เจริญสติ

เราทุกคนทุกรูปทุกนาม ไม่ว่าจะเกิดเป็นอะไรหรือใครก็แล้วแต่ ทุกสิ่งที่เป็นเหตุให้แต่ละคนมีความแตกต่างกันไป ล้วนเกิดจากเหตุที่ทำมาทั้งสิ้น เหตุของใครเป็นคนทำเอาไว้ ย่อมรับผลไปตามที่ตัวเองได้กระทำเอาไว้ เหตุในอดีตที่ทำไว้ ส่งกลับมาเป็นผลในปัจจุบัน สิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันในชีวิตของแต่ละคนนั่นเอง

แม้กระทั่งอุบายในการเจริญสติของแต่ละคนล้วนแตกต่างไปตามเหตุปัจจัยที่แต่ละคนกระทำมา ส่วนจะเป็นอะไรยังไงนั้น ก็ขึ้นอยู่กับเหตุเก่าด้วย

ขอเพียงให้อดทน เพราะตอนนี้เมื่อได้มาเจริญสติ นับว่ากำลังสร้างเหตุดี ซึ่งเป็นเหตุใหม่ของชีวิต เรากำลังกำหนดชะตาชีวิตด้วยตัวของเราเอง โดยไม่ต้องไปพึ่งพาอะไรแต่อย่างใด ตัวเราของเรานี่แหละ

ส่วนภายนอกนั้น ล้วนเป็นข้อสอบที่เราจะถูกให้ทำข้อสอบแบบไม่ทันตั้งตัว นี่แหละคือตัววัดผล ของการเรียนหรือการฝึกเจริญสติของแต่ละคนนั่นเอง ผ่านหรือไม่ผ่าน เราเท่านั้นที่รู้ดีที่สุด

เฉกเช่นเดียวกับอาชีพ อาชีพของแต่ละคน เขาฉีกมุมมองอีกมุมมองให้เห็น อาชีพที่ใครหลายๆคนอาจจะบอกว่ามันเป็นมิจฉาชีพ เช่น การเป็นโจรหรือขโมย ในส่วนดีของอาชีพนี้ส่วนดีนั้นมี ไม่ใช่ไม่มี ทุกๆอาชีพ ไม่มีอาชีพไหนๆที่สะอาดบริสุทธิ์ร้อยเปอร์เซ็น ล้วนมีส่วนดีและไม่ดีในอาชีพ

เพราะอะไรนั่นหรือ เพราะเหตุไงล่ะ เหตุของแต่ละคนที่ทำมา จึงทำให้อาชีพที่เรียกกันว่าอาชีพ ให้กลับกลายเป็นไปเช่นนั้น ทั้งๆที่จริงแล้ว โดยตัวสภาวะของอาชีพนั้นไม่ได้มีอะไรเลย แต่เพราะความไม่รู้ต่างหากจึงทำให้เป็นเช่นนั้น

ไม่ว่าใครจะประกอบอาชีพอะไรก็ตาม จะดีหรือไม่ดีตามความคิดและเหตุของแต่ละคน ที่มีต่อสิ่งที่มากระทบขณะนั้นๆ เราควรมีเมตตาต่อกัน ให้อภัยซึ่งกันและกัน

ยิ่งเข้าใจในเรื่องของเหตุและผลได้อย่างชัดเจน จิตนี้จะมีแต่ความเมตตา มีแต่ให้กับให้ และยิ่งรู้อยู่กับรูป,นามได้มากเท่าไหร่ จะเห็นสภาวะของรูป,นามแบบละเอียดได้ชัดมากขึ้น ย่อมเป็นเหตุให้การยึดติดในเปลือกนั้นๆลดน้อยลงไป

เพียงเราทำตามความเป็นจริง ยอมรับตามความเป็นจริงในสิ่งที่ยังเป็นและยังคงมีอยู่ในจิต
ยอมรับไปตามนั้น แล้วตัวสภาวะเขาจะดำเนินไปตามเหตุปัจจัยเอง

มาถึงจุดๆนี้ เรียกว่าธรรมจัดสรรหรือกรรมจัดสรรนั่นเอง เจริญสตินี่แหละ ทำให้ต่อเนื่อง
ไม่ต้องไปทำด้วยความอยากได้หรืออยากมีตลอดจนอยากเป็นอะไรในบัญญัติต่างๆเลย

ขนาดงานประจำ สำรับเลี้ยงชีพตัวเอง ยังทำได้เลย ถึงแม้จะไม่ชอบยังทำได้ แล้วนี่ชีวิตของเราแท้ๆ ไม่คิดจะทำเพื่อชีวิตของตัวเองเลยหรือ?

ทำง่ายๆ ไม่ยุ่งยากอะไรเลย แค่เอาใจใส่ในสิ่งที่กำลังทำอยู่เท่านั้นเอง เริ่มต้นไปทีละเล็กละน้อย สะสมไป เพราะมันมีแต่เหตุและก็เหตุ นอกนั้นไม่ได้มีอะไรเลยมีแต่การปรุงแต่งของจิตที่เกิดจากอุปทานที่เรายังมีอยู่นั่นเอง

อุปทานมากหรือน้อย ก็ขึ้นอยู่กับเหตุที่เรามีต่อสิ่งๆนั้น ที่เคยทำมาร่วมกันนั่นเอง
เราจึงต้องมาเจริญสติ เพื่อจะอยู่กับปัจจุบันได้ทัน เมื่ออยู่กับปัจจุบันได้
เหตุที่เกิดใหม่ย่อมลดน้อยลงไปเรื่อยๆ แล้วผลยิ่งไม่ต้องไปคาดเดาใดๆเลย
สุดท้ายไม่มีทั้งเหตุและผล มันมีแค่นี้เองแหละชีวิต

โฆษณา

ธันวาคม 2010
พฤ อา
« พ.ย.   ม.ค. »
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: