กิเลสติดเน็ต

ทุกๆสภาวะที่เกิดขึ้นนี่ล้วนแต่เเก่ยวข้องกับกิเลสที่ติดอยู่ทั้งสิ้น
ทุกอย่าง เมื่อถึงเวลา ย่อมจบโดยตัวสภาวะเอง ไม่ต้องไปคิดแก้ไขใดๆเลย
 
เมื่อก่อนเคยคิดนะ คิดหลายครั้งหลายหน คิดแล้วก็ยังทำไม่ได้ ลองทำหลายครั้งแล้ว
เราเป็นโรคติดเน็ต ชอบพูดคุย แต่ไม่เคยใช้หลายชื่อ เราซื่อสัตย์กับตัวเอง และสภาวะของตัวเอง
คือดูตามความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ใช้ชื่อเดียวมาตลอด ซึ่งเป็นชื่อจริง นามสกุลจริงมาตลอด
 
การปฏิบัติ ต้องกล้าที่จะยอมรับตามความเป็นจริง
จึงจะขุดกิเลสออกมาได้ตามความเป็นจริง
 
เพราะในการสร้างเหตุ ไม่ว่าจะเจตนาหรือไม่เจตนาก็ตาม
แม้กระทั่งความคิดที่เกิดขึ้น เราเป็นผู้รับผลของการกระทำทั้งหมด
หากเรายังไม่กล้าที่จะยอมรับในสิ่งที่ตัวเอง คิด พูด ทำลงไป แล้วจะเห็นกิเลสที่แท้จริงได้อย่างไร
ขนาดสภาวะของตัวเองยังไม่กล้ารับ ยังต้องปลอมแปลงหลายๆชื่อ อย่างนี้ชื่อว่า ยังมีการโกหกอยู่ 
เมื่อยังมีการโกหก ยังไม่ยอมรับตามความเป็นจริง แล้วจะขุดกิเลสกันได้ยังไง  มีแต่ตกหลุมพรางกิเลสลึกลงไปเรื่อยๆ
ถลำลงไปเรื่อยๆ  แล้วเมื่อไหร่ จึงจะเห็นตามความเป็นจริงได้ นี่แหละ เหตุมี ผลย่อมมี ทำสิ่งใดไว้ ย่อมได้รับผลไปตามเหตุที่ทำไว้
 
ที่กล้าพูดแบบนี้ เพราะเราเองผ่านสภาวะเหล่านั้นมาแล้ว
เคยหลงเล่นกับเงาด้วยความสนุก ด้วยความไม่รู้ เพราะตัวกูรู้ กูดี กูเก่งมันเยอะ
ตั้งแต่ที่เข้าใจเหตุที่กระทำ และผลที่ต้องได้รับ เลิกหมดทุกอย่าง ใช้ชื่อเดียวมาตลอด
สภาวะต่างๆเข้ารูปเข้ารอยมากขึ้น ยิ่งมาดูตามความเป็นจริง ยอมรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ตัวเองมีและเป็นอยู่
นับวันมีแต่ตะเห็นตามความเป็นจริงมากขึ้นเรื่อยๆ มีสติ สมัปชัญญะรู้อยู่กับรูป,นามมากขึ้นเรื่อยๆ นับวันจิตมีคิดพิจรณามากขึ้น
สภาวะต่างๆมีแต่การทบทวนสภาวะกิเลส ทบทวนสภาวะต่างๆที่ผ่านๆมา ทำให้เห็นตามความเป็นจริงมากขึ้นเรื่อยๆ
 
ช่วงที่ผ่านมาเป็นอาทิตย์ น่าจะสองอาทิตย์ได้
ช่วงนั้นเราไม่สบาย และเน็ตก็ไม่ดีมาตลอด เข้าได้บ้างไม่ได้บ้าง
แรกๆก็อย่างที่บอก จุ๊กจิ๊ก แต่พอผ่านไปแล้ว ต่อมเอ๊ะมันเกิด มันเกิดเอง
นี่มันสภาวะนะ เราแค่ดูตามความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ไม่ต้องไปให้ค่ากับสิ่งที่เกิดขึ้น
ก็ใช้ไปตามมีตามเกิด ทางศูนย์เอง มาเปลี่ยนอะไหล่ให้ แต่ก็ยังกระท่อนกระแท่น สุดท้ายเราไม่สนใจ
ทำให้เรามีเวลารู้อยู่ในกายมากขึ้น มันก็แปลกนะ อาการที่เคยติดเน็ตแบบก่อนๆ มันหายไปเลย มันกลายเป็นสนใจคนอื่นๆน้อยลง
หันกลับมารู้ในกายมากขึ้น รู้ชัดในกายมากขึ้น ที่แท้ เมื่อถึงเวลา นี่ไงล่ะ ตัวสภาวะเขามาบอก ไม่ต้องไปคิดแก้ไขอะไร แล้วจะจบด้วยตัวสภาวะเอง

กิเลสนักช๊อป

ธรรมนี้เป็นอกาลิโกจริงๆ สุดๆของคำว่าอเมซิ่งเลย
ช่วงนี้สภาวะของเรา กิเลสตัวที่ถูกขุดขึ้นมา เหมือนนั่งดูหนัง
พร้อมๆกับดูจิตของตัวเองไปด้วย รู้สึกอย่างไรต่อทุกๆการกระทบที่เกิดขึ้น
 
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคนที่เคยคบกัน มองเห็นความดีที่เขามีให้กับเรามาตลอด
มีความอาลัยขึ้นมาแว่บหนึ่ง แล้วก็หายไป เพราะถ้าให้เลือก เรายังคงเลือกที่จะทำแบบเดิม
ทุกสิ่งล้วนเกิดจากเหตุที่ทำมาร่วมกัน เหตุหมดแค่นั้น ย่อมไม่มีผลมาต่อยอด ส่วนตัวเขาเองย่อมเป็นไปตามวิบากของเขา
เขาเองตอนนี้ก็ได้แต่งงานไปแล้ว แต่งเพราะเรื่องธุรกิจที่เขาทำอยู่ แต่เราเชื่อว่า สักวันเขาจะพบสุขที่แท้จริงแบบเรา  สักวัน …
 
อีกคนคือคนในอดีตชาติ ความผูกพันที่เคยมีต่อกันมาตลอด มีแว่บขึ้นมา แล้วจางหายไป
แต่บางครั้งก็ยังมีอยู่ ผลุบๆโผล่ แค่รู้มากขึ้น รู้ว่ายังมี แต่ไม่เกาะเกี่ยว อดีตคืออดีตไปแก้ไขอะไรไม่ได้
ทุกคนต่างมีทางเดินของตัวเอง สุดแต่ว่าเหตุที่ทำมานั้นมากน้อยแค่ไหน เหตุน้อยจบไว เหตุมาก ยืดยาว
 
สิ่งต่างๆที่ผ่านมานั่นคือความสุข ที่เคยหลงไปว่าสุข
มันแค่เปลือกของความสุขที่มีความทุกข์ถูกห่อหุ้มไว้ภายใน
มีรัก ย่อมมีหึงหวง แบบนั้นมันไม่ใช่ความสุข มันมีแต่กิเลส ความยึดติดในตัวตน
 
นับว่ากุศลของเรายังมี ที่สามารถมองเห็นเนื้อในของสภาวะนั้นๆ
ทำให้หลุดออกมาจากวงจรนั้นได้
 
แล้วเรื่องราวต่างๆในอดีตถูกขุดขึ้นมาอีก
เห็นแต่ความผิดพลาด ก็เห็นเหตุ เห็นผลที่ได้รับ แค่รู้มากขึ้น
ไม่ไปทุกข์ในเหมือนก่อนๆ  เมื่อก่อรพอถูกขุดกิเลสขึ้นมาแบบนี้ เสียใจมากๆ ทุกข์ใจมากๆ
 
ตอนนี้เจอสภาวะขุดกิเลสตัวโปรด " นักช๊อป "
เรานี่นักช๊อปตัวยงเลยนะ ชอบมากๆเลยกับการช๊อป
 
เรื่องบังเอิญใดๆไม่มีในโลกใบนี้
ทุกอย่างจะมีเหตุปัจจัยให้เกิดขึ้น ไม่ใช่จู่ๆจะเกิดขึ้นเองได้
 
เรื่องของสัปปายะที่ทำงานของเราที่เราทำอยู่ทุกวันนี้
นี่ก็เกิดจากการอธิษฐานจิตมาตลอดหลังการปฏิบัติทุกครั้ง
ว่าขอให้ได้ที่ทำงานที่มีสัปปายะเหมาะแก่การปฏิบัติ นับเป็นเวลาสิบกว่าปี
คุ้มค่ามากๆ ถ้านำไปเทียบกับความทุกข์ที่ได้พบได้เจอมา คุ่มค่าจริงๆ แบบคาดไม่ถึง
 
นับตั้งแต่ได้มาทำงานที่นี่ เราได้ปฏิบัติวันละ 8 ชม. เต็มๆ
เรียกว่าทุกลมหายใจเข้าออก จิตเริ่มรู้ในกายมากขึ้นเรื่อยๆ สติทันปัจจุบันมากขึ้น
เรียกว่าทุกๆสภาวะที่เขียนลงไปนั้น ล้วนเกิดจากการปฏิบัติในช่วงหลังๆ ก้าวหน้ามากๆ
 
แล้วนี่อีก กิเลสนักช๊อป อเมซิ่งนะ
เหตุมี ผลย่อมมี เหตุนี้ล้วนเกิดจากการให้ทาน
เราเป็นคนชอบให้ทานมากกว่าการทำบุญ การทำบุญเราทำมาเยอะมากๆ ตอนนี้มุ่งให้ทาน
เนื่องจากถือเอาความสะดวกเป็นหลัก ทำบุญก็ยังทำอยู่ ไม่ใช่ไม่ทำ แต่การให้ทานทำได้ง่ายกว่า
 
ผลของการทำทานมาตลอด ให้มากกว่าที่จะรับ
อานิสงส์ตรงนี้ ทำให้เราได้เจอของราคาถูกๆคุณภาพดีมาตลอด
และอานิสงส์ตรงนี้ส่งเสริมอีก ในการขุดกิเลสตัวเอ้บของเรา ที่ติดมานานมาก
แต่ไม่เคยคิดว่าติดกิเลสตัวนี้ เนื่องจากมองมันแค่ผ่านๆไป  ที่ไหนได้ นี่แหละตัวชอบเลย
 
นับว่าผลบุญกุศลหนุนนำในการขุดกิเลสตัวนี้
เจอสถานที่สัปปายะในการขุดกิเลสอีก บิ๊กซี อยู่ใกล้บ้านเลย
เรียกว่าพอเลิกงาน ลงจากรถบริษัทก็เดินเข้าบิ๊กซีได้ทันที ทำแบบนี้เกือบทุกวันเลยก็ว่าได้
 
ถ้าถามว่าเอาเงินมาจากไหนนักหนามาช๊อป
บอกแล้ว เหตุมี ผลย่อมมี การช๊อปครั้งนี้ไม่ต้องใช้เงินของตัวเอง
 
ที่ทำงาน คงจะมีเหตุร่วมกัน เขากว่าจะกลับถึงบ้านกันก็มืด
ส่วนเราน่ะชอบไปเล่าให้เขาฟังว่าที่บิ๊กซีมีอะไรที่น่าซื้อบ้าง และถูกด้วย
เรียกว่า สินค้าป้ายแดง สินค้านี้จะราคาพิเศษ ลดบางทีต่ำกว่า 50% บางอย่างลดถึง 70%
เขาก็เลยฝากซื้อของกัน เราน่ะขอบคุณเขาเหล่านั้นนะ ถ้าพูดไปเขาคงไม่เข้าใจกัน เขาฝากเราซื้อ
แทนที่เขาจะเป็นฝ่ายขอบคุณเรา กลับกลายเป็นว่าเรานี่สิอยากจะขอบคุณเขามากมาย ที่เขาฝากเราซื้อของ
ทำให้เราต้องเข้าบิ๊กซีทุกวัน  เพื่อดูว่าอะไรถูก แล้วซื้อไปฝากเขากัน เก็บเงินที่เขา นี่เห็นไหม จะไม่ให้ขอบคุณเขาได้ยังไง
ได้ทำสิ่งที่ตัวเองชอบ ไม่ต้องควักเงินตัวเองสักบาทเดียว กิเลสความทะยานอยากในสิ่งต่างๆลดลงไปเรื่อยๆ มีแต่คิดถึงคนอื่นๆ
 
เพราะในการช๊อปทุกๆครั้ง ทำให้เรามีสติพิจรณามากขึ้น
กิเลสอยากซื้อของตัวเองลดน้อยลงไปเรื่อยๆ ซื้อแต่ของที่จำเป็นจริงๆ
ไม่ซื้อสุร่ยสุร่ายเหมือนแต่ก่อน มีพิจรณามากขึ้น หยิบขึ้นมาแต่ละชิ้นจะคิดก่อน ซื้อไปเพื่ออะไร
จำเป็นมากไหม ต้องรับซื้อไหม สมราคาไหม ถึงแม้จะลดราคาลงมาแล้วก็ตาม เรียกว่าคิดละเอียดยิบเลย
แตกต่างจากเมื่อก่อนมากๆ ยอมรับเลยนะตรงนี้ นี่แหละผลของการเจริญสติ ทำให้จิตคิดพืจรณาในทุกๆสภาวะมากขึ้นเรื่อยๆ

กันยายน 2010
พฤ อา
« ส.ค.   ต.ค. »
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: