เป็นที่รักของสรรพสัตว์

ผลของการเจริญสติ ผู้ที่เจริญสติจะเป็นที่รักของเทวดาและสรรพสัตว์ทั้งหลาย เหตุเนื่องจาก การเจริญสติ เมื่อถึงจุดๆหนึ่ง ผู้นั้นจะมีแต่เมตตาและมีแต่คำว่าให้ มีแต่ให้และให้โดยไม่มีข้อแม้ ไม่หวังผลตอบแทนกลับมาใดๆทั้งสิ้น เหตุนี้จึงเป็นที่รัก ที่เคารพนับถือของสิ่งที่มองเห็นด้วยตาเปล่าและที่มองไม่เห็นได้ด้วยตาเปล่า

ไม่ว่าจะเดินทางไปไหนก็จะไม่ติดขัด ได้รับความสะดวกสบาย เนื่องจากผู้ที่เจริญสติจะเป็นคนกินง่าย นอนง่าย ใช้ชีวิตแบบพอเพียง เพราะเมื่อรู้จักกับคำว่า ” พอใจ ” โดยสภาวะแล้ว ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหนๆย่อมอยู่ได้แบบความพอใจ

ทุกวันนี้ เรื่องราวในชีวิต หรือสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิต ต้องบอกว่ารู้สึกเซอร์ไพส์มากๆ อะเมซิ่งมากๆเลย ตอนที่ใช้คอมฯแบบตั้งโต๊ะ เคยนะ เคยคิดว่าอยากได้เน็ตบุ๊ค เพราะการเขียนบันทึกลงในสมุด บางทีเราขี้เกียจมานั่งพิมพ์ซ้ำ เลยนำมาลงบ้าง ไม่ลงบ้าง ยิ่งช่วงหลังๆแทบจะไม่ได้นำมาลงเลย แล้วก็มีเหตุให้คอมฯที่เคยใช้อยู่ประจำเสีย มีเหตุให้ได้โน๊ตบุ๊คมาใช้แบบไม่คาดฝัน

เรื่องของสภาวะ มันเกิดต่อเนื่อง จากหยาบๆแล้วเริ่มละเอียดมากขึ้นเรื่อยๆไปทีละขั้นๆ
กิเลสที่มีอยู่ในใจจะถูกขัดเกลาไปเรื่อยๆ จิตเริ่มใสสะอาด

คู่บารมีหลวงปู่มั่น – วิญญาณรักและผูกพัน ตอนที่ ๒

ท่านเล่าว่า ต่อมาไม่นานนัก ดวงวิญญาณก็มาเยี่ยมฟังเทศน์ท่านอีก คราวนี้มาในร่างแห่งเทวดาผู้มีรูปสวยงามมาก แต่มิได้ตกแต่งด้วยเครื่องประดับต่างๆ ตามปกติของพวกเทวดาที่ทำกัน เพราะมาหาพระองค์สำคัญ ซึ่งเทวดาถือเป็นความเคารพมาก

โดยทั่วไป พอเทวดามาถึงก็เล่าถวายท่านว่า พอได้รับคำชี้แจงจากท่านให้หายสงสัย ไร้ทุกข์ ที่เคยทรมาณใจมาแล้ว ก็ไปอุบัตเป็นเทวดาในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์พิภพ ซึ่งมีความสุขสนุกสนานด้วยเครื่องบำรุง บำเรอต่างๆที่ล้วนแต่สำเร็จไปด้วยจากการบำเพ็ญเมื่ออยู่กับท่านในเมืองมนุษย์ทั้งนั้น

แม้จะมีความสุขสบายตามวิบากกรมอำนวยก็ตาม แต่อดระลึกมิได้ว่า วิบากสมบัติที่ปรากฏให้ได้รับเสวยนั้น ล้วนเป็นสาเหตุไปจากพระคุณท่านเป็นผู้พาริเริ่มบำเพ็ญแต่ต้นมา เพียงลำพังผู้เดียว ไม่มีปญญาสามารถคิดอ่านบำเพ็ญให้สำเร็จเป็นสมบัติที่พึงพอใจอย่างมหาศาลเช่นนั้นได้ เวลามีวาสนาได้ไปเกิดในกองมหาสมบัติอันเป็นทิพย์และมีความสุขสบาย หายโกรธแค้นน้อยใจแล้ว จึงได้ระลึกถึงพระคุณของท่านที่มีแก่ตนอย่างมากมายเหลือที่ประมาณได้

ฉะนั้น การเลือกเฟ้นในทุกสิ่ง ไม่ว่าจะการงาน อาหารและสิ่งของนานาชนิด ตลอดจนมิตรสหายเพื่อนหญิงเพื่อนชายที่ควรก่อน เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ต้องการครองตัวด้วยความราบรื่นจะพึงถือเป็นกิจจำเป็น เฉพาะอย่างยิ่งที่ผู้ต้องการเลือกคู่ครอง เพื่อหวังพึ่งเป็นที่พึ่งตายจริงๆ ควรถือเป็นกรณีพิเศษยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด

เพราะคู่ครองนั้นเป็นเหมือนกับใช้ลมหายใจและความเป็นอยู่ทุกด้านร่วมอันเดียวกัน ความสุข ทุกข์ น้อย มาก ย่อมเป็นสิ่งกระเทือนถึงกันทุกระยะ ผู้ที่ได้คู่ครองที่ดี แม้ตัวจะต่ำบ้างทางฐานะความรู้ ความฉลาด การประพฤติ จริตนิสัย แต่ก็ยังดีกว่า

ผู้ที่คอยฉุด คอยลาก คอยให้คติเตือนใจเสมอ และพาประพฤติดำเนินในกิจการต่างๆ ทั้งทางโลก อันเป็นเครื่องส่งเสริมครอบครัวให้มั่นคงและสงบสุขและทางธรรม ซึ่งเป็นความดีงามแก่จิตใจ ตลอดการงานอย่างอื่นที่พลอยมีส่วนดีงาม ไปด้วย ไม่มืดมิดปิดตากำดำกำขาวไปโดยถ่ายเดียว โดยหาความแน่นอนและรับรองผลไม่ได้

ถ้าต่างฝ่ายต่างดีด้วยกันก็เท่ากับช่วยกันสร้างวิมานหลังใหญ่ในครอบครัวให้อยู่เย็นเป็นสุขร่วมกันไปตลอดอวสาน ไม่มีการทะเลาะวิวาทถกเถียง ครัวเรือนย่อมเป็นสุข ไม่มีเรื่องขุ่นข้องหมองใจมารบกวน เพราะต่างฝ่ายต่างสร้างสรรค์ ต่างฝ่ายต่างสำรวมระวัง ต่างฝ่ายต่างตั้งอยู่ในเหตุผลหลักธรรม ไม่ทำตามใจชอบที่ผิดจากหลักศิลธรรม อันเป็นหลักรับรองความร่มเย็นผาสุกต่อกัน

คู่ครองของแต่ละฝ่าย จึงเป็นผู้ช่วยกันสร้างกรรมดี ชั่ว สุข ทุกข์ บุญ บาป นรก สวรรค์ เกี่ยวเนื่องกันแต่เริ่มต้นชีวิตร่วมกันเป็นต้นไปเหมือนลูกโซ่ ทั้งปัจจุบันชาตินี้ตลอดจนอนาคตของภพชาติต่อไป

ดังข้าบาทได้เห็นประจักษ์กับตัวเอง ( คำว่า ข้าบาท เป็นคำแทนชื่อที่ถนัดของเทวดา เรียกตัวเองกับท่านพระอาจารย์มั่น ) ที่ได้มีบุญติดสอยห้อยตามบาทไปในภพชาติต่างๆ ด้วยการนำของพระคุณท่านพาสร้างแต่ความดีมาประจำนิสัย ไม่พาสร้างบาปกรรมทำชั่วมัวหมองเลย จึงพลอยได้เป็นคนดีติดตามบาทมาแทบทุกชาติทุกภพ และพาให้แคล้วคลาดจากภัยเวรทั้งหลายตลอดมา นึกถึงพระคุณแล้วทำให้ในจิตใจสุดที่จะเรียนได้ถูก

คราวนี้ข้าบาทได้เห็นโทษของตัวที่เคยผิดพลาดล่วงเกินพระคุณท่านมาในอดีต ทั้งชาติแห่งวิญญาณและอดีตกาลที่ผ่านมานาน ขอท่านได้โปรดเมตตาอโหสิกรรมแก่เทวดาตามความปรารถนาและได้แสดงธรรมอบรมส่งเสริมบารมีให้เป็นที่รื่นเริงจนสมควรแก่กาลแล้ว เทวดานมัสการลา กระทำทักษิณสามรอบ หลีกออกห่างจากท่านพอประมาณ และว้เหาะลอยขึ้นสู่อากาศด้วยความโสมนัสศรัทธาเป็นล้นพ้น

ระหว่างวิญญาณมาปรับทุกข์ด้วยความน้อยใจกับท่าน รู้สึกว่าพิศดารเหลือจะพรรณนา ผู้เขียนไม่สามารถนำมาลงได้ทุกประโยค จึงขออภัยท่านไว้ด้วย เท่าที่จำได้และนำมาลงนี้ก็ไม่ค่อยสนิทใจนัก ถ้าจะผ่านไปก็รู้สึกจะขาดเนื้อเรื่องที่น่าคิดไป ดังที่เรียนไว้แล้วตอนก่อนที่จะเขียนเรื่องนี้

อุบายในการเดินจงกรม

อุบายในการเดินจงกรมของแต่ละคนนั้น แตกต่างไปตามเหตุของแต่ละคน
ตัวเราเองแรกเริ่ม เริ่มจากการเดินโดยมีรูปแบบ มีการกำหนดลงไปทุกย่างก้าวที่กำลังเดิน
หรือที่เรียกว่า การเดิน ๖ ระยะ

การเดินแต่ละระยะที่แตกต่างกัน เป็นตัววัดสติ สัมปชัญญะ
ในขณะที่กำลังเจริญสติในอริยาบทเดิน ทุกๆระยะหมายถึงความตั้งมั่นของจิต
ที่สามารถรู้อยู่ในกาย รู้อยู่กับเท้าที่เคลื่อนไหว ที่กระทบพื้น

หากสติยังไม่มีกำลังมากพอ จิตยังไม่ตั้งมั่นมากพอ
เมื่อไปเพิ่มระยะการเดินในระยะสูงๆจะมีอาการเดินเซ บางทีหัวทิ่มหัวตำ
จึงควรเริ่มเดินตั้งแต่ระยะที่ ๑ เดินไปจนกว่าจิตจะรู้อยู่แนบแน่นกับเท้าได้ดี เรียกว่า
รู้ชัดทุกๆการกระทบ หรือทุกๆย่างก้าวที่กำลังเดิน จึงค่อยเพิ่มรายละเอียดของระยะต่อๆไป

หากเดินได้ตามระยะ จะรู้สึกถึงความแนบแน่นรู้ชัดอยู่กับเท้าที่เคลื่อนไหวที่กระทบพื้นได้ทุกระยะ สิ่งที่ทุกๆคนจะเจอเหมือนกันหมดคือ สภาวะ สันตติขาด ฆานะบัญญัติแตก
เหตุเนื่องจาก สติ สัมปชัญญะดี สมาธิดี จึงทำให้รู้ชัดลงไปทุกๆย่างก้าว จึงเห็นการทำงานของจิตได้อย่างชัดเจน

เมื่อมาถึงสภาวะตรงนี้แล้ว คำบัญญัติหรือคำกำหนดต่างๆที่ใช้ในการเดินจงกรมหรือในขณะที่กำลังเดินจะหายไปเอง จะมีแค่รู้ว่าเดิน รู้ลงไปทุกๆย่างก้าวที่กำลังเดิน โดยมิต้องใช้คำบริกรรมหรือการกำหนดบัญญัติแต่อย่างใด นี่คือ จุดเริ่มต้นของการละบัญญัติหรือสภาวะสมมุติไปสู่สภาวะปรมัตถ์

หลังจากที่รู้ชัดในการเดินได้แล้ว ต่อมาการเดินจงกรมของเรานั้นเปลี่ยนไป มันจะเป็นรู้ทุกย่างก้าวที่เดิน จะรู้ขึ้นมาเองทุกๆครั้งที่เท้ากระทบพื้น โดยมิได้กำหนดรู้ลงไปแต่อย่างใด

จากการเดินที่ต้องมีรูปแบบ กลับมาเป็นเดินรู้เท้า ไม่ว่าจะเดินทำอะไรมันก็รู้ที่เท้าได้ตลอด
และจากที่เคยเดินอย่างเดียว กลายเป็นว่า เดินไปด้วย ทำงานต่างๆไปด้วย สลับกับการเดิน
เช่น ถักโครเชท์ ยืนเย็บผ้า รีดผ้า ทำงานบ้านแบบเบาๆที่ไม่เสียเหงื่อ เรียกว่าทำงานไปด้วยสลับกับการเดินจงกรม

เลยมีผลพลอยได้จากการเดินจงกรมหลายๆอย่าง เช่นของรีไซเคิ้ล ทำจากเสื้อผ้าที่ไม่ใช้แล้ว
อย่างกางเกงยีนส์ขายาว นำมาแปลงรูปเป็นขาสั้น ใส่แบบสบายๆ

ชิ้นส่วนของขากางเกงที่ตัดสั้น นำส่วนขามาแยกชิ้นทำเป็นกระเป๋าผ้ายีนส์
เก๋ซะไม่มี ไม่ต้องไปเสียเงินซื้อกระเป๋าผ้า

ถักที่ใส่ทิชชูแจกเพื่อนๆที่ทำงาน แจกคนรู้จัก นำชิ้นส่วนของผ้าต่างๆทำเป็นถุงผ้าใบเล็กๆ
สำหรับใส่เครื่องสำอางค์ ใส่ทิชชู ฯลฯ เรียกว่าสารพัดประโยชน์ แจกเขาไปหมด

บางครั้งเดินหลายชม. บางครั้งเดินแค่ชม.เดียว บางครั้งแค่ยืนรีดผ้าอย่างเดียว หลังจากรีดผ้าเสร็จ กำหนดลงนั่งต่อทันทีก็มี จิตเป็นสมาธิได้ง่ายเหมือนทุกๆครั้ง สมาธิที่เกิดขึ้นก็แนบแน่นดี กำลังสมาธิจะเกิดต่อเนื่องและแนบแน่นคงที่ ประมาณ ๑ -๒ ชม.

จากที่เคยเป็นคนไม่ค่อยขยันทำงานบ้านเท่าไหร่นัก เดี๋ยวนี้กลายเป็นคนมีระเบียบ ละเอียดมากขึ้น เป็นคนช่างสังเกตุมากขึ้น งานที่ทำก็ละเอียดมากขึ้น ไม่สักแต่ว่าทำเหมือนก่อนๆ

พฤศจิกายน 2010
พฤ อา
« ต.ค.   ธ.ค. »
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: