ฮ่วย!!!!!!!

กลับไปย้อนอ่านหลายๆสภาวะที่บันทึกเกี่ยวกับเรื่องสภาวะเอาไว้ อ่านแล้วบางครั้งต้องร้องเฮ้ออออ!!!!!!!!

สภาวะเก่าๆที่ผ่านๆมา รายละเอียดที่ลงบันทึกเอาไว้ มันแค่สภาวะหยาบๆ แล้วตอนที่ลงเอาไว้ มันเป็นสิ่งที่เราได้พบเจอจริงๆ ถึงแม้ว่าเขียนตามความเป็นจริง แต่ยังไงๆมันก็ยังเป็นการให้ค่ากับสภาวะอยู่ดี

จริงๆแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดยิ่งกว่าสิ่งใดทั้งปวงคือ กิเลสในใจนี่แหละ ทุกข์,สุข มากแค่ไหน เกาะเกี่ยวกับสภาวะมากแค่ไหน สติทันไหมต่ออุปทานที่เกิดขึ้น ทันไหมการให้ค่าต่อการกระทบที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะพอใจหรือไม่พอหรือเฉยๆ รู้ทันไหม มันดูตรงนี้หลักสำคัญ

ทีนี้เหตุน่ะสิ คนที่เข้ามาอ่านสภาวะ แล้วอาจจะๆๆๆๆๆๆอะไรก็ได้ แม้แต่คำพูดที่เราพูดเรื่องสภาวะ การดับของสภาวะ เช่น คำว่า ” เหมือนปิดไฟ ” มันเป็นเรื่องของสมาธิในระดับหนึ่งที่เกิดขึ้น แล้วสติไม่ทันหรือไม่มีกำลังมากพอเท่านั้นเอง มันไม่ใช่เป็นอะไรหรือใช่อะไร จึงไม่ต้องไปหาคำตอบ หรือ ถึงแม้ว่าจะเป็นอะไร มันก็เป็นแค่สภาวะ สิ่งที่สำคัญคือ ทำแล้วเห็นกิเลสในใจที่เกิดขึ้นในจิตนั้นทันไหม อุปทานการให้ค่า ดูทันไหม

เหตุนี่นะ เหตุมี ผลย่อมมี เรื่องสภาวะเป็นเรื่องที่ละเอียด เราเพียงแค่เขียนบันทึกตามสิ่งที่เกิดขึ้นในจิต ในชีวิตของเรา ทุกอย่างมันคือสภาวะ เรายังมีกิเลส เป็นเรื่องธรรมดาที่ยังมีการให้ค่าอยู่ ให้ค่ากับสภาวะที่เกิดขึ้น

เราเองก็เคยติดบัญญัติ ให้ค่าตามบัญญัติ เพียงแต่คาดไม่ถึงว่า การบันทึกถึงแม้จะเป็นเรื่องสภาวะของเราก็ตาม คิดไม่ถึงว่า จะไปสร้างเหตุให้กับคนอื่นๆได้ อันนั้นมันเป็นสภาวะในอดีต

ในการเขียนเรื่องราวต่างๆ เราจะเน้นเสมอว่า ใครก็ตามที่เข้ามาอ่านบล็อก กรุณาอ่านที่ปัจจุบัน อย่าไปอ่านสภาวะในอดีต คนเราย่อมมีการผิดพลาดเนืองๆ การให้ค่าต่อสภาวะที่เกิดขึ้น

เป็นเรื่องปกติของคนอ่านมาก รู้จะมากหรือน้อย ขึ้นชื่อว่ารู้บัญญัติ ย่อมมีอุปทานให้ค่าต่อสภาวะที่เกิดขึ้น ว่ามันคืออะไร เรียกว่าอะไร นี่แหละความผิดพลาด ถึงยังหลงกิเลส แต่ยังไม่รู้ว่ากำลังหลง ไม่ว่าจะหลงมากหรือน้อยนั่นก็คือยังหลง ถ้าไม่หลง ย่อมมีสติรู้เท่าทันต่อกิเลสที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา

เราปฏิบัติเพื่อดับเหตุแห่งทุกข์ทั้งปวง คือ ดับที่ตัวเรา ไม่ไปสร้างเหตุใหม่ให้เกิดขึ้นอีกต่อไป นั่นคือ ดับกิเลสในใจ ดับยังไง ไม่ใช่ไปขับไสไล่ส่ง หรือไปกดข่มเอาไว้ มันมีไม่ใช่ไม่มี เพียงแต่เรารู้เท่าทันมัน อุปทานย่อมไม่เกิด

มันมีนะกิเลส มีอยู่อย่างนั้น แต่รู้เท่าทันมัน มันมีแค่นี้เอง ถึงได้มีคำกล่าวว่า ดับกิเลสให้หมดสิ้นไป เพราะจากเหตุนี้แหละ มันได้ดับหายไปไหน เพียงแต่ มีสติรู้เท่าทันได้ตลอดเวลา

โฆษณา

มกราคม 2011
พฤ อา
« ธ.ค.   ก.พ. »
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: