กว่าจะรู้ชัด

สภาวะแต่ละสภาวะ กว่าจะรู้ชัดในสภาวะนั้นๆได้ ถ้าไม่ได้กลับไปอ่านเจอสภาวะที่เขียนๆบันทึกเอาไว้ คงจะจำอะไรไม่ได้จริงๆ เช่น

เรื่องสภาวะความว่าง

ที่เขียนบันทึกไว้วันที่ ๒ มีค.๒๐๐๙ ความว่า

เมื่อวานไม่แน่ใจว่า ความรู้สึกนี้มันคืออะไร เพราะมันนานมาแล้ว จากที่เคยเกิดลักษณะในจิตมาแล้วครั้งหนึ่งในขณะที่เดินจงกรม ….

มันเป็นความว่างเปล่า … ไม่มีทั้ง คำว่า มี หรือ ไม่มี ไม่มีทั้ง คน สัตว์ … มันเป็นความว่าง … จะว่าเฉย ก็ไม่ใช่ ถ้าเฉยนี่จะรู้ว่านี่คือ เฉยนะ ….

เริ่มนับถอยหลังเวลาที่เหลือแล้วใช่ไหม … นี่หรือเปล่า ที่ครูบาฯท่านกล่าวไว้ว่า … เริ่มสัมผัสในดวงจิตแล้ว .. ความว่าง … ไม่มีการให้ค่าให้ความหมายใดๆทั้งสิ้น … ทั้งๆที่เมื่อวานนี้ กำลังเกิดความคิดอยู่นะ … จู่ๆ มันก็ตัดขาดความคิดนั้นทันที กลายเป็นความว่างไปทันที …

การจดบันทึกทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในจิตนี่ดีนะ สามารถเก็บรายละเอียดได้หมด … ทำให้เห็นช่องว่างเล็กๆน้อยๆ จุดเล็กๆน้อยๆ .. ที่เราอาจจะมองข้ามไป เรื่องนี้ก็เหมือนกัน เกิดขึ้นเมื่อ ขณะ ที่เรากำลังบันทึกความคิดที่เกิดขึ้น ขณะนั้นอยู่ ..

…………………………………………………………………..

เพิ่งจะมารู้ชัดในคำตอบก็เมื่อวันที่ ๒๒ เมย.๒๔ เรื่องที่เขียนไว้คือ รู้ชัดในความว่าง ใจความมีดังนี้

สภาวะของความว่างที่ปรากฏ ว่าง แต่มีความไม่รู้อยู่ ไม่รู้ว่า ว่างแต่ไม่ว่าง

แค่ว่างสงบจากกิเลสชั่วคราว แต่เพราะความไม่รู้ความชัดเจนของสภาวะที่แท้จริง จึงหลงยึดติดในความว่างที่ปรากฏอยู่

สภาวะของความว่างที่ปรากฏ เหตุเกิดจาก จิตเสพสมาธิ แล้วตัวสติ ยังด้อยกว่าสมาธิที่เกิดขึ้น ณ ขณะนั้นๆ เมื่อสติยังอ่อนกำลังอยู่ ตัวสัมปชัญญะ ย่อมอ่อนกำลังลงตามกำลังของสติที่เกิดอยู่ขณะนั้น

สภาวะที่เห็นคือ กายไม่ใช่กาย แต่เป็นความว่างของกายที่เรียกว่ากายปรากฏขึ้นมาแทน จะกำหนดรู้อะไรก็ไม่ได้ เพราะมีแต่ความว่างปรากฏอยู่ ต้องอาศัยการทำความเพียรอย่างต่อเนื่อง คือ เจริญสติ ทำให้ต่อเนื่อง

เมื่อกำลังของสติมีกำลังมากขึ้น สัมปชัญญะ ย่อมมีกำลังมากขึ้นตามสติ

สภาวะที่เกิดขึ้นคือ รู้ชัดในความว่าง และรู้ในกายที่ไม่ใช่กายไปพร้อมๆกัน

สภาวะรู้ชัดในความว่าง คือ รู้ว่าปราศจากกาย

กายนัันว่าง ไม่มีอะไรที่เรีกว่ากาย แต่จะรู้กายในกาย คือ รู้ที่ลิ้นปี่ รู้แบบละเอียด

ไม่ใช่รู้แบบหยาบๆ ที่ไปเห็นการเคลื่อนไหวตามลมหายใจตรงๆแบบที่ยังมีกายปรากฏอยู่

รู้กายในกายนี้ เป็นการรู้สภาวะกายในกายที่ละเอียดมากขึ้น คือ รู้ในความว่างที่ปรากฏขึ้น ความว่างซ้อนความว่าง รู้ที่ลิ้นปี่ แต่ไม่มีตัวที่เรียกว่าลิ้นปี่ปรากฏ เป็นลิ้นปี่ สักแต่ว่าลิ้นปี่ แล้วรู้ไปตามนั้น

สภาวะนี้ ต้องมีกำลังของสติ สัมปชัญญะมากพอ จึงจะเห็นและรู้ชัดในความว่างนั้นๆได้

ความว่างในสภาวะของกายละเอียด กายที่ไม่ใช่กาย เพราะไม่มีกายหยาบปรากฏให้เห็น

………………………………………………..

อ่านทั้งสองบทความจะเห็นการเกิดของความว่างที่ดุจะแตกต่าง เกิดขณะเดินจงกรม กับ เกิดขณะนั่ง แต่ทั้งสองสภาวะเป็นคำตอบเดียวกัน คือ

สภาวะของความว่างที่ปรากฏ ว่าง แต่มีความไม่รู้อยู่ ไม่รู้ว่า ว่างแต่ไม่ว่าง

แค่ว่างสงบจากกิเลสชั่วคราว แต่เพราะความไม่รู้ความชัดเจนของสภาวะที่แท้จริง จึงหลงยึดติดในความว่างที่ปรากฏอยู่

สภาวะของความว่างที่ปรากฏ เหตุเกิดจาก จิตเสพสมาธิ แล้วตัวสติ ยังด้อยกว่าสมาธิที่เกิดขึ้น ณ ขณะนั้นๆ เมื่อสติยังอ่อนกำลังอยู่ ตัวสัมปชัญญะ ย่อมอ่อนกำลังลงตามกำลังของสติที่เกิดอยู่ขณะนั้น

โฆษณา

พฤษภาคม 2011
พฤ อา
« เม.ย.   มิ.ย. »
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: