พระธาตุ

 
พระธาตุ มีหลายๆคนที่มีความศรัทธามาก อยากได้ไว้เคารพสักการะบูชา
พอดีเราไม่มีความรู้สึกอยากได้เลย เพียงแต่เคยอยากเห็นว่าพระธาตุนี้มีจริงมั๊ย
ได้เคยลองอธิษฐานขอให้พระตุมาปราฏให้เห็น ท่านก็มาจริงๆ แต่มาแสดงตัวให้เห็น
ไม่ให้เหมือนพระธาตุทั่วๆไป แต่มาแบบฝังตัวไว้ในองค์พระพุทธรูปทุกๆองค์ที่เรามี
ฝังลงไปในเนื้อเหล็ก เนื้อเรซิน เป็นเงาวิบๆวับๆ เหมือนประกายของเพชร พระพุทธรูป
กับรูปหล่อที่แทนครูบาฯที่เรามีทั้งหมด 40 กว่าองค์ มีพระตุฝังอยู่ในองค์ทุกๆองค์ เป็นเรื่องมหัศจรรย์มากๆ
ห้องพระของเรามีกลิ่นหอมฟุ้งไปหมด ไม่ได้ใช้ดอกไม้บูชาหรือเครื่องหอมใดๆบูชาเลย
แต่มีกลิ่นหอมเองภายในห้อง พระธาตุเสด็จมาให้เห็นอยู่ 7 วัน แล้วหายไปหมดเอง
 
เรามีพระพุทธรูปพระสังกระจายหล่ออยู่หนึ่งองค์ หน้าตักห้านิ้ว จริงๆแล้วมีหลายองค์
แต่เรายกให้คนอื่นๆไปหมด เหลือองค์นี้องค์สุดท้าย
 
พระสังกระจายรูปหล่อรูปนี้ มีลักษณะไม่เหมือนรูปหล่อทั่วๆไป ท่านนั่งในท่าแหงนหน้า
เป็นของหลวงพ่อนะ ศิษย์ของหลวงปู่สุข วัดมะขามเฒ่า ที่ทำพิธีปลุกเสกและออกแบบเอง
ตอนนั้นหัวหน้าของเรา เขาเช่ามาเผื่อ เขาเห็นเราชอบพระ
 
ใต้ฐานรูปหล่อ จะมีกล่องพระธาตุบรรจุอยู่ เป็นตลับทอง นำฝังไว้ใต้ฐานพระ
พระธาตุตอนนั้นเป็นองค์เล็กๆ มีอยู่ 3 เม็ด เราไม่ได้สนใจอะไร คือ แค่บูชามาเพราะชอบเท่านั้นเอง
ชอบองค์พระสังกระจาย
 
เมื่อวาน ได้นำพระสังกระจายไปถวายพระ เพราะเพระท่านอยากได้พระธาตุ
ก็เพิ่งรู้นะว่าพระธาตุท่านเปลี่ยนแปลงรูปร่างได้
 
จากที่บอกว่าเป็นเม็ดเล็กๆ ตอนนี้ท่านเปลี่ยนเป็นทรงรูปไข่ เม็ดใหญ่ขึ้น
มีเพิ่มขึ้นมาอีกนะ เพิ่มมาเป็นทั้งหมด 10 กว่าเม็ด เราคิดว่ามีแค่นั้นไม่ได้สนใจ
 
เมื่อคืนพระท่านโทรฯมาหาตอนดึก ท่านบอกว่า เราไม่ได้ดูใต้ฐานเลยหรือ
เราก็ตอบกลับไปว่า ดูแค่พระธาตุ เห็นมีเพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้สนใจอะไร
ท่านบอกว่า พระธาตุผุดออกมารอบๆตลับที่บรรจุพระธาตุนั้นเต็มไปหมด
 
ต้องใช้คำว่าอะเมซิ่งมากๆนะ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ คนที่ไม่เคยมีความอยากได้พระธาตุอย่างเรา
ท่านกลับมาให้เราได้พบปรากฏให้เห็น มาเองด้วย เราไม่ได้บูชาแต่อย่างใดเลย
 
เราทำแค่กรรมฐาน ยิ่งช่วงหลังๆนี่ ทำกรรมฐานที่ทำงานอย่างเดียว
ห้องพระนี่ แทบจะไม่ได้ขึ้นไปทำที่ห้องพระเลย
 
ซึ่งตามที่เขาเล่าๆกันมา ว่าต้องบูชา ต้องสวดมนต์ พระธาตุถึงจะเสด็จมา
ในกรณีของเราเป็นตัวอย่างให้เห็นนะ เราปฏิบัติ ไม่ได้สวดมนต์ใดๆ
นานๆเราถึงจะสวดมนตืสักที เพราะเป็นคนไม่ชอบสวดมนต์
 
เรากราบพระพุทธ พระรรม พระสงฆ์ พ่อแม่ ครูบาฯ กราบ 5 ครั้งก่อนปฏิบัติและหลังปฏิบัติแค่นี้เอง
ไม่ได้สวดมนต์ก่อนใดๆ  พระธาตุท่านเสด็จมาเอง ก็ไม่ได้ตื่นเต้นดีใจอะไร เพราะเราไม่ได้อยากได้
นี่ก็ถวายพระท่านไปแล้ว ถึงแม้ท่านจะโทรฯมาบอกว่า พระธาตุผุดออกมาอีกเต็มไปหมดที่รอบๆตลับที่บรรจุพระธาตุใต้ฐานพระ
เราก็ถือว่า นั่นเป้นผลพลอยได้สำหรับตัวท่านเอง เพราะท่านมีความศรัทธาในพระธาตุ
ตัวท่านเอง ท่านก็ปฏิบัติอยู่
 
เมื่อวานเพิ่งกลับมาจากวัด เหนื่อยมากๆเวลาเดินทาง
ง่วงตั้งแต่หัววัน เลยหลับไปได้ไวเมื่อคืน น่าจะ  5 ทุ่มกว่าได้ หลับสนิทเลย
มาตื่นตอน  ตี 5 กว่าๆ ไม่เคยหลับยาวขนาดนี้มานานแล้ว
ที่ตื่น ตื่นเพราะ ไดม่อน กระต่ายที่บ้านเขาคงจะหิว เขามาแทะกระดุมไม้ที่ติดเชือกคาดเอวกางเกงเราอยู่
ก็เลยต้องลุกไปตัดใบชะพลู กับใบกระเพราให้เขากินแต่เช้า
ของข้างบ้านเขาปลูกไว้น่ะ แต่เขาให้เราตัดให้กระต่ายกินได้
 
เมื่อวานแม่กับน้องๆมาส่งที่บ้าน แล้วถึงกลับสัตหีบกัน
แม่ถามเราว่า นอนแบบนี้เหรอ เราบอกว่า นอนแบบนี้แหละค่ะ ง่ายดี
 
ที่นอนเรานั้น ง่ายมากๆเลย เป็นเสื่อพับผืนใหญ่ แต่เราไม่ได้กางออก มันเลยเป็นสี่เหลียมผืนยาวๆ
เอาผ้าธรรมดาๆผืนบางๆยาวๆนี่แหละปู หมอนหนึ่งใบ ผ้าสำหรับปิดหน้าอก 1 ผืน แค่นี้แหละที่นอนของเรา
ก้มีนะที่นอน แต่ยกให้เขาไปหมด ไม่ได้เอาไว้ ผู้ปูที่นอนเป้นชุดๆ ยกให้เขาไปหมด
เมื่อวานก้ให้น้องขนของหลับบ้าน
 
แม่บอกว่า ต่อไปนี้ ห้ามยกอะไรให้ใครอีกนะ เดี๋ยวจะให้น้องมาขนกลับบ้าน
เรายิ้มๆ ไม่ได้รับปาก ก็เราคิดว่า บ้านพี่น้องเรามีอยู่แล้ว คนอื่นๆเขามีความจำเป็นมากกว่า ก้ให้เขาไป
ทีวี 29 นิ้ว ที่ให้เขาไป เราก็โดนแม่บ่น เราก็เงียบนะ บ่นไม่นานแม่เขาก็เงียบไปเอง
 
มีความสุขใจมากๆเลยนะตอนนี้ ชีวิตก็เหมือนก่อนๆ แต่การใช้ชีวิตเปลี่ยนไป
ความสุขใจทั้งทางด้านการปฏิบัติ และผลของของการปฏิบัติ มีแต่ส่งผลดี ชีวิตมีแต่ความสุข
บางทีนั่งสมาธิอยู่ ต้องหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความเปลื้มปีติ ต่อสิ่งที่ได้รับผลในปัจจุบัน
ไม่ต้องมาเคร่งเครียดกับการปฏิบัติเหมือนก่อนๆ ปฏิบัติตามสภาวะของตัวเอง
ยิ่งสภาวะตอนนี้ด้วย ไปได้ดี สภาวะเขาไปของเขาเอง เราแค่ทำตาม
 
นี่นะ พอจับจุดได้ถูก การปฏิบัติมีแต่เบา สบาย มีแต่ความสุข สุขทางโลกน่ะ เดี๋ยวสุขเดี๋ยวทุกข์
แต่สุขใจ สุขทางธรรม สุขทั้งการปฏิบัติและผลของการปฏิบัตินะ มีแต่ความสุขเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
มันจะสุขอะไรขนาดนี้ ไม่เคยคิดว่าจะมีความสุขแบบนี้ในการปฏิบัติด้วย
 
ที่ทำผ่านๆมามีแต่ความทุกข์ เพราะยังจับจุด จับหลักไม่ถูกว่าควรทำอย่างไร
ก็เลยเหมือนคนตาบอดคลำทาง เดินสะเปะสะปะ เดี๋ยวนี้สบายมากๆ เดินไปแบบตัวเบาสบายๆ
ไปได้เรื่อยๆ ไม่ต้องไปกังวลใจหรือคาดหวังใดๆ ไม่ต้องคาดหวัง ไม่ต้องไปหวังผลใดๆ
เพราะว่า ยังไงผลนั้นต้องได้รับอยู่แล้ว
 
" สวัสดี ความสุขที่แท้จริง "  นี่แหละเหตุของคำว่า " สุขจริงหนอออ " ของเราในขณะเวลานี้
 
 
โฆษณา

มิถุนายน 2010
พฤ อา
« พ.ค.   ก.ค. »
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: