โดนทดสอบความโลภ

วันนี้น้องที่เราร่วมทีมงานโทรฯมาถามว่าสนใจจะไปทำงานแถวบ้านเขาไหม มีที่พักพร้อม
เงินเดือนที่ได้รับมากกว่าที่นี่ 3 เท่า แต่หลัง 6 โมงเย็น จะไม่มีรถวิ่งเข้าออก
สัปปายะเหมาะแก่การปฏิบัติในเวลากลางคืน เรื่องนี้เขาเคยคุยกับเราไปครั้งหนึ่งแล้ว
เราดูจิตตัวเองว่ารู้สึกยังไงกับสิ่งที่ได้ยิน มีความอยากได้มั๊ย อยากไปมั๊ย จิตมันนิ่งๆ
ไปนึกถึงคนที่เรากำลังแนะนำเรื่องการปฏิบัติอยู่ ถึงจะไปทางโน้นก็คงไม่มีปัญหาเพราะติดต่อกันทางเอ็มได้
เราปฏิเสธเขาไป  เรามองว่า เงินเดือนยิ่งสูง ยิ่งวุ่นวายกับผู้คนมากขึ้น
ที่ทำงานที่เราทำอยู่ปัจจุบันนี้ ถึงแม้เงินเดือนจะน้อย แต่เราก็พอใจ เพราะเราสามารถปฏิบัติได้ทั้งวัน
เราไม่ได้อยากจะได้อะไรอีกแล้ว ความร่ำรวยงั้นหรือ มีเงินมากๆงั้นหรือ สิ่งเหล่านี้ล้วนเกิดจากกิเลส
มีแต่ความอยากไม่รู้จักจบจักสิ้น เราผ่านชีวิตตรงนั้นมามากพอแล้ว ไม่คิดจะไปเหยียบซ้ำรอยเดิมอีกต่อไป
ใจแว่บไปนึกถึงใบเซียมซี ที่วัดพนัญเชิง ก็ขำๆนะ คือ เราไม่เคยสนใจเรื่องเสี่ยงทายมานานแล้ว
เห็นน้องๆเขย่าติ้วเสี่ยงทายกัน เราก็หยิบธรรมดานี่แหละ หยิบมั่วๆขึ้นมาหนึ่งไม้ ได้เลข 5
อะเมซิ่งจริงๆเลย คือไม่คิดว่า เซียมซีจะมีพูดเรื่องการปฏิบัติ คำทำนายตรงนะ ตรงกับสภาวะที่เราเป็นอยู่
แล้วมีอยู่คำหนึ่งที่สะดุดตาเรา คำพูดที่ว่า อย่าโลภ ความโลภจะทำลายทุกๆสิ่ง จะผ่านไปสู่จุดหมายปลายทางไม่ได้
ตอนที่อ่านเราขำๆนะ   เราเนี่ยนะโลภ ไม่รู้จะโลภไปทำไม ก็ไม่ได้อยากได้อะไรอีกต่อไปแล้ว
สิ่งที่เราได้รับทุกวันนี้ผลของการปฏิบัติทุกวันนี้มีค่าหาอะไรเปรียบไม่ได้เลย
แล้วจะไปอยากได้อะไรอีก ไม่มีอีกแล้ว 
เห็นไหม กิเลสนะ เขามาทดสอบตลอดเวลา จริงไหม ที่ว่าไม่อยากได้อะไรอีกแล้ว ให้เงินเดือนเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าตัว
ไม่เอาเหรอ ไม่อยากได้เหรอ จะมีเงินเก็บเดือนละ 2 หมื่นเลยเชียวนา ถ้าไปทำน่ะ บ้านก็ไม่ต้องเช่า มีบ้านหลังให้อยู่แบบสบายๆ
นี่คือสิ่งที่เราเลือก เลือกที่จะปฏิเสธไม่ไปด้วย ขอทำที่เดิม เงินเดือนน้อยไม่เป็นไร แค่พอมีพอกินก็พอแล้ว
เดี๋ยวก็ตายแล้ว พอตายลงปั๊บ เอาอะไรไปไม่ได้เลยสักอย่างเดียว แล้วจะไปโลภทำไมล่ะ
มาดูสภาวะวันนี้กัน
วันนี้สภาวะกลับมาเป็นปกติ รอบเช้า เดินจงกรม จิตเป็นสมาธิตั้งแต่ตอนเดิน รู้กาย รู้เท้าได้ชัด
กำหนดยืนก่อนจะนั่ง สมาธิแนบแน่นดี พอกำหนดนั่งลง จิตเป็นสมาธิอย่างต่อเนื่อง แนบแน่นดี รู้ตัวได้ตลอด
มีความคิดเป็นระยะๆ แผ่วๆแต่สามารถรู้พร้อมๆกับกายได้ดี รู้กายชัดเจนดี จับได้ทุกสภาวะที่เกิดขึ้น
พออกจากสมาธิ คือเลิกทำแล้ว ความคิดที่เกิดระหว่างกำหนดนั่ง ตรงนั้นจะจำอะไรไม่ได้เลย ว่าคิดเรื่องอะไร
แต่ถ้าเป็นสภาวะตัวรู้เกิด จะจำได้หมด ไม่ว่าจะรู้อะไร  ตัวรู้กับความคิด แตกต่างกันตรงนี้
รอบเที่ยง เดี๋ยวนี้จิตจะเป็นสมาธิตั้งแต่เดินจงกรม จนกระทั่งกำหนดนั่ง ยังคงเป็นสมาธิอย่างต่อเนื่อง
นั่งได้ 45 นาที ไปนั่งที่โซฟาต่อจนถึงบ่าย 3 โมง พักนี้จิตหลบเข้าสมาธิบ่อย แต่ไม่เป็นไร
เพราะสภาวะเต็มรูปแบบ สภาวะหลัก สติ สัมปชัญญะยังนำสมาธิอยู่
ช่วงเย็นทำต่อได้อีกครึ่งชม.ก่อนกลับบ้าน
โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

มิถุนายน 2010
พฤ อา
« พ.ค.   ก.ค. »
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: