สุขจริงหนอออออออ

มีความสุขอยู่ภายในใจแบบบอกไม่ถูก ไม่ว่าจะทำอะไรก็สุขใจไปหมด เป็นมาหลายวันแล้ว
เวลาเกิดการกระทบ ใจนิ่งลงกว่าเมื่อก่อน เพราะสติ สัมปชัญญะทันมากขึ้น
มีบางครั้งที่แว่บ แต่เหมือนแค่สายฟ้าแล่บให้เห็นชั่วขณะแล้วดับไป
 
วันนี้จิตเป็นสมาธิทั้งวัน ไม่ว่าจะอยู่ในอริยาบทไหนๆ สมาธิเกิดตลอด มีแรงบ้าง เบาบ้าง
บางครั้งมีเอื่อยๆ มาแบบเรื่อยๆเบาๆ แต่รู้ได้
 
ไม่คิดแล้วว่าสภาวะจะเป็นยังไงหรือเป้นอย่างไรต่อไป หมดความสงสัยแล้ว
เพียงเจริญสติต่อไป เหมือนเราทำงานประจำ หากเราไม่ทำงาน เราก็จะไม่มีกิน
เราจะไปอาศัยขอคนอื่นๆเขากินตลอดชีวิตไม่ได้ เราต้องพึ่งตัวเราเอง
 
การปฏิบัติ ทำให้เราได้เรียนรู้สิ่งต่างๆมากขึ้น ทั้งในตัวและนอกตัว
นี่ก็ได้มาอีกหนึ่งวิชาที่ทำไม่เป็น คือ การลงยูทูฟในสเปซ จริงๆแล้วทำได้ง่ายๆ
แต่เพราะขาดคนแนะนำ จึงทำให้ดูเหมือนว่าทำได้ยาก แบบลองทำหลายครั้งแล้ว ทำไม่ได้
 
เพียงแค่เราไปที่หน้ายูทูฟ หน้าที่เราต้องการจะเก็บเอาไว้
พอคลิกเข้าไปแล้ว ให้มองด้านล่าง จะมีคำว่า Embed ให้คลิก จะมีลิงค์ขึ้นมาโชว์
แล้วมาที่บล็อกสเปซ เข้าที่หน้าที่จะบันทึกใหม่ ให้ดูด้านล่างสุด จะมีคำว่า Embed videos
ให้คลิกที่นี่ แล้วนำลิงค์ที่ได้มาจาก  Embed ใส่ลงไป แล้วกดเซฟ เท่านี้ก็จะปรากฏหน้าคลิปของยูทูฟที่เราต้องการ
 
เมื่อวันอาทิตยืที่ผ่านมา ต้องบอกว่า สุขทั้งกายและใจจริงๆ ได้ทั้งทำบุญและทำทาน
ไปปฏิบัติที่วัดมหาธาตุมา ออกเดินทางตั้งแต่เช้า พอขึ้นรถปั๊บ ก็หลับปุ๊บเลย ตื่นอีกทีถึงเยาวราช
ก็หลับต่อนะ คิดว่ายังอีกนาน ที่ไหนได้ ตื่นมาอีกที คนลงจากรถหมดแล้ว คนขับกำลังจะล็อครถ
เราก็บอกว่า ช่วยเปิดประตูให้หน่อยค่ะ หลับแบบหลับสนิทจริงๆ ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย
 
ทำกรรมฐานรอบเช้าที่คณะ 5 แล้วทานข้าวกลางวันที่นั่น หลังจากนั้นหมูก็มา ก็ไปที่สถานปฏิบัตินานาชาติ
ที่นี่เขาจะติดแอร์  ต้องบอกว่า อุดมสมบูรณ์มากๆ ใครใคร่กิน กิน มีอาหารวางตั้งไว้ บริการตัวเอง
มีน้ำปานะเลี้ยงตลอด ชา กาแฟ โอวัลติน ฯลฯ
 
ปฏิบัติรอบบ่าย หลับค่ะ หลับสนิทไป 2 ชม. เต็มๆ ที่นี่เขามีเก้าอี้ให้นั่งด้วย เราก้นั่งเก้าอี้
แบบนี้จะเหลือเหรอ ก็หลับสนิทเลย มารู้สึกตัว ได้ยินเสียงพระท่านเทศน์ ก็เลยไปนั่งที่อาสนะ
นั่งฟังได้แป๊บเดียว หลับอีก ทำไมช่างหลับง่ายดายแบบนี้ก็ไม่รู้นะ ทีเวลาทำที่บ้านหรือที่ทำงาน ไม่เห็นจะหลับ
หลังจากนั้น พอเลิกออกมา ก็ได้ร่วมทำบุญ เขาจะมีตู้ให้หยอด เราแตกแบงค์ย่อยไป ก็หย่อนๆลงไปทุกตู้
 
ไปที่คณะ 25 ต่อ อยากได้หนังสือวสุทธมรรรค เขาบอกว่าพระอาจารย์ท่านแจก
จริงๆแล้วตั้งใจจะไปซื้อ ไม่ได้คิดจะไปขอฟรี
 
ที่นี่มีสอนบาลีและพระไตรปิฎก มีทั้งห้องแอร์และห้องพัดลม  ห้องแอร์คนแน่นเอียดเลย
พระอาจารย์ท่านชื่อ มหาสมปอง ท่านไม่อยู่ ก็เลยคิดว่า เอานะ ถ้ามีโอกาสคงได้พบท่าน
 
หมูพาไปเลี้ยงติ่มซำที่ร้านโชคดีติ่มซำ อยู่แถวจุฬาซอย 3 บ่นๆคิดถึงยัยตัวแสบที่ไม่ได้ไปด้วย
เป็นวันเกิด หมูเลยพาไปเลี้ยง
 
อาหารราคาบางอย่างถูก เช่นกุ้งทรงเครื่อง ถือว่าถูกมากๆนะ เขาใช้กุ้งแม่น้ำหรือกุ้งหัวโตตัวใหญ่
ไซค์ขนาดนี้น่าจะตกโลละ  250 บาท ถ้าจำไม่ผิด
 
เขานำกุ้งไปผ่าหลัง แล้วมียัดไส้ด้วยเนื้อหมูผสมเนื้อกุ้งบดละเอียด กินแล้วมันดูเนื้อเด้งๆนะ
รสชาติต้องบอกว่า อร่อยมากๆ เรากินไปแค่ตัวเดียว เพราะหมูสั่งของมาหลายอย่าง
มีบะกู๊ดเต๋ อันนี้เหมือนหมูตุ๋นธรรมดา มีกระดูกหมู หางหมูท่อนโคน เห็ดหอม กระเพาะหมู ไส้อ่อน เห็ดเข็มทอง
ใส่แบบชามใส่หูฉลามกระทะร้อน ตกหม้อละ 80 กว่าๆมั๊ง ถ้าจำไม่ผิด อันนี้เฉยๆ เพราะทำกินเองจนชิน
 
มีซาลาเปาไว้หมูแดง 3 ลูก รสชาติเหมือนซาลาเปาหมูแดงทั่วๆไป แต่ไส้หมูน้อยนะ มีแต่แป้ง
มีน้ำเก๊กฮวยเย็นและร้อน แบบรีฟิล  ถือว่า ราคาไม่แพงและถูกใจเรามากๆ แบบเย็นนี่ตกราคา 35 บาท
แบบร้อน กาละ 50 บาท เติมได้ตลอด หอมนะ หอมดอกเก๊กฮวย
 
เรากินได้น้อยลงกว่าเมื่อก่อน อาจจะเนื่องจากเป็นมื้อเย็นด้วย เพราะปกติแล้ว เราไม่ค่อยจะกินมื้อเย็น
ส่วนมากจะกินแค่มื้อเช้ามื้อเดียว นานๆถึงจะกินมื้อเย็นสักที ถ้าอยากกินก็จะกิน ไม่ได้อดหรือไปเคร่งครัดอะไร
มันเป็นของมันเอง กระเพาะเดี๋ยวนี้ก็ปกตินะ เพียงแต่เรารู้ตัวว่า ถ้ากินมากเราจะง่วงตลอด
ตอนกลับ หมูสั่งกุ้งให้อีก 2 ตัว ซาลาเปา 1 ชุด และเผือกที่เหลืออีก 1 ลูก ใส่กล่อง
จริงๆแล้วเราไม่ได้ต้องการ แต่หมูบอกว่าเอาไว้กินตอนเช้า
 
ลืมบอกไปว่า อาหารที่นี่ เข่งละ 22 บาท ถือว่า ราคาอาจจะดูแพงกว่าบางที่
เพราะบางทีจะราคาเข่งละ 15 บาท แต่ถ้าดูคุณภาพแล้ว เราถือว่าที่นี่ไม่แพง
 
ก็กลับมาขึ้นรถที่ท่าช้างกะว่าจะได้นั่งรถแอร์กลับแบบสบายๆ  ที่ไหนได้ อะไรๆนะ ไม่เป็นที่คาดคิด
มีแต่รถเมล์แดง ซึ่งคนขับบอกว่า 3 ชม. ถึงจะถึงปากน้ำ เพราะรถฟรีขึ้นทางด่วนไม่ได้
เราก็เลยอาศัยเดินรู้เท้ากลับไปกลับมา ใจก็คิดนะ น่าจะหารถอื่นๆกลับ
ยืนสักพักก็คิดนะว่า จะเอายังไงดี
 
มีผู้หญิงกับผู้ชายสองคนเดินเข้ามาหา ลักษณะคือ ไม่ได้ผ่านการอาบน้ำเลย แบบกลิ่นสาบออกมาแรงมากๆ
เข้ามาหาแล้วพูดว่า ผมสองคนผัวเมีย ไม่เคยลักขโมยใครกิน แต่อยากจะขอข้าวกิน หวังว่าคงเมตตากับเขา
ก็ให้ทันที กล่องอาหารที่ถืออยู่ในมือมี 3 กล่อง ให้แบบไม่ต้องคิด เขารับไปแล้วไหว้ขอบคุณ
แล้วเขาเดินไปที่ก๊อกน้ำข้างทาง เอาขวดน้ำขวดใหญ่ๆที่เขาถือมา รองน้ำใส่ขวด
ถามว่าเห็นแล้วรู้สึกอย่างไร มันนิ่งๆนะ เพราะทุกอย่างมีเหตุ ช่วยเขาเท่าที่เราช่วยได้ ไม่คิดอะไร
 
คนทุกคน ถ้าเลอกได้ เขาย่อมไม่อยากพบกับความยากลำบากกัน
เพราะความไม่รู้เป็นเหตุ ที่เขาได้ทำมันลงไป ชีวิตจึงต้องเป้นแบบนี้
 
เมื่อก่อน เวลาเราพูดเรื่อง ความสุข กลัวนะ กลัวเจ้าหนี้ ที่มองไม่เห็นตัว ที่เขาจ้องทวงทุกครั้งที่มีโอกาส
สติ ยังไม่ค่อยทัน เลยทำให้กลัว ต้องคอยระวัง เจอสภาวะสุขเมื่อไหร่ ผวาเลย จะโดนใช้หนี้อีกแล้ว
ตอนนี้ไม่แล้ว ไม่กลัว กล้าพูดตามความเป็นจริง หากยังมีหนี้ที่ค้างคากันอยู่ ชดใช้ไปให้หมด
โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

มิถุนายน 2010
พฤ อา
« พ.ค.   ก.ค. »
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: