สติ ,สัมปชัญญะและสมาธิ

อาการหยาบและละเอียดสงบ

เมื่อกายและจิตกระสับกระส่าย กายสังขารย่อมเป็นไปเกินประมาณ ( หยาบ )

เมื่อกายและจิตไม่กระสับกระส่าย กายสังขารย่อมเป็นไปละเอียด

ในปฏิสัมภิทามรรค

ภิกษุย่อมสำเหนียกว่า เราจักเป็นผู้ระงับกายสังขารหายใจออก หายใจเข้าอย่างไร? กายสังขารเป็นไฉน?

คือ ธรรมทั้งหลายซึ่งเป็นไปในกองลมหายใจออกและหายใจเข้ายาว อันนี้เป้นธรรมเกี่ยวเนื่องด้วยกาย ภิกษุทำกายสังขารเหล่านั้นให้ระงับ คือ ให้ดับ ให้เข้าไปสงบ ชื่อว่า สำเหนียกฯลฯ

สำเหนียกว่า เราจักระงับกายสังขาร ที่เป็นเหตุให้โยกโคลงโอนเอนส่ายสั่นหวั่นไหวไปมาเสีย

หายใจออก สำเหนียกว่า เราจักระงับกายสังขารอันสงบละเอียด ที่เป็นเหตุให้กายไม่โยกโคลง ไม่โอน ไม่เอน ไม่ส่ายสั่น ไม่หวั่น ไม่ไหว หายใจออก หายใจเข้า

นัยว่า ภิกษุเมื่อสำเหนียกดังกล่าวมานี้ ชื่อว่า ย่อมสำเหนียกว่า เราจักยังกายสังขารให้สงบหายใจออก ย่อมสำเหนียกว่า เราจักยังกายสังขารให้สงบหายใจเข้า

เมื่อเป็นดังนั้น การอบรมจิตเพื่อวาตุปลัทธิ ( การกำหนดลม ) ก็ดี เพื่อลมหายใจออก หายใจเข้าก็ดี เพื่ออานาปนสติก็ดี เพื่ออานาปนสติสมาธิก็ดี ย่อมไม่สำเร็จได้ และบัณฑิตทั้งหลายย่อมไม่ได้เข้าสมาบัติ ทั้งยังไม่ได้ออกสมาบัตินั้น

เหมือนอย่างไร?

เหมือนอย่างเมื่อกังสดาลถูกเคาะแล้ว เสียงหยาบย่อมเป็นไปครั้งแรกจิตก็เป็นไปได้ เพราะกำหนดนิมิต ( เครื่องหมาย ) แห่งเสียงได้ง่าย เพราะทำนิมิตแห่งเสียงหยาบไว้ในใจได้ง่าย เพราะทรงจำนิมิตแห่งเสียงหยาบได้ง่าย

แม้เมื่อเสียงหยาบดับแล้ว หลังนั้นถัดไปเสียงละเอียดก็ยังเป็นไปจิตก็เป็นได้ เพราะกำหนดนิมิตเสียงละเอียดไว้ในใจได้ดี เพราะยังทำนิมิตเสียงละเอียดได้ดี เพราะทรงจำนิมิตแห่งเสียงละเอียดได้ดี

แม้เมื่อเสียงละเอียดดับแล้ว หลังจากนั้นไป จิตก็ยังเป็นไปได้ แม้เพราะนิมิตแห่งเสียงละเอียดเป็นอารมณ์

แม้ฉันใด ลมหายใจออก ลมหายใจเข้าที่หยาบก็ฉันนั้นเหมือนกัน เพราะกำหนดนิมิตแห่งลมหายใจออก ลมหายใจเข้าที่หยาบได้ง่าย เพราะทำนิมิตแห่งลมหายใจเข้าที่หยาบไว้ในใจได้ง่าย

เพราะสังเกตุนิมิตแห่งลมหายใจออก หายใจเข้าที่หยาบได้ง่าย

เมื่อลมหายใจออก หายใจเข้าที่หยาบดับแล้ว หลังจากนั้น ลมหายใจออก ลมหายใจเข้าที่ละเอียดก็ยังเป็นอยู่ จิตก็ไม่ฟุ้งซ่าน เพราะกำหนดจับนิมิตได้ด้วยดี เพราะใส่ใจนิมิตได้ด้วยดี เพราะทรงจำนิมิตได้ด้วยดี

แม้เมื่อลมหายใจออก หายใจเข้าที่ละเอียดดับไปแล้ว หลังจากนั้นจิตก็ไม่ถึงความฟุ้งซ่าน แม้เพราะยังมีนิมิตแห่งลมหายใจออก หายใจเข้าที่ละเอียดเป็นอารมณ์

เมื่อเป็นดังนี้ การอบรมจิต เพื่อวาตุปลัทธิ เพื่อลมหายใจออกเข้าก็ดี เพื่ออานาปนสติก็ดี เพื่ออานาปนสติสมาธิก็ดี ย่อมสำเร็จได้ และสมาบัติผู้นั้น ผู้เป็นบัณฑิตย่อมเข้าบ้าง ย่อมออกบ้าง

ลมหายใจออก ลมหายใจเข้า จัดเป็นกาย

ความปรากฏ จัดเป็นสติ

ปัญญา ( สัมปชัญญะ ) เครื่องตามเห็น จัดเป็นญาณ

กายจัดเป็นเครื่องปรากฏ ไม่ใช่ตัวสติ

สติ เป็นตัวปรากฏ ทั้งเป็นตัวสติด้วย ( เครื่องระลึก )

พระโยคาวจรย่อมเห็นกายนั้นด้วยสตินั้น ด้วยญาณ ( สัมปชัญญะ+สมาธิ ) นั้น เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า การเจริญสติปัฏฐาน คือ ปัญญาเครื่องตามเห็นกายในกาย ซึ่งท่านกล่าวไว้ในอำนาจกายานุปัสสนา

โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

เมษายน 2011
พฤ อา
« มี.ค.   พ.ค. »
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: