ขณิกสมาธิ

สติ แปลว่า ความระลึกได้ ความนึกขึ้นได้ ความไม่เผลอ
สภาวะที่เกิดขึ้นคือ รู้ก่อนที่จะทำ

สัมปชัญญะ ความรู้ตัว หรือ ความรู้สึกตัว
สภาวะที่เกิดขึ้นคือ รู้ลงไปในสิ่งที่กำลังกระทำอยู่

สติ+สัมชัญญะ = สมาธิ การเอาจิตจดจ่อรู้ลงไปในสิ่งที่กำลังทำอยู่ ผลที่ได้รับคือ สมาธิ
สภาวะที่เกิดขึ้นคือ รู้ชัดในสิ่งที่กำลังทำ

สติ+สัมปชัญญะ+สมาธิ
สภาวะที่เกิดขึ้นคือ ความรู้สึกตัวทั่วพร้อม

ขณิกสมาธิ เป็นสมาธิที่เกิดชั่วขณะ

สภาวะ

การที่เอาจิตจดจ่อรู้ลงไปในสิ่งที่กำลังทำอยู่ จะเกิดสมาธิชั่วขณะหนึ่ง คือ ขณิกสมาธิ
แต่ตรงนี้ไม่ตายตัวแน่นอน เนื่องจากเหตุที่แต่ละคนกระทำมาแตกต่างกันไป
บางคน สมาธิอาจจะมีมากกว่าขณิกสมาธิก็ได้

โฆษณา

ผรณาปีติ

๕. ผรณาปีติ ปีติซาบซ่าน เป็นปีติที่หมายในอัปปนาสมาธิ

มีลักษณะดังนี้คือ

๑. แผ่ซ่านเยือกเย็นไปทั่วร่างทั้งหมด

๒. กายเย็นดุจอาบน้ำ หรือ ดุจถูกน้ำแข็ง

ผรณาปีติ เกิดจากการกำหนดลมหายใจเท่านั้น ผู้ที่ปฏิบัติทำฌาน โดยไม่ใช้ลมหายใจประกอบด้วยลมปราณ จะไม่เกิดผรณาปีตินี้เป็นอันขาด

และการเกิดผรณาปีตินี้ก็กำหนดได้ทั้งหลับตา ลืมตา ทำได้ทั้งอริยาบทนั่งและนอน

และเป็น ” ธรรมเอก ” คือ ธรรมสำคัญที่จะไปใช้สัมปยุตในธรรมชั้นสูง อันเป็นองค์ประกอบให้เกิด ” ความปราโมทย์ยิ่ง ” ในอานาปนสติ

สำหรับผู้ที่เจริญสติ จะจับได้ตั้งแต่การเกิด ความเย็นเกิดตั้งแต่กลางอก แล้วจะแผ่ความเย็นไปทั้งตัว เหมือนความเย็นในตู้เย็นประมาณนั้น
ตามด้วยสุขยิ่งนัก ทำให้ไม่อยากขยับกายหรืออกจากสมาธิจนกว่าสมาธิจะคลายตัว

อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับกำลังของสมาธิด้วยว่ามีความแนบแน่นมากแค่ไหน

ถ้ามีความแนบแน่นมาก สภาวะนี้จะตั้งมั่นอยู่ได้นานเป็นชม. จะรู้อยู่กับรูปนามได้ดี

จากมหาอัสสปุระสูตร ว่าด้วยฌาน พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๒ หน้า ๔๑๓ ข้อ ๔๒๗

” ดูกรภิกษุทั้งหลาย ยังมีอีกข้อหนึ่ง ภิกษุบรรลุทุติยฌาน มีความผ่องใสแห่งจิตภายใน
เป็นธรรมเอกผุดขึ้น เพราะวิตก วิจารสงบไป ไม่มีวิตก วิจาร มีปีติ และสุขอันเกิดแสมาธิ
ไม่มีเอกเทศไหนๆแห่งกายของเธอทั่วทั้งตัวที่ปีติและสุข อันเกิดแต่สมาธิจะไม่ถูกต้อง

เปรียบเหมือนห้วงน้ำลึกมีน้ำขังอยู่ ไม่มีทางน้ำจะไหลมาได้ ทั้งในด้านตะวันออก ตะวันตก
ด้านเหนือ ด้านใต้ ทั้งฝนก็ไม่ตกเพิ่มตามฤดูกาล แต่สายน้ำเย็นพุขึ้นจากห้วงน้ำนั้นแล้ว
จะพึงทำให้ห้วงน้ำนั้นแลชุ่มชื่นเอิบอาบ ซาบซึมด้วยน้ำเย็น ไม่มีเอกเทศไหนๆแห่งห้วงน้ำนั้นทั้งหมด
ที่น้ำเย็นจะไม่ถูกต้อง ฉะนั้นฯ ”

รายละเอียดทั้งหมดของสภาวะ จะนำไปอธิบายในเรื่องของสภาวะฌานอีกครั้ง

อุพเพงคาปีติ

๔. อุพเพงคาปีติปีติอย่างโลดโผนมีลักษณะดังนี้ คือ

๑. กายสูงขึ้น ตัวเบา ตัวลอย

๒. คันยุบยิบดุจไรไต่ตามตัว ตามหน้า

๓. ลงท้อง ท้องเดิน เป็นบิด

๔. สัปหงกไปข้างหน้าบ้าง ไปข้างหลังบ้าง

๕. คล้ายคนผลัก หน้าคะมำลงไป

๖. คล้ายคนจับศรีษะหมุนไปหมุนมา

๗. ปากงับๆบ้าง อ้าปากบ้าง หุบปากบ้าง

๘. ไหว โยกโคลง โอนไปมาดุจลมพัดต้นไม้

๙. กายหกคะเมนถลำไป

๑๐. กายกระโดขึ้น ปลิวไป

๑๑. กายกระดุกกระดิก ยกแขน ยกเท้า

๑๒. กายเงื้อมไปข้างหน้าบ้าง ข้างหลังบ้าง

๑๓. มีสีไข่มุก สีนุ่น

๑๔. มืออยู่ในท่าหงาย คล้ายมีคนจับคว่ำลง มือที่อยู่ในท่าคว่ำ คล้ายคนจับให้หงายขึ้น

๑๕. เวลานั่งอยู่ตรงๆนั้น จะรู้สึกว่ามีอาการโอนไป เอนมา เหมือนต้นอ้อลู่ไปตามลม ฉะนั้น

โอกกันติกาปีติ

 ๓. โอกกันติกาปีติ ปีติเป็นพักๆ

มีลักษณะดังนี้ คือ

๑. ตัวไหวเอน โยก โคลง

๒. สะบัดหน้า สะบัดมือ สะบัดเท้า

๓. มีอาการสั่นๆ และบางทีมีอาการสูงๆต่ำๆ

๔. คลื่นไส้ดุจอาเจียน และบางทีอาเจียนออกมาจริงก็มี

๕. บางทีเป็นดุจระลอกซัด

๖. สั่นระรัวดุจไม้ปักในน้ำไหล

๗. มีสีเหลืองอ่อน สีดอกผักตบชวา

๘. กายโยกไป โยกมา

๙. มีอาการสะบัดร้อน สะบัดหนาว

๑๐. บางครั้งมีอาการวูบวาบมาจากข้างล่าง บางครั้งวูบวาบจากข้างบน

๑๑. บางทีคล้ายๆแล่นโต่คลื่นอยู่ในน้ำ

๑๒. บางทีจะรู้สึกร่างกายผิดปกติ หรือ กล้ามเนื้อบางส่วนกระตุกดิ๊กๆ

ขณิกาปีติ

๒. ขณิกาปีติ ปีติชั่วขณะ

มีลักษณะดังนี้

๑. มีสีแดงๆด่างๆ

๒. เกิดในจักขุทวารดุจสายฟ้าแลบ เหมือนขีดไฟแช็คไม่ติด

๓. มีประกายดังตีเหล็กไฟ

๔. แสบทั่วกาย กายแข็ง

๕. เป็นดังแมลงเม่าจับ-ไต่ตามตัว

๖. ร้อนตามตัว

๗. หัวใจสั่นไหว

๘. ขนลุกขนชันบ่อยๆแต่ไม่มาก

๙. คันยุบยิบคล้ายมดไต่ ไรคลานตามตัวตามหน้า

๑๐. เป็นดังปลาตอด เป็นดังเส้นเอ็นชักเป็นต้น

๑๑. มีอาการคล้ายๆกับน้ำร้อนที่กำลังเดือดพล่าน

๑๒. เหมือนปลาผุดขึ้น เวลาโยนเศษอาหารลงไป

ขุททกาปีติ

๑. ขุททกาปีติ ปีติเล็กๆน้อยๆ

ลักษณะที่เกิด

๑. มีสีขาวต่างๆ

๒. เยือกเย็น ขนลุก มึนตึง หนักๆ

๓. น้ำตาไหล หนังหัวพองสยองเกล้า

๔. ตัวชา-พองขึ้น

๕. ตัวใหญ่ออกๆ

๖. บางทีรู้สึกว่าแขนยาว ขายาว ฟันยาวออกไปก็มี

กันยายน 2010
พฤ อา
« ส.ค.   ต.ค. »
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: