บัตรเครดิต ไม่ได้ร้ายอย่างที่คิด

นี่แหละ เขาถึงบอกว่า ต้องโง่มาก่อน ถึงจะเข้าใจเรื่องราวต่างๆ การเสียค่าโง่ของแต่ละคนแตกต่างกันไปตามเหตุที่แต่ละคนกระทำมา เรื่องการใช้บัตรเครดิตก็เช่นเดียวกัน

เราฟังมามากนะ เรื่องความเลวร้ายของบัตรเครดิต จริงๆแล้วต้องถามกลับไปยังผู้พูดว่า คุณรู้ข้อมูลและรายละเอียดต่างๆดีแค่ไหน ถ้าไม่รู้จงบอกว่าไม่รู้ แต่อย่าเอาความคาดเดาเข้าไปตัดสินด้วยความไม่รู้

นี่เราเรียนรู้สภาวะเรื่องของบัตรเครดิตด้วยตัวเอง เสียค่าโง่ด้วยเจ้าตัวหงุดหงิด เสียทรัพย์เพิ่มค่าโง่ของเหตุ เสียเพราะความไม่รู้ ฟังคนอื่นมากไป ขาดการเรียนรู้ด้วยตัวเอง

บัตรเคดิตที่ใช้อยู่คือ บัตรอิออน บัตรไม่ได้โกงเรา แต่คนยืมบัตรไปใช้น่ะแหละโกง ตอนนี้เข็ดแล้ว ไม่ให้ใครยืมไปใช้อีกอย่างเด็ดขาด แล้วมาหาว่าบัตรโกง ที่แท้คนน่ะแหละโกงกันเอง

เหตุจากเรื่องนี้ ทำให้รู้เรื่องของบัตรเครดิตเพิ่มมากขึ้น ว่าช่องรายการไหน ค่าอะไร คิดยังไง

โฆษณา

วิบากต่อวิบาก

ชีวิตแต่ละชีวิต ล้วนมีวิบากร่วมกัน เรื่องนี้เกิดขึ้นในครอบครัวของเราเอง

แม่อายุมากแล้ว เราไม่อยากให้แม่ทำงานอีกต่อไป จำได้ในเหตุการณ์ครั้งแรกที่เกิดขึ้น ตอนนั้นยังไม่ฉุกใจคิด แต่เรื่องที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ เป้นเหตุให้กลับไปทบทวนเรื่องของแม่ที่เคยผ่านมา

แม่เคยบอกว่า จะเก็บเงินให้ได้สักก้อนหนึ่ง จะเลิกทำงาน จะกลับไปอยู่บ้าน และขอไปบวชชี เราถามแม่ว่าถ้าได้แล้วจะเลิกจริงไหม แม่บอกว่าจริง ต่อมาไม่นาน น้องชายคนที่สาม ป่วยแล้วเสียชีวิต แม่ได้เงินช่วยประกันสังคมของน้องชาย

แม่แแกจากกงานกลับมาอยู่บ้าน แล้วไปบวชชีที่วัดสมาพราน พอครบพรรษา แม่บอกว่า จะสึกแล้ว อยากกลับไปทำงานอีก

เราคิดนะในตอนนั้น ไม่อยากให้แม่สึก อยากให้แม่บวชตลอดชีวิต เพราะอย่างน้อย ถ้าแม่ยังบวชอยู่ น้องๆยังได้ไปทำบุญที่วัดและได้ทำบุญกับแม่ ถ้าแม่สึกมาจะมีแต่เรื่อง เราอยากให้แม่บวชมากกว่า แล้วได้กุศลมากกว่าอยู่บ้าน

แต่ถ้าเราพูดกับแม่ แม่จะไม่เชื่อเรา กับน้องๆก็เห้นด้วยในสิ่งที่เราพูด ไม่อยากให้แม่สึก แม่ก็พูดตลอดว่า ออกพรรษาจะสึก

ต่อมา แม่ได้ไปออกธุดงค์ร่วมกับพระ แม่เลยยังไม่สึก แล้วแม่สามารถกลับมาอยู่บ้านได้ตามต้องการโดยที่ไม่ต้องสึก แม่ก็ไปๆมาๆระหว่างวัดกับบ้าน แต่ใจยังคิดอยากจะสึกอยู่ เราได้แต่แผ่เมตตากรวดน้ำให้กับแม่

ชีวิตต่อชีวิต วิบากร่วมกัน

ทุกอย่างมันมีเหตุ บ้านเราเกิดมาที่บ้านแขก อยู่รวมกับพวกอิสลามมาตั้งแต่เล็กๆ เราเองสมัยก่อนไม่กินหมู กินแต่เนื้อ ต่อมามีเหตุให้เลิกกินเนื้อ ซึ่งคิดว่าเคยเล่าไปแล้ว

น้องชายคนที่สี่ คนสุดท้อง อยู่ที่บ้านแขก ไปช่วยแขกทำเนื้อ คือ เขาไม่ได้เป็นคนเชือดเอง แต่ช่วยขับรถส่งเนื้อตามเขียงเนื้อ กรรมทุกชนิด แม้ไม่ใช่ทางตรงก็ต้องรับผล เพราะมีส่วนร่วมในกรรมนั้นๆ น้องเราเองก็เช่นกัน

น้องป่วยเป็นโรคสะเก็ดเงิน คิดว่าจากเลือดของเนื้อ น้องคงล้างมือและเท้า ตามซอกเล็บไม่สะอาด แล้วไปเกาตามตัว เลยเกิดการติดเชื้อขึ้นมา กลายเป็นโรคสะเก็ดเงิน แรกๆไม่ได้มีอาการรุนแรง

น้องไปรับการรักษาที่กาญจนบุรี มีคนบอกต่อๆกันมา นำยาหม้อกลับมาต้มกินที่บ้าน น่าจะ ๕ วันได้ น้องมีอาการบวม เจ็บหน้าอก เลยไปหาหมอที่รพ.สิริกิต หมอตรวจแล้ว จับเข้าไอซียู ตอนนั้นน้องรู้สึกตัวดี

น้องถามว่าอาการเขาหนักมากขนาดนั้นเลยหรือ หมอเรียกแม่กับน้องคนสามไปคุย น้องติดเชื้อเข้ากระแสเลือด ปอดและไตถูกฤทธิ์ของยาหม้อที่กินเข้าไปกัดทำลายเซลล์และเนื้อเยื่อต่างๆ ปอดขาวเป็นจุดๆไปหมด

หมอเจาะคอน้อง ให้ยานอนหลับอ่อนๆ เพื่อไม่ให้น้องหายใจต้านกับเครื่องช่วยหายใจ อาการยังคงทรงๆ ความดันต่ำ ให้ยาช่วยอยู่ ไข้สูงตลอด

วันที่เราไปเยี่ยมน้อง

น้องไม่แตกต่างไปจากพ่อเลย คนเราเวลาป่วย สภาพร่างกายจะเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง จนจำไม่ได้ ถ้าไม่บอกว่าเป็นน้อง เราคงหาน้องไม่เจอเพราะจำไม่ได้จริงๆ

เราแตะตัวน้อง ยืนกำหนดสมาธิ แผ่เมตตา กรวดน้ำให้กับน้อง สมาธิของเราเดี๋ยวนี้ สามารถกำหนดให้เกิดขึ้นได้ตามใจนึก กำลังของสมาธิแรงมากๆ แผ่สักพักหนึ่ง น้องนอนน้ำตาไหล เรายืนมองน้อง

แม่แอบนำเงินใส่มือน้อง พูดเบาๆกับน้องว่าให้ตั้งใจอธิษฐาน จะนำเงินนั้นไปทำสังฆทานให้กับน้อง

แม่เล่าให้ฟังว่า แม่ตั้งจิตไว้ว่า ถ้าน้องหาย แม่จะขอบวชชีตลอดชีวิต และจะพาน้องไปบวชด้วย พาออกธุดงค์ด้วยกัน แม่จะไม่ให้น้องทำเนื้อแล้ว เราอนุโมทนา

สังขารมีแค่นี้เอง

ตอนที่เรายืนมองน้อง จิตมันคิดพิจรณา นี่แหละสังขาร มีแค่นี้เอง ทุกข์ไหนจะหนักเท่าทุกข์ของสังขาร ไม่มีอีกแล้ว ทุกข์จากกิเลส ขอเพียงเรามีสติ เราย่อมรับมือกับกิเลสได้

แต่ทุกข์จากการเจ็บป่วยของธาตุขันธ์นี่สิ มันหนักกว่ามาก แล้วนึกถึงคนที่ไม่ได้เจริญสติ ว่าทุกข์หนักขนาดไหน

มหันตภัยที่ร้ายแรงที่สุด

มหันตภัยที่ร้ายแรงที่สุดที่เราต้องระวังกันให้ดี ไม่ใช่ภัยพิบัติจากภายนอกเลย เหตุของภัยพิบัติทั้งหมด ล้วนเกิดจากในจิตที่ยังไม่ได้ขัดเกลากิเลส ที่ยังเต็มไปด้วยอวิชชานี่แหละ

ตอนนี้กระแสของการตื่นตัวเรื่องภัยพิบัติต่างๆกำลังแพร่กระจายไปทั่ว ข้อความต่างๆที่ส่งต่อๆกันนั้น มีแต่ถ้อยคำตักเตือนให้ระวังแต่ภัยจากภายนอกที่ไม่อาจจะคาดเดาได้ว่า เวลาที่แท้จริงแน่นอนของภัยต่างๆเกิดขึ้นจริงๆเมื่อใด

ไม่มีเลยที่จะพูดถึงภัยพิบัติภายในที่มีเกิดขึ้นตลอดเวลา ซึ่งมหันตภัยนี้สิน่ากลัวยิ่งกว่าภายนอก เพราะมีแต่การกระทำที่ล้วนแต่ก่อเหตุใหม่ที่เป็นเหตุของการก่อภพก่อชาติกันตลอดเวลา เพียงแต่ว่า มองเห็นกันหรือยังเท่านั้นเอง

แม้กระทั่งเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิต ที่บางครั้งเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด เคยคิดพิจรณาย้อนกลับมามองกันบ้างไหมว่า ทำไม อย่างไร ไม่มีเลย มีแต่ว่ากัน มีแต่กล่าวโทษนอกตัว เหตุเกิดจากในตัวที่แท้จริงที่ก่อเหตุเอาไว้ทั้งหมด ไม่เคยรู้เลย

มีแต่ไฟโกรธ ไฟพยาบาท ที่สะสมไว้ในจิต การให้อภัยต่อกันช่างหาได้ยากเสียเหลือเกิน มีแต่ความขุ่นข้องหมองใจ ไม่ชอบใจ ยามที่อีกฝ่ายพูดหรือกระทำ แล้วไม่ถูกใจในความคิดของแต่ละคนเท่านั้นเอง

การเจริญสติเป็นยารักษาใจได้ดีที่สุด รักษาได้ทุกโรค โรคต่างๆล้วนเกิดจากใจทั้งสิ้น ไม่ได้เกิดจากสาเหตุอื่นๆเลย แต่ส่วนมากชอบสะสมโรคเอาไว้ด้วยความไม่รู้ กว่าจะรู้ก็ตายไปแล้ว

บางทีตายไปแล้วยังไม่รู้เลยว่า ที่ตายน่ะ ตายเพราะโรคจริงหรือ ตายเพราะเหตุนั้นเหตุนี้จริงๆหรือ ทั้งๆที่จริงๆแล้ว ต้นเหตุที่แท้จริงของโรค เหตุของเหตุทั้งหมด ล้วนเกิดจากจิตหรือใจที่ยังมัวเมาเต็มไปด้วยกิเลสนี่แหละ ไม่ใช่เหตุจากภายนอกเลย

มีแต่เหตุให้จิตปล่อยวางเอง

๕ เมย.๕๔

มีบางสภาวะที่ติดขัดอยู่ เช่น ได้นำหลวงปู่ทวดหน้าตัก ๗ นิ้วหรือ ๙ นิ้ว ให้กับคนที่รู้จักไป ทีนี้เจ้าของเขาอยากได้ของเขาคืน เราไปขอหลวงปู่ทวดคืนจากคนที่ให้ไป เขารับปากว่าจะส่งคืนมาให้ แต่เขาไม่ได้คิดจะส่งคืนกลับมา

แรกๆใจเรากังวลว่า จะหาหลวงปู่ทวดที่ไหนไปใช้คืนให้กับเจ้าของเขา บางครั้งวางความคิดนี้ลงไปได้ บางครั้งความคิดเกิดขึ้นมาใหม่ เราไม่ได้คิดหาวิธีการใดๆ มองแค่ว่า เดี๋ยวรู้เองว่าควรทำอย่างไร

เมื่อวันอาทิตย์ไปวัดช่องแสมสารกับแม่และน้องๆมา ได้พบรูปหล่อหลวงปู่ทวดพิมพ์เดียวและขนาดเดียวเท่ากับองค์ที่เราจะต้องนำไปคืนให้กับเจ้าของ ราคา ๑,๔๙๙ บาท

เห็นแว่บแรกจิตมันคิดเลย นี่ไงทุกอย่างสภาวะเขาจัดให้เอง เราแค่อยู่กับปัจจุบัน เจริญสติไป หากของนั้น เจ้าของต้องได้คืน ถึงแม้จะไม่ใช่ชิ้นเดิม ยังไงก็ต้องได้คืนวันยังค่ำ

ส่วนคนที่ให้เขาไปแล้ว และเขาบอกว่าจะคืนให้ เราให้อภัยกับเขา เพราะเขาคงอยากได้มันมาก เขาจึงไม่คืนให้ตามที่รับปากไว้ เราคงเคยทำให้คนอื่นๆเดือดร้อน สภาวะจึงมาสอนเราแบบนี้ จงอย่ายกของที่มีคนให้มา ให้ไปกับใคร

ตอนนี้เจอสภาวะปล่อยวางเองจากจิต เจอบ่อยมากขึ้น แต่ยังอธิบายตัวของสภาวะออกมาเป็นรูปธรรมยังไม่ได้

เมษายน 2011
พฤ อา
« มี.ค.   พ.ค. »
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: