ครั้งนี้ยาว

สภาวะเบื่อที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ยาวนานกว่าทุกๆครั้ง เราได้แต่เฝ้าดู ไม่หาเหตุว่าทำไม ไม่ให้ค่าว่าคืออะไร รู้แค่ว่า ” เบื่อ ”

ถึงแม้จะเบื่อแสนเบื่อขนาดไหนๆก็ตาม เรายังคงปฏิบัติต่อเนื่อง ไม่เคยหยุดสักวันเดียว ทำมาก ทำน้อย ตามแต่โอกาสจะอำนวย แต่ทำทุกวัน เพราะรู้ดีว่า ทุกๆสภาวะล้วนมาสอนเรื่องความไม่เที่ยง

มาสอนให้ ดูตามความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในจิต ส่วนในกายนั้น เราได้คำตอบแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นในกายทั้งหมด ล้วนเกิดจากอุปทานที่ให้ค่าตามสิ่งที่เกิดขึ้น เช่น

ความร้อน ความเย็น ปวดเมื่อย ชา ฯลฯ สารพัดที่เกิดขึ้นกับกาย ล้วนเกิดจากอุปทานทั้งสิ้น เป็นการทำงานของขันธ์ ๕ เป็นเรื่องของจิต ที่ยังมีการยึดในกายหยาบที่ยังมีอยู่

ส่วนเรื่องโรคภัยไข้เจ็บต่างๆที่เกิดขึ้นกับกายนั้น ล้วนเกิดจากเหตุที่เราได้ทำหรือได้สร้างขึ้นมาเองทั้งสิ้น ทั้งการกระทำในอดีตและปัจจุบัน ล้วนส่งผลให้เป็นโรคนั้น โรคนี้ เขาถึงเรียกว่า ” โรคกรรม ”

วันนี้สภาวะเบื่อเริ่มคลายตัวลง

เริ่มสังเกตุเห็นได้อย่างหนึ่งคือ ช่วงที่เกิดสภาวะเบื่อ จิตจะไม่ยอมคิดพิจรณาอะไรเลย เราลองใช้ความคิด มันมีแต่ควาว่าง มันไม่ยอมคิด มีแต่ความเบื่อมากกว่าสภาวะอื่นๆ เราต้องอาศัยเอาจิตเข้าพักในสมาธิเนืองๆ

พอพักในสมาธิมาก มีสิ่งที่มองเห็นได้ชัดคือ ความขี้เกียจ เห็นชัดมากๆ มันไม่มีความพอดีเลยสักอย่างเดียว สมาธิมากไปก็ทำให้ขี้เกียจ

ก็ดูความรู้สึกที่เกิดขึ้น เพราะรู้ว่า เดี่ยวก็หายเองน่ะแหละ ย่ำมาจนชินแล้วสภาวะต่างๆเหล่านี้ แต่ครั้งนี้เกิดนานกว่าทุกครั้ง

โฆษณา

ทานบริสุทธิ์

ทานที่บริสุทธิ์ เป็นการทำทานที่เกิดจากการกระทำที่บริสุทธิ์

โดยสภาวะ คือ เกิดจากจิตที่ปราศจากโลภะ โทสะ โมหะ กิเลสตัณหาความทะยานอยากแต่อย่างใด เป็นจิตที่มุ่งพระนิพพาน คือ ความดับทุกข์ทั้งปวง

ทานนี้ชื่อว่า ทานบริสุทธิ์ ผลที่ได้รับ คือ ความบริสุทธิ์

โดยสภาวะ คือ ความดับ ที่เป็นผลของเหตุที่ไม่มีการกระทำให้เกิดการเกิดอีกต่อไป

ส่วนทาน ที่ตั้งใจทำโดยจิตที่ยังมีกิเลสเจือปนด้วยอามิสบูชาอยู่ เช่น ทำโดยหวังผลของลาภ ยศ สรรเสริญ ความสุขต่างๆทางกามภพ หรือ มุ่งหวังสิ่งตอบแทนที่ล้วนแต่เป็นเหตุก่อให้เกิด

ซึ่งเป็นการสร้างภพชาติใหม่ให้เกิดขึ้นเนืองๆ ทานนั้น ชื่อว่า ทานไม่บริสุทธิ์ เพราะเจือไปด้วยกิเลส ตัณหา ราคะ ความทะยานอยากต่างๆ

แต่ขึ้นชื่อว่าการให้ทานหรือทำทาน ย่อมสำเร็จโดยขณะที่จิตตั้งมั่นในการทำทานในขณะนั้นๆ

ทุกสรรพสิ่ง ไม่ว่าจะทำทานด้วยเหตุใดๆก็ตาม ล้วนเกิดจากการตั้งจิตของผู้นั้นทั้งสิ้น

การให้ทาน ไม่ว่าจะด้วยเหตุใดๆก็ตาม ล้วนขึ้นชื่อว่า ดีทั้งนั้น เพราะเป็นเหตุให้ ผู้ให้ทานลดความตระหนี่ถี่เหนียวในจิตลงไปได้ในระดับหนึ่ง

ส่วนผลที่ได้รับ ย่อมได้รับตามสภาวะที่แท้จริง เป็นไปตามจิตที่ทำณขณะนั้นๆ

ไม่ใช่ตามความคาดเดาหรือตามความคิดที่เกิดขึ้นในการให้ค่ากับการทำทานนั้นๆแต่อย่างใด

เมษายน 2011
พฤ อา
« มี.ค.   พ.ค. »
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: