พระโพธิสัตว์กวนอิม…. อีกแล้ววว

อาการเริ่มดีขึ้น ก็ต้องมีเรื่องนำมาเล่าสู่กันฟัง เรื่องที่เกิดขึ้นอาจจะดูแปลกๆจนเราแทบจะชินไปแล้ว

เมื่อวานอาการเริ่มดีขึ้น เริ่มทานอาหารได้มากขึ้น แต่ยังไม่ได้แบบปกติ ยังมีไข้ต่ำๆในตอนเย็น กลางคืน ยังคงนอนยาวไม่ได้เหมือนเดิม เมื่อคืนไอทั้งคืน นั่งรู้กายเอา สติรู้แค่ไหนแค่นั้น พอรู้สึกตัวก็ไอทันที ทั้งๆที่กินยาต่อเนื่องจนเบื่อมากๆ

ความเจ็บป่วยในครั้งนี้ ทำให้เห็นความทุกข์ในธาตุขันธ์ เกิดความรู้สึกเบื่อหน่ายมากๆ สภาวะตอกย้ำลงไปอีก ไม่อยากเกิด เกิดแล้วยังไงๆก็หนีไม่พ้นความเจ็บป่วย เพราะเหตุจากความไม่รู้ เมื่อเกิดทุกๆครั้ง ความไม่รู้ต้องมาก่อน ทีนี้เหตุที่หลงทำไป แล้วอะไรจะไปเหลือ ก็ต้องรับไปตามผลของเหตุนั้นๆก่อน

เมื่อคืนวันก่อนมันรู้สึกเบื่อหน่ายในสังขารนี้ยิ่งนัก จิตตกนะคืนนั้น เพราะต้องนั่งเกือบทั้งคืน นั่งรู้ในกายเอา แล้วถ้าทำแบบนี้ไม่ได้ล่ะ ร่างกายจะอยู่ได้ยังไงถ้าไม่ได้พักเลย

มีอยู่ช่วงที่นอนได้ พอล้มตัวลงนอน ก็มองไปที่ภาพของพระโพธิสัตว์กวนอิม ที่บ้านจะติดไว้ที่ผนัง ได้มาจากจีนแดง สูง ๒ เมตร กว้าง เมตรกว่าๆ เป็นภาพพระโพธิสัตว์ถือคนโทเทน้ำ มีกุมารและกุมารี อยู่ซ้ายและขวา ข้างละคน

ตอนนั้นจิตตกแล้ว เพราะรู้สึกอ่อนเพลีย ตามองภาพ ใจก็คิด คิดในใจว่า พระแม่กวนอิม ถ้าสังขารจะต้องเป็นแบบนี้ จะเอาเวลาที่ไหนปฏิบัติให้เต็มเวลาได้ นี่เป็นเวลานับได้ ๙ วันแล้ว เช้านี้เป็นวันที่ ๑๐ ของการเจ็บป่วย ไม่ได้ทำเต็มเวลาเลยสักวันเดียว

ได้แต่อาศัยการรู้กายเพื่อรักษาจิตเอาไว้ หากพระแม่ไม่ช่วย จะขอถอนคำสัจจะที่เคยให้ไว้ทั้งหมด ที่ได้เคยให้ไว้ จะไม่ทำการช่วยเหลือใดๆอีกแล้ว เพราะร่างกายหรือธาตุขันธ์นี้ ก็มีความจำเป็นที่ต้องใช้ทั้งการดำเนินชีวิตและการปฏิบัติ

เมื่อมาเจ็บป่วยขนาดนี้ จะเอาแรงหรือกำลังมาจากไหนไปช่วยอะไรแก่ใครๆได้อีก แค่คุยยังไม่ค่อยอยากคุย มันอ่อนเพลียไปหมด ไอตลอด จึงต้องขอถอนสัจจะที่เคยให้ไว้ทั้งหมด ถ้าสุขภาพต้องเป็นแบบนี้ล่ะก็ ….

แล้วเป็นเรื่องแปลก แหมมม จิตนี่มันสุดยอดจริงๆ เรามองเห็นตัวเราเองเอาปากไปรองรับน้ำจากคนโทที่เจ้าแม่กวนอิมถือเทอยู่ ว่าตัวเองได้ดื่มน้ำนั้นเข้าไปเต็มๆ
แล้วรู้สึกตัว ได้ยินเสียงนาฬิกาดัง

ดังครั้งแรกยังไม่ลุกคือ ตี ๕.๒๐น. จนดังครั้งที่ ๒ ๖.๐๐น. คือจะตั้งออโต้ไว้ที่มือถือ จะปลุกเวลานี้ทุกวัน และเวลา ๑๖.๔๕น. นี่คือเวลาเตรียมตัวก่อนกลับบ้าน

พอลุกขึ้น เราก็ต้มน้ำใส่ถุงสมุนไพรสำหรับอบตัว คือ มีน้องที่ทำงานบอกว่า ให้ต้มน้ำอาบได้ สระผมได้ เขาเคยเป็นมาก่อน แต่ไม่ได้เป็นหนักแบบที่เราเป็น แล้วเรามานึกขึ้นมาได้ว่า มีสมุนไพรแบบถุง ซึ่งซื้อเก็บเอาไว้นานแล้ว เอาไว้สำหรับอบตัว เมื่อก่อนชอบอบตัวมากๆ เพราะรู้สึกสบายดี

ที่ว่าเรื่องแปลกๆ ไม่ใช่แค่เรื่องของเจ้าแม่กวนอิมอย่างเดียว มียิ่งกว่านั้นอีก เรื่องเจ้าแม่กวนอิม อาจจะเป็นแค่นิมิต แต่เราถือว่าเป็นนิมิตที่ดี คือ ต้องหายป่วยอย่างแน่นอน

ที่ว่าแปลกกว่านั้นคือ มือถือของเราเอง ที่เราใช้สำหรับตั้งเวลาปลุก ถึงแม้เวลาแบตหมด เครื่องก็ยังคงปลุกได้อย่างตรงเวลา เครื่องนี้จะมีการเซฟแบตในตัว

ตอนที่เราต้มน้ำสมุนไพร อาบน้ำ สระผม นั่นคือ เป็นเวลาหกโมงเช้าเราจำได้ แต่หลังจากที่เราอาบน้ำเสร็จแล้ว เราดูนาฬิกาที่บ้าน มันเพิ่งจะตีห้ากว่าๆ เราก็คิดว่า นาฬิกาคงถ่านใกล้จะหมดมั๊ง

อันนี้นาฬิกาหลังบ้าน พอไปดูในบ้าน เวลาก็ตรงกัน ใจก็คิดนะ สงสัยถ่านคงใกล้หมดเหมือนกัน คงต้องเปลี่ยนถ่าน ใจก็คิดแต่ไม่ได้สนใจหรือรู้สึกสะกิดใจอะไร

วิลัยลงมาอาบน้ำ วิลัยมองเรา เราก็ไม่ได้ถาม คิดว่า เขาคงดูว่าเราอาบน้ำหรือยัง เห็นผมเราเปียกเขาคงรู้เองแหละว่าเราอาบแล้ว เพราะเขาไม่ถามอะไร มองแล้วก็เข้าห้องน้ำไป

เราขึ้นไปห้องข้างบน ไปรีดชุดทำงาน ดูนาฬิกาข้างบนก็ตีห้าเกือบหกโมง ใจก็คิดอีก นาฬิกาคงถ่านใกล้หมดทั้งบ้าน ถึงได้เดินช้าตรงกันหมด แต่งตัวเสร็จ ไปตักน้ำสมุนไพรที่ต้มทิ้งเอาไว้อีกหม้อ ซึ่งปล่อยเอาไว้ให้เย็น จะเอาไปดื่มเป็นชาสมุนไพร เพราะไปเปิดเน็ต ดูข้อมูลของสมุนไพรต่างๆที่ผสมนั้น ปรากฏว่า กินได้ เราไม่ได้มีโรคอื่นๆ เขาจะห้ามคนท้อง โรคลมชัก โรคหัวใจ โรคความดัน และสมุนไพรหลายๆตัว ช่วยในโรคที่กำลังเป็นอยู่ ก็ตักได้๓ ถุง

กำลัง เปิดประตู จะออกจากบ้าน ไหงข้างนอกมันยังมืดขนาดนั้น นี่มันใกล้เจ็ดโมงเช้าแล้วนี่ มันต้องสว่างกว่านี้ พอดีวิลัยเพิ่งออกมาจากห้องน้ำ เราถามวิลัยว่า นาฬิกาที่ห้องวิลัยกี่โมงแล้ว เพราะนาฬิกาข้างล่างมันเสียหมด มันเดินไม่ตรงกับนาฬิกาบนมือถือของเรา

วิลัยบอกว่า เขาเองก็แปลกใจ ว่าจะถามเราเหมือนกันว่าทำไมตื่นแต่เช้า ตอนเขาลงมาน่ะเพิ่งตีห้ากว่าๆเอง และนี่ยังไม่หกโมงเลย

เราบอกว่า มันเป็นไปได้ยังไง ในเมื่อนาฬิกาเราเดินตรงมาตลอด แม้แต่เมื่อเย็นก็ปลุกตรงเวลา กลายเป็นว่า เราต้องมาตั้งเวลาที่มือถือใหม่ แล้วตัวเลขมันเปลี่ยนเองได้ยังไง ทั้งๆที่มือถือนี้เราใช้อยู่คนเดียว อยู่ก็คนเดียวไม่ได้นอนพักรวมกับวิลัย

ทุกเรื่องราวล้วนมีเหตุ แต่เหตุของการเปลี่ยนตัวเลขเองบนมือถือ โดยที่เราไม่ได้ไปทำอะไร ไม่รู้เหมือนกันว่า เหตุจากอะไร

วันรุ่งขึ้น อาการป่วยของเราดีขึ้น อาการไอยังคงมีแต่น้อยลง เมื่อคืนนอนไม่ได้ แต่นั่งพักในสมาธิได้นานมากขึ้น ไม่ใช่แค่สั้นๆ

เช้าวันนี้มาต้มน้ำสมุนไพรอาบอีก อาการไข้เริ่มลดลงไปเรื่อยๆ เหลือตัวอุ่นๆ หน้ายังคงซีดอยู่ เพราะรอบนี้เสียเลือดไปเยอะ น้ำหนักลดลงไปสองกิโลภายในหนึ่งอาทิตย์

โฆษณา

เกือบไม่รอด

การป่วยครั้งนี้ ถือว่าอาการหนักสาหัสยิ่งนัก ถ้าไม่ได้สมาธิ ไม่ได้การเจริญสติช่วยเอาไว้ ป่านนี้คงได้นอนหยอดน้ำข้าวต้มไปนานแล้ว

ก็เล่นทั้งเป็นไข้หวัดลงคอ ไข้หวัดใหญ่ ไข้ทับฤดู สามกษัตริย์เลย เราป่วยเป็นไข้หวัดลงคอมาตั้งแต่วันอาทิตย์ที่แล้ว สามวันต่อมาขณะที่กำลังป่วยก็มีรอบเดือน เป็นเหตุให้กลายเป็นไข้ทับฤดู ยาวนานมากๆทั้งหมดสิบกว่าวัน ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่แล้ว จนมาถึงวันนี้

จะไม่ให้แย่ได้ยังไง อาหารก็กินไม่ได้ กินไม่ได้ร่างกายมันก็ไม่ไหว นอนก็ไม่ได้ ไอทั้งคืน โดยเฉพาะช่วงแรกๆหนักมากๆ ไม่ได้นอนเลย ต้องใช้วิธีนั่งสมาธิพักจิตเอาได้เป็นพักๆ เรียกว่าไม่มีการนอนยาว เพิ่งจะได้มานั่งสลับนอน ส่วนมากจะนั่งมากกว่านอนก็เมื่อสองสามวันมานี่เอง

อาการของไข้ที่เกิดขึ้นจึงมีอาการหนักกว่าปกติ เพราะทั้งไม่ได้พักผ่อนเนื่องจากอาการของโรคหรือไข้ที่เป็นอยู่ ทั้งเสียเลือดที่มามากกว่าปกติอยู่แล้ว ตกเย็นมาเป็นไข้สูงทุกวัน น้ำนี่อาบไม่ได้เลย ผมงี้เหนอน่ะมากๆ ทนไม่ไหว วันที่สามของวันที่ป่วย อาบน้ำสระผมตอนเช้า ผลคือ ไข้ตีกลับ อาการทรุดลงไปอีก

สะบักสะบอมมากๆจากการป่วยในครั้งนี้ แทบจะไม่ได้นอนเลยสักคืนเดียว ไอตลอด เรียกว่า ถ้ารู้สึกตัวเมื่อไหร่ จะต้องไอทันที คืนวันก่อนเหมือนจะนอนได้ การนอนก็ใช้วิธีรู้ในกาย จับไปเรื่อยๆ หลับไปตอนไหนก็ปล่อยให้หลับไปเลย พอสมาธิคลาย มันจะรู้สึกตัวเอง

พอรู้ตัวเอาแล้วไอทันที ทีนี้นอนไม่ได้แล้ว ต้องเปลี่ยนมาเป็นนั่งต่อแทน เวลานั่งก็ทำเหมือนเดิม คือ รู้อยู่ในกาย สติรู้ได้แค่ไหนปล่อยไปตามนั้น ทำแบบนี้มาหลายวัน ใจก็คิดว่า เอานะยังพอเอาอยู่ อย่างน้อยยังช่วยรักษาจิตเอาไว้ได้ กายสังขารต้องใช้เวลา เพราะโรคที่เป็นครั้งนี้มันผิดปกติ

เลือดที่ออกมามีลักษณะเป็นลิ่มๆ เป็นก้อนๆผสมออกมาเรื่อยๆ เรียกว่ามีมากกว่าทุกๆครั้งที่เคยเป็น นี่เองฤทธิ์เดชของไข้ทับฤดู ที่เล่นงานใครต่อใครหลายคนที่แพ้ เป็นเหตุให้ต้องเสียชีวิตมาหลายคนแล้ว คงเพราะเหตุนี้นี่แหละ

นี่ถ้าเราไม่ได้เรื่องการเจริญสติมาช่วย ไม่ได้สมาธิเป็นที่พักรักษาจิตเอาไว้ อาการคงจะแย่กว่านี้

กุมภาพันธ์ 2011
พฤ อา
« ม.ค.   มี.ค. »
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: