คิดพิจรณา

สมาธิตอนนี้มีกำลังมากขึ้นเรื่อยๆ มีเกิดขึ้นเนืองๆ เกิดเรียกว่าทุกอิริยาบท ยิ่งทำงานมากเท่าไหร่ ไม่ว่าจะงานอะไรก็ตาม สมาธิยิ่งมากตาม

เช้าวันนี้ มีผู้มาสนทนาเรื่องเหตุและผล สมาธิเราเกิดอย่างต่อเนื่อง ยิ่งคุยยิ่งเกิด จิตจะสงบรู้อยู่ภายในตลอดเวลาระหว่างที่กำลังพูดคุยกัน

หลังจากคุยแล้ว เดินเข้าห้องน้ำ ฝ่าเท้าเสียววาบๆตลอด พอเข้าห้องน้ำ เราเอาเรื่องตู้เสื้อผ้าที่ไม่พอใส่ผ้าไปคิดพิจรณา จิตวิตกเรื่องนั้นขึ้นมา

มันเหมือนเรามองเห็นสภาพห้องที่บ้านขึ้นมาเป็นภาพ เปิดประตูตู้เสื้อผ้า ยืนมองผ้า

สติมา ปัญญาเกิด สมาธิอบรมจิต จิตเกิดปัญญา มองเห็นเลยว่าควรทำอย่างไร โดยที่ไม่ต้องไปซื้อตู้ใบใหม่

ห้องน้ำที่บ้าน ทำราวตากผ้าไว้เหนืออ่างอาบน้ำ เรามีม่านสำหรับใช้ในห้องน้ำ เราแค่เอาม่านนั้น มาทบสองชั้น นำกางเกงที่รีดแล้วไปแขวน กลิ่นอาหารก็จะเกาะตามเสื้อผ้าไม่ได้ เนื่องจากมีม่านคลุมอยู่

กางเกง เวลาเรารีดแล้ว เราจะแขวนตรงส่วนระหว่างเอวกับเป้า จะไม่พับครึ่งตัว ทำแบบนั้น กางเกงจะยับ ถ้าแขวนตรงช่วงเหนือเป้ากางเกงขึ้นมา ผ้าจะไม่ยับ ส่วนเสื้อ เมื่อมีที่กว้างขึ้น เสื้อที่รีดไว้ ก็จะไม่ยับ

การรีดผ้า ถ้ารีดทุกวัน จะเปลืองไฟ แต่ถ้ารีดผ้าไว้สำหรับทั้งอาทิตย์ จะช่วยเซฟค่าไฟ น้ำก็เช่นกัน เราจะซักผ้าอาทิตย์ละครั้ง ซักมันทั้งวัน ใช้เครื่องซักแค่น้ำแรก น้ำต่อมาใช้มือ จะช่วยประหยัดค่าน้ำ

มีนะ บางทีขี้เกียจ ใช้เครื่องอย่างเดียว ทั้งน้ำแรกและน้ำสอง แต่จะรองน้ำที่ซักครั้งที่สองเอาไว้ เก็บเอาไว้ถูบ้าน ซักผ้าขี้ริ้ว ซักถุงเท้า ไม่ได้ปล่อยน้ำทิ้งแบบใช้ทิ้งขว้างแต่อย่างใด

วิธีถูบ้าน

ที่ห้อง พื้นใช้ปูกระเบื้องสีขาว จะมองเห็นฝุ่นได้ชัดมากๆ ทำความสะอาดเท่าไหร่ ไม่รู้จักเกลี้ยงสักที พอทำบ่อยๆ ถูกบ้านบ่อยๆ จิตมันคิดพิจรณาหาวิธีการตลอดว่า ทำยังไงให้ห้องสะอาดและเกลี้ยงไม่มีเศษผมหรือเศษต่างๆบนพื้น

เพราะพอถูบ้านแล้ว พวกเศษๆเหล่านี้ จะถูไม่ติด ต้องคอยหยิบทิ้ง มันคิดตลอดเวลาที่ทำงานบ้าน

มาวันหนึ่ง ปัญญาเกิด ขณะที่เอาจิตจดจ่ออยู่กับงานบ้าน พร้อมๆกับคิดไปด้วย เราเอาน้ำมาครึ่งถัง ใส่น้ำยาล้างจานลงไป ๑/๒ หัวกด คนน้ำยาล้างจานให้ละลายกับน้ำ แล้วใช้ฟองน้ำที่ใช้สำหรับล้างจาน แต่นำมาถูพื้นแทน

เศษฝุ่นต่างๆ จะเช็ดได้ง่ายมากขึ้น เอาฟองน้ำลูบๆบรรดาเศษๆทั้งหลาย แล้วรวบลงใส่ถัง มันจะลงไปนอนตกตะกอนที่ก้นถัง แล้วคอยเปลี่ยนน้ำบ่อยๆ บ้านเลยสะอาด ไม่มีเศษๆอะไรติดพื้นอีก

การทำความสะอาดฟองน้ำก็ง่าย แค่กดน้ำยาล้างจานใส่ลงไป นำไปบีบๆล้างกับน้ำ บรรดาเศษๆทั้งหลายที่ติดฟองน้ำจะหลุดจนเกลี้ยง นำไปผึ่งลม แล้วเก็บไว้สำหรับถูพื้นในครั้งต่อๆไป

นี่แหละ ผลของการเจริญสติที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง เมื่อเราติดขัดในเรื่องใด ยกเรื่องนั้นมาคิดพิจรณา ปัญญามันจะบอกเองว่าควรทำอย่างไร ประหยัดทั้งน้ำ โดยเอาน้ำที่ซักน้ำดีของผ้าที่ซักมาถูพื้น แทนที่จะปล่อยทิ้งไปแบบไร้ประโยชน์

น้ำตั้ง ๖๐ ลิตร เยอะมากๆนะ ซักได้ทั้งถุงเท้า ทั้งผ้าขี้ริ้ว บ้านก็สะอาดมากขึ้น โดยไม่ต้องใช้น้ำแบบทิ้งๆขว้างๆ ทิ้งเงินที่ไม่ควรจะต้องเสีย แม้แต่ไฟฟ้าก็เช่นกัน ไม่ใช้แบบทิ้งขว้าง

นักพัฒนา

เมื่อก่อนไม่ค่อยเข้าใจนะ กับคำพูดที่ว่า นักปฏิบัติที่แท้จริง จะเป็นนักพัฒนา บ้านช่องจะสะอาด สถานที่อยู่จะเรียบร้อยน่ามอง น่าอยู่ เริ่มเข้าใจมากขึ้นเรื่อยๆ สภาวะมันจะเป็นแบบนั้นเอง โดยที่เราไม่ต้องไปคิดทำตัวให้ขยันอะไรเลย

เหตุเกิดจาก สติ สัมปชัญญะและสมาธิเขาทำงานร่วมกัน เวลาที่ลงมือทำอะไรก็ตาม จิตจะคิดพิจรณาตลอด เป็นนักพัฒนาจริงๆ บ้านตรงไหนชำรุดก็จะซ่อมแซม ไม่ปล่อยให้เกิดความเสียหายจนยากที่จะแก้

เมษายน 2011
พฤ อา
« มี.ค.   พ.ค. »
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: