ลักษณะของจิตที่เกิดปัญญา

จิตจะมีสภาวะแจ่มใส เบิกบาน รู้ชัดในความคิดที่เกิดขึ้น ความคิดที่เกิดขึ้นจะมีแต่เรื่องราวของสภาวะ ซึ่งแล้วแต่ว่าจิตจะคิดพิจรณาเรื่องใดเรื่องหนึ่งขึ้นมา เกิดเอง เป็นเอง โดยที่จะไปคาดเดาไม่ได้

ลักษณะของผู้ที่รู้เห็นตามความเป็นจริงในระดับหนึ่ง

จะมีลักษณะที่เห็นได้เด่นชัดมากๆ คือ ไม่มากล่าวว่าตัวเองได้อะไร เป็นอะไร เพราะสิ่งที่กล่าวออกมานั้น ล้วนเป็นกิเลสตัณหาความทะยานอยาก ที่อยากมี อยากได้ อยากเป็นที่เกิดขึ้นอยู่ในใจ

สภาวะกิเลสตัวนี้จะมีสภาวะที่ละเอียดมากๆ หากกำลังของสติ สัมปชัญญะและสมาธิไม่มากพอ ยากที่จะมองเห็นหรือรู้ชัดในสภาวะกิเลสตัวนี้ได้

ต้องอาศัยการเจริญสติในการขัดเกลากิเลสอย่างต่อเนื่อง จึงจะรู้ชัดในสภาวะเหล่านั้นได้ หมั่นเพ่งโทษตัวเอง คอยจับจ้องกิเลสที่เกิดขึ้นในจิต

จะรู้เห็นแบบนี้ได้ ต้องมีกำลังของ สติ สัมปชัญญะและสมาธิที่แนบแน่นมากพอ

ผู้ที่รู้แล้วเห็นแล้วในระดับหนึ่ง จะมุ่งแต่พระนิพพาน คือ ความดับ

ไม่มีเหตุ ไม่มีผล ไม่มีการสร้างเหตุแห่งการเกิดอีกต่อไป จึงมีแต่ความดับเพียงฝ่ายเดียว

จะดับเหตุทั้งปวงได้ ต้องดับที่ตัวเอง ต้องเรียนรู้ในตัวเองให้แจ่มแจ้ง ไม่ใช่ไปดับนอกตัว

หากยังมีการให้ค่าว่าดีหรือไม่ดี ล้วนเป็นเหตุสร้างการเกิดขึ้นมาใหม่ทั้งสิ้น เมื่อมีเกิด ต้องมีเหตุ เมื่อมีเหตุ ย่อมมีผล แล้วจะดับได้อย่างไร ในเมื่อยังสร้างเหตุของการเกิดอยู่

โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

พฤษภาคม 2011
พฤ อา
« เม.ย.   มิ.ย. »
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: