ทำไมพระพุทธเจ้าทรงนอนตะแคงขวา

ความรู้สึกตัวทั่วพร้อมมีหลายระดับ เมื่อปฏิบัติถึงจุดๆหนึ่ง สมาธิจะเกิดเนืองๆทั้งยามตื่นและยามหลับ ขณะที่หลับจะรู้ชัดในกายได้ตลอด

ถ้านอนตะแคงซ้าย จะได้ยินเสียงของหัวใจเต้นดังมากๆ เหมือนเอาหูไปแนบฟังที่ตรงหัวใจ แม้เปลี่ยนอิริยาบทเป็นนอนหงาย ก็ยังคงได้ยินเสียงหัวใจเต้นดังอย่างชัดเจน

เมื่อเปลี่ยนอิริยาบทเป็นนอนตะแคงขวา เสียงการเต้นของหัวใจจะดังเบาที่สุด เหตุนี้พระพุทธเจ้าจึงทรงนอนตะแคงขวา

ระดับของสมาธิมีหลายระดับ สภาวะความรู้สึกตัวทั่วพร้อมจึงมีหลายสภาวะ

๑. สภาวะเมื่อจิตเป็นสมาธิ ลมหายใจละเอียดจนมีความรู้สึกลมหายใจไม่มี ไม่สามารถจับลมหายใจหรือรู้ที่ลมหายใจได้

๒. สภาวะต่อมา จะมารู้ที่กายส่วนอื่นๆแทน เช่น ท้องพองยุบ เป็นวาโยโผฏฐัพพะ เหตุของลมหายใจเข้าและออก

๓. สภาวะต่อมา รู้ที่การเคลื่อนไหวของกายส่วนอื่นๆ เช่น เสียงชีพจรที่เต้นตามจุดต่างๆของร่างกาย

๔. สภาวะต่อมา รู้ชัดในความว่างของความว่างที่เกิดขึ้นแทนกายที่ตั้งอยู่

๕. สภาวะต่อมา มีความรู้สึกตัวทั่วพร้อมแม้ขณะกำลังนอน จะรู้ชัดในกายทุกๆส่วน โดยเฉพาะเสียงหัวใจเต้นจะรู้ชัดมากที่สุด จิตจะรู้ชัดอยู่อย่างนั้นทั้งคืน

สภาวะที่๓และ๔ อาจจะสลับสับเปลี่ยนกันได้ ไม่จำเป็นต้องรู้ที่ท้องพองยุบเสมอไป แต่ผู้ที่มีสมาธิเกิดขึ้นเนืองๆในทุกๆอิริยาบท จะเป็นผู้ที่มีลมหายใจละเอียด จะสามารถรู้ชัดในกายได้อยู่เนืองๆ ไม่ว่าจะทำอะไรอยู่

๖. มีความคิดเกิด ขณะจิตเป็นสมาธิอยุ่ ไม่รู้สึกรำคาญอย่างใด บางครั้งก็ไม่เกิด ไม่ได้เกิดขึ้นตลอด แล้วแต่ว่า จิตจะวิตกอะไรขึ้นมาเอง

๗. มีความรู้สึกเกิดขึ้น บางครั้งมีกามราคะ(ความกำหนัดในกาม) เกิดขึ้นเอง เป็นความรู้สึก ไม่มีนิมิต ไม่ได้คิดถึงอะไร

ยังมีต่อ

โฆษณา

มิถุนายน 2011
พฤ อา
« พ.ค.   ก.ค. »
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: