะที่นั่ง ช่วงท้ายๆสมาธิจะแนบแน่นมากๆ  มีกำลังสมาธิแรงมากๆ แล้วสภาวะนั้นก็เกิดขึ้นอีกครั้ง
มีแว่บดีใจ ดีใจตั้งแต่สมาธิมีกำลังแรง จำสภาวะนั้นได้ดี
พอใจดี  นั่นคือ มีความชอบหรือชัง เสร็จสิ กิเลส แป่กเลย
สมาธิค่อยๆลดกำลังลง จนกระทั่งมีสมาธิอยู่ในระดับปกติ
ดูจิตตัวเองตลอดว่ารู้สึกยังไงบ้าง จิตไม่มีผิดหวังหรืออะไร
เพราะเชื่อว่า วันใด พละ ๕ พร้อม วันนั้นคือวันที่เราได้ออกเดินทางอีกครั้ง
นี่แหละ ผลของการทำต่อเนื่อง ไม่ไปให้ค่าให้ความหมายใดๆ แค่รู้อยุ่กับรูปนามเท่านั้นเอง
จึงมาถึงวันนี้ได้ ที่รู้ๆคือ ตอนนี้มีความสุขใจตลอด 
สภาวะของเราตอนนี้คือ มั่นคง
คำว่า ” มั่นคง ” หมายถึง จิตเราจดจ่ออยู่ในกายและจิตได้ดีมากขึ้น
ผ่านการทดสอบหลายๆครั้ง ก็ผ่านได้ดีมากขึ้น นิ่งมากขึ้น แค่รู้มากขึ้น แค่ดูมากขึ้น
ก็เลยมีแต่ความสุขใจ แต่ไม่ไปยึดติด เตรียมตัวตลอดเวลา

พฤษภาคม 2010
พฤ อา
« เม.ย.   มิ.ย. »
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: