นิพพาน-ผล

การเห็นอริยสัจ ๔ ( สัจจานุโลมิกญาณ ) เป็นเพียงแค่มรรค ยังไม่ใช่ผล จะเกิดปัจจเวกขณญาณ ทบทวนสภาวะกิเลสที่เหลืออยู่ และที่สำคัญที่สุด ต้องแจ้งสภาวะของนิพพาน โดยตัวสภาวะจริงๆ จึงจะเรียกว่า ผล

จึงเป็นที่มาของคำว่า โสดาปัตติมรรค โสดาปัตติผล

การเห็นอริยสัจจ์ในครั้งแรก ไม่ว่าจะเห็นโดยสุตตะ จินตะ หรือาภาวนา ( ญาณ ๑๖ ตั้งแต่อุทยัพพยญาณเป็นต้นไป )

ผู้ที่เห็นอริสัจจ์ครั้งแรก จะมีสภาวะเหมือนๆกันหมด คือ เจอตัวโมหะ แต่ไม่รู้ว่าเจอ หลงกิเลสแต่ไม่รู้ว่าหลง หลงว่าได้อะไร เป็นอะไร เพราะความหลงที่ยังมีอยู่ จึงกลายเป็นการสร้างเหตุไปไปด้วยความไม่รู้

เพราะความหลง จึงเป็นที่มาของโสดาบัน ๓ ประเภท อุลลปนาธิปายโสดาบัน ๑ อธิมานิกโสดา ๑ อริยโสดาบัน ๑

สภาวะของผู้ที่เห็นอริยสัจจ์

จะมีสภาวะมุ่งดับที่เหตุหรือกิเลสของตน คือ มีนิพพานเป็นอารมณ์ แต่ถ้าไม่รู้ปริยัติ จะไม่รู้เลยว่า สิ่งที่ตนมุ่งทำอยู่นั้น เรียกว่ามีนิพพานเป็นอารมณ์

แม้กระทั่ง ผู้ที่รู้ปริยัติ ก็ไม่แน่ว่าจะรู้จักสภาวะของการมีนิพพานเป็นอารมณ์หรือเปล่า

ในแนวทางปฏิบัติ

ผู้ที่เกิดปัจจเวกขณญาณ สภาวะจะไม่มีตกต่ำไปกว่าอุทยัพพยญาณ จะมีสภาวะเป็นปรมัตถ์ตลอดไป เรียกว่า จิตเป็นสมาธิเนืองๆ รู้ชัดอยู่ในกายและจิตได้ดีทุกอิริยาบท ผ่านญาณแต่ละญาณจะเห็นแต่ไตรลักษณ์

เห็นความเบื่อหน่ายในธาตุขันธ์ เห็นโทษของการเกิด เห็นการเกิดคือความโง่ ความประมาทที่มีอยู่ ทำให้การเกิดเป็นของที่น่ากลัว การกระทำจึงมุ่งดับเหตุที่ตนเอง เลิกเพ่งโทษผู้อื่น

ส่วนจะเกิดปัจจเวกนานขนาดไหนนั้น ขึ้นอยู่กับเหตุที่ทำมา เห็นแต่ไตรลักษณ์ตลอด จนจิตเกิดการปล่อยวางโดยไม่ต้องคิดปล่อยวาง อะไรกระทบมาก็แค่ดู แค่รู้

เมื่อจิตวางอุเบกขาลงไปได้ เรียกว่าไม่มีกิเลสเข้ามาแทรก จะเห็นตามความเป็นจริงของสภาวะที่ติดข้องอยู่ หลงกิเลสในบัญญัติ เมื่อเห็นกิเลสตัวนี้ได้ จิตจะปล่อยวางในสิ่งที่คิดว่าได้อะไร เป็นอะไร จิตกลับมาเป็นปกติแค่ดู แค่รู้อยู่อย่างนั้น

แล้วพอแจ้งในสภาวะของนิพพาน ทุกๆสภาวะที่ค้างคาใจ หรือมีคำถามที่คิดไว้อยู่ในใจ จะได้รับคำตอบทุกๆคำตอบ เรียกว่า ปิดข้อโต้แย้งได้หมดโดยตัวของสภาวะเอง

สภาวะแรกของการเห็นแจ้งในพระนิพพาน

เมื่อแจ้งในพระนิพพาน สภาวะแรกที่เจอคือ จิตเบิกบาน โล่ง เบาสบาย มีตัวรู้หรือตัวปัญญาเกิดขึ้นมากมาย ไหลออกมาดั่งสายน้ำ พุ่งออกมาพรวดๆๆๆๆ ครั้งนี้ไม่ต้องจดบันทึกแต่อย่างใด เพราะเป็นการทบทวนสภาวะทั้งหมดให้รู้ละเอียดมากขึ้น

ไม่ว่าจะยืน เดิน นั่ง นอน หรืออิริยาบทย่อยอื่นๆ จิตเป็นสมาธิได้ตลอด รู้ชัดในกายได้ดี เห็นจิตได้ชัดแจ่มแจ้งกว่าเมื่อก่อน กิเลสนี่ชัดแจ๋วกว่าเมื่อก่อน เห็นได้ชัด ย่อมดับได้ไว

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

พฤษภาคม 2011
พฤ อา
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: