ปฏิบัติแบบไหนถึงจะถูก

การปฏิบัติไม่มีคำว่าถูกหรือผิด มีแต่ถูกใจกับไม่ถูกใจในความคิดของแต่ละคน จึงเป็นเหตุของคำว่าปฏิบัติแบบนี้ถูก ปฏิบัติแบบนี้ผิด

การปฏิบัติไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด การเริ่มต้นทำตามความถนัดไปก่อน ถนัดแบบไหนให้ทำแบบนั้น หากไม่เคยมีพื้นฐานด้านการปฏิบัติมาก่อน

เริ่มต้นแบบง่ายๆ เอาจิตจดจ่อดูลมหายใจเข้า   ลมหายใจออก ดูแบบปกติ ไม่ต้องไปเพ่งเพื่อให้รู้ชัดแต่อย่างใด ใหม่ๆอาจจะมีการเพ่งอยู่บ้าง ไม่เป็นไร อาจจะมีอาการตึงๆตามใบหน้า

หาที่นั่งที่นั่ง นั่งได้ตามสะดวก จะนั่งขัดสมาธิหรือนั่งบนเก้าอี้หรือนั่งที่กลางแจ้ง นั่งตรงไหนก็ใช้ได้ นั่งแบบไหนก็ใช้ได้  แรกๆหาที่เงียบๆก่อน เพราะเพิ่งเริ่มต้นฝึกจิต ต้องหาที่สงบเงียบก่อน

นั่งตามถนัดแล้ว หายใจเข้าออกยาวๆสักสองสามครั้ง แล้วเอาจิตจดจ่อรู้ลมหายใจไปสักพัก กี่นาทีก็ได้ จะใช้คำบริกรรมภาวนาหรือใช้การนับตัวเลขกำกับตามลมหายใจเข้า-ออกก็ได้

เราปฏิบัติเพื่อสร้างตัวสติให้มีกำลังแข็งแรง จุดประสงค์คือ ต้องการสร้างตัวสัมปชัญญะให้เกิดขึ้น หากสติไม่แข็งแรงพอ สัมปชัญญะย่อมเกิดขึ้นได้ยาก เมื่อสติแข็งแรง สัมปชัญญะย่อมเกิด

เราปฏิบัติเพื่อสิ่งนี้  เพื่อสร้างสติที่มีอยู่ ทำให้เป็นสัมมาสติ คือ มีทั้ง สติและสัมปชัญญะเกิดขึ้น

การปฏิบัติหรือการใช้ชีวิตทั้งทางโลกและทางธรรม สติ สัมปชัญญะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด สร้างเหตุตรงนี้ให้เกิดขึ้นให้ได้ก่อน ปรับพื้นฐานของจิตตรงนี้ให้แข็งแรงก่อน เรื่องอื่นๆยังไม่ต้องไปนึกถึง สงสัยให้รู้ว่าสงสัย เป็นเรื่องปกติที่จะสงสัย

โฆษณา

3 ความเห็น (+add yours?)

  1. walailoo
    พ.ค. 20, 2013 @ 03:51:13

    เรียก พี่น้ำ ดีกว่าค่ะ

    ส่วนคำถาม ที่ถามมา ขอให้กลับไปอ่านในบล็อกค่ะ มีเขียนไว้หมดแล้ว อ่านไปเรื่อยๆนะคะ แล้วจะเห็นรายละเอียด ที่เกิดขึ้นแต่ละขณะ

    เมลล์ ลงให้แล้วนะคะ คลิกที่รูปค่ะ จะมีข้อมูลโชว์ขึ้นมา

    ส่วนเบอร์โทร ส่งเมล์มาค่ะ แล้วจะส่งเบอร์โทรไปให้

    ตอบกลับ

  2. walailoo
    พ.ค. 15, 2013 @ 00:34:55

    สวัสดีค่ะ

    การปฏิบัติ ของแต่ละคนแตกต่างกันไปตามเหตุปัจจัยที่กระทำมาและที่กำลังสร้างให้เกิดขึ้นใหม่

    บางคนอาจใช้ปัญญา ตามสัญญาที่มีอยู่ แต่บางคนไม่ได้ใช้ปัญญา แต่อาศัยการทำความเพียรต่อเนื่องค่ะ

    การทำความเพียร ต้องหมั่นสังเกตุตัวเอง ทำแบบไหนแล้วจิตตั้งมั่นได้ง่าย ไม่จำเป็นต้องมีรูปแบบเฉพาะเเจาะจง

    เช่น เวลาทำงาน เมื่อรู้สึกเหนื่อย ก็นั่งพัก ปล่อยตัวตามสบาย หลับตาลง จิตสามารถเป็นสมาธิได้ทันที

    หรือ เดินไปเรื่อยๆ สักพัก รู้สึกเมื่อย หาที่นั่ง นั่งบนเก้าอี้หรือบนพื้นก็ได้ นั่งแบบสบายๆ ไม่จำเป็นต้องนำมือมาประสานกัน จะปล่อยแขนแบบสบายๆก็ได้ หลับตาลง จิตเป็นสมาธิได้ทันที

    หรือหาวัดที่คนไม่มาก หาสัปปายะที่เหมาะกับตัวเอง ถ้าชอบความเย็น ให้หาสถานที่ ที่ติดแอร์ ถ้ารู้ชัดในสัปปายะของตนเอง จิตย่อมเป็นสมาธิได้ง่ายค่ะ

    การนั่งสมาธิ ไม่จำเป็นต้องนั่งเฉพาะท่าขัดสมาธิ สามารถนั่งบนเก้าอี้ บนโซฟา นอนบนเตียง ไม่ว่าจะแบบไหน ใช้ได้หมด หากทำแล้ว ถูกจริตตัวเองค่ะ

    ทุกๆคน ล้วนมีสมาธิมาตั้งแต่เกิด เพียงแต่ ใครจะสามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด(ไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิด ในวัฏฏสงสารอีกต่อไป)

    ส่วนเรื่องการสอนโดยตรง ไม่มีอะไรจะสอนจริงๆค่ะ เพราะชีวิตของแต่ละคน เหตุที่เกิดในชีวิต ให้ผลเหมือนๆกัน คือ สุขและทุกข์ เพียงแต่รูปแบบที่เกิดขึ้น แตกต่างกันไปตามเหตุปัจจัยของคนๆนั้น ผลที่ได้รับ เหมือนๆกัน

    หลักการปฏิบัติมีคือ

    ๑. หยุดสร้างเหตุนอกตัว ตามความรู้สึกนึกคิดที่เกิดขึ้น

    ๒. ทำความเพียรต่อเนื่อง

    ถ้าทำได้ทั้งสองอย่าง สภาวะจะนำทางให้เองค่ะ

    ตอบกลับ

ส่งความเห็นที่ walailoo ยกเลิกการตอบ

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

พฤษภาคม 2011
พฤ อา
« เม.ย.   มิ.ย. »
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: