ให้ค่าก็ยอมรับว่าให้ค่า

ทบทวนสภาวะที่ผ่านๆมา เรานี่ฟาดฟัดกับกิเลสของตัวเองมาตลอด เป็นเหตุให้เริ่มอยู่กับปัจจุบันได้ทันมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกวันนี้ยังมีนะให้ค่า แต่ไม่ได้ทำให้ทั้งภายนอกและภายในเดือดร้อน สภาวะนั้นคือ

หลายวันมานี่ เราเกิดสภาวะเบื่อ เบื่อมากๆ ไม่ใช่เบื่อคน แต่จิตมันคิดพิจรณาแต่เรื่องของการเกิด เกิดคือโง่ เป็นเหตุให้เกิดความเบื่อหน่ายมากๆ ทั้งๆที่สุขสบายดี ก็ยังเบื่อ

ปฏิบัติก็ปล่อยไปตามความเป็นจริง มันเบื่อมากๆ ก็ยอมรับว่าเบื่อไป ดีที่ว่ายังมีที่ให้จิตได้พัก คือ พักในสมาธิ วันนี้ก็พักไปอีกครึ่งวัน ออกมาจากสมาธิแล้วก็ยังรู้สึกเบื่อมากๆ เหมือนคนขี้เกียจ มันไม่เอาอะไรเลย แต่ก็ยังคงทำเหมือนเดิม

เบื่อให้รู้ว่าเบื่อ ไม่หาทางแก้ไข แต่ทำเท่าที่ทำได้ ยังดีกว่าคนที่ไม่ได้ทำ ทำมาก ทำน้อย ทำไปเรื่อยๆ ไม่คาดหวัง แค่ให้จิตเขาซึมซับความรู้สึกว่าต้องทำต่อเนื่องเอาไว้แค่นั้น

ฉะนั้น ถึงแม้จะเกิดสภาวะเบื่อมากมายขนาดไหน มันรู้สึกนะ แต่ก็ยังคงทำ มันไม่มีผลต่อการปฏิบัติ แม้จะเอาจิตพักในสมาธิ ถือว่ายังได้ทำ มันไม่เที่ยงอยู่แล้วเรื่องของสภาวะ ไม่ว่าจะสภาวะไหนๆก็ไม่เที่ยง ที่ยังมีดีหรือไม่ดี เพราะยังให้ค่าอยู่

เราเลิกทุกข์กับสภาวะมานานเท่าไหร่แล้วก็ไม่ได้จำนะ รู้แต่ว่าทำแบบสบายๆ ไปแบบเรื่อยๆ กระเทาะเอากิเลสออกไปเรื่อยๆ ค่อยๆขัดเกลาจิตไปเรื่อยๆ ไม่เร่ง ไม่รีบ พักก็เหมือนไม่ได้พัก ไปได้เรื่อยๆ ไม่ทุกข์ร้อนอะไร

มองคน

เวลามองคนที่ยังหลงเล่นกับเงาของกิเลสในจิตที่มีอยู่ของตัวเอง เขาไม่ได้แตกต่างจากเราเลย อยากจะบอกกับเขาเหล่านั้นว่า หยุดเล่นเถอะ จงเป็นตัวของตัวเอง อย่าไปเล่นหลายชื่อ หลายบุคคลิกทำเป็นคนละคนแบบนั้นเลย มันมีแต่เหตุไม่รู้จบ เป็นเหตุให้กิเลสมากกว่าเดิม

แต่เขาเหล่านั้นคงไม่ฟังเราหรอก เราน่ะเคยทำมาหมดแล้วแบบนั้นน่ะ ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้ลงไปเล่นมากแบบเขาเหล่านั้นก็ตาม มันสนุก ได้พูดในสิ่งที่อยากพูดในสิ่งที่คิดว่าตัวเองรู้ แต่มันคือกิเลส แต่ตอนนั้นไม่รู้จักเรื่องราวของกิเลส พอเลิกเล่น มาเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น ทำให้รู้จักกิเลสโดยสภาวะเอง

พอรู้จักกิเลส เลิกเล่นหลายยูสเซอร์อย่างเด็ดขาด ไม่เล่นอีกเลย จะพูดคุยอะไร ว่าไปตามความเป็นจริงในสิ่งที่เราคิดว่าเรารู้ ไม่ใช่เรื่องน่าอายหรือเสียหายอะไร ไม่มีใครหรอกที่จะไม่ผิดพลาด หรือรู้น้อยกว่าคนอื่นๆ

เมื่อมาเจอคนเล่นหลายยูสเซอร์ ใช้หลายๆชื่อในบอร์ดหลายๆบอร์ด ทั้งๆที่เป็นคนๆเดียวกัน ทำตัวเป็นหญิงบ้าง ชายบ้าง พระบ้าง เรียกว่าเล่นหลายรูปแบบ คุยกับตัวเองก็มี ทะเลาะกับตัวเองก็มี เข้าไปด่าว่าตัวเองก็มี เข้าไปให้การอนุโมทนาตัวเองก็มีฯลฯ ทั้งๆที่เป็นคนๆเดียวกัน ต่างแค่ชื่อที่ใช้เท่านั้นเอง

พอใครไม่เห็นด้วยกับข้อคิดเห็นของตัวเอง เอาชื่ออื่นๆที่ตัวเองใช้อยู่ เข้าไปรุมอีกฝ่าย เรามองแล้ว ใหม่ๆโกรธนะ แต่เดี๋ยวนี้ไม่ มองแล้วแค่มอง เพราะเข้าใจ เข้าใจในกิเลสของคน เขาเราล้วนไม่แตกต่างกันเลย เรา เขา ล้วนแตกต่างกันที่เหตุทำมาเท่านั้นเอง ผลเลยให้ได้รับเป็นเช่นนั้น

จะรู้กันบ้างไหมนะว่า ถ้าหยุดเล่นกับเงาของจิตหรือเงาของกิเลสที่มีอยู่ในจิตของตัวเองได้

หยุดเล่นในการใช้หลายๆชื่อ แล้วทำตามความเป็นจริง ตัวเองเป็นยังไง ว่าไปตามนั้น ใช้ชื่อเดียว จะเป็นเหตุให้ เห็นตามความเป็นจริงมากขึ้น

อยากบอกนะ แต่ก็รู้ดีว่า เขาเหล่านั้นคงไม่ฟังเราหรอก ต้องให้เขาเจอสภาวะหรือเหตุที่ทำให้เขาเลิกใช้หลายๆชื่อเอง เรียกว่า เลิกเล่นไปเองโดยสภาวะของตัวเขาเอง เป็นไปตามเหตุปัจจัยที่เขาทำมา คงไปบอกอะไรกับใครไม่ได้

คนที่เราบอกแล้ว เขาเชื่อเรา นั่นคือ เขาเคยสร้างเหตุกับเรามา เขาจึงมาเชื่อเรา คนที่ไม่เคยสร้างเหตุมากับเราในด้านนี้ บอกไปเขาไม่เชื่อเราหรอก ดีไม่ดี กลายเป็นเหตุใหม่ให้กับเราอีก เราจึงได้แต่มอง เพราะนั่นคือ เหตุของเขา

ให้ค่าก็ยอมรับว่าให้ค่า

เมื่อยังมีการให้ค่า ยอมรับไปตามนั้น ยังมีกิเลสนี่นะ เรื่องปกติ เพียงยอมรับตามความเป็นจริงไปเท่านั้นเอง ให้ค่าคือให้ค่า แต่ไม่ไปยึดติดในการให้ค่าที่ยังมีอยู่ จนกระทั่งก่อให้เกิดการกระทำ แค่รู้ว่าให้ค่าเท่านั้นเอง

ให้ค่ากับตัวเองไม่ได้เสียหายอะไร ดีซะอีก เท่ากับไม่โกหกตัวเอง โกหกภายนอกหรือคนอื่นๆ ไม่ร้ายแรงเท่ากับโกหกภายใน คือ โกหกตัวเอง นี่ร้ายแรงยิ่งนัก เพราะเป็นเหตุให้ ยากที่จะเห็นตามความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในจิตได้

ภายในยังมองไม่เห็น ภายนอกยิ่งไม่ต้องไปหวังอะไรเลย เป็นคนสิ้นหวังไปทันที แต่ไม่รู้ว่าสิ้นหวัง เพราะยังมองไม่เห็นสภาวะภายในที่แท้จริง เป็นเหตุให้ หลงกระทำหรือสร้างเหตุใหม่ที่เป็นเหตุให้ก่อภพก่อชาติไปเรื่อยๆด้วยความไม่รู้

โฆษณา

เมษายน 2011
พฤ อา
« มี.ค.   พ.ค. »
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: