สภาวะเช่นไร เจอเพื่อนเช่นนั้น

ไม่ว่าสภาวะของเราจะเป็นอย่างไร เราจะเจอคนรอบๆตัวเป็นเหมือนๆเรา ไม่แตกต่างกันเลย นี่อีกหนึ่งเหตุที่เป็นเหตุให้สภาวะของการมุ่งสร้างเหตุของการดับเหตุทั้งปวงของการเกิด ย่อมเป็นไปตามสภาวะ ไม่มีติดขัด

คนทุกๆคน จะมีสองส่วนในตัว คือ ดีกับไม่ดี ไม่มีใครดี ๑๐๐% หรือใจที่สะอาดบริสุทธิ์ ทั้งหมด เพราะตราบใดที่ยังมีกิเลส ย่อมมีทั้งดีและไม่ดี เขาดีเพราะถูกใจเรา ถ้าไม่ถูกใจเขา เรานั้นย่อมไม่ดี เขาไม่ดีเพราะไม่ถูกใจเรา เราดีเพราะถูกใจเขา

การจะเห็นตรงกัน เป็นไปได้ยากยิ่ง เพราะได้สร้างเหตุมาเช่นนั้น จงมองส่วนดีของแต่ละคน แล้วหมั่นหาจุดบอดหรือช่องโหว่ของตัวเอง ไม่ไปเพ่งโทษนอกตัว หากยังมีการให้ค่านอกตัว ให้ค่าต้องยอมรับว่าให้ค่า ไม่ใช่ให้ค่าแล้ว มองไม่เห็น

จิตเบิกบาน

ทุกๆสภาวะที่เกิดขึ้น การเขียนตามความเป็นจริงในสิ่งที่เรามีอยู่และเป็นอยู่ เป็นเหตุให้เราได้รู้ชัดในจิตมากขึ้นเรื่อยๆ ลำพังแค่สติที่มีอยู่ ยังไม่ค่อยทันต่อกิเลสที่มีสภาวะละเอียด นับวันกิเลสมีสภาวะละเอียดมากขึ้นเรื่อยๆ

พอได้เขียนออกมา จะมองเห็นจุดบกพร่องของตัวเอง ที่ยังมีการกล่าวเพ่งโทษนอกตัว ไม่ได้เกี่ยวกับใครหรืออะไร การที่จะไปว่าผู้อื่นหรือพฤติกรรมที่เคยกระทำกับผู้อื่นในทางที่ไม่ดี ไม่มีอีกแล้ว ไม่เคยคิดจะไปว่าใครๆอีก มีแต่มองด้วยความเข้าใจ

ให้เขาว่าเรา ดีกว่าเราว่าเขา เขาว่าเรามา เรายอมรับได้ ใจก็สบาย ไม่มีโกรธเคืองหรือหงุดหงิดแต่อย่างใด เพราะเชื่อในเหตุและผล ยอมได้หมดทุกๆเรื่อง ไม่คิดจะตอบโต้กับใครๆอีก ปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปตามสภาวะ เป็นสิ่งที่ควรทำมากที่สุด

เวลาที่จิตจดจ่อรู้อยู่ในบทธรรมะต่างๆ จิตจะเบิกบาน อาการเบื่อค่อยๆลดลง แต่เมื่อใดที่มีความว่างเกิดขึ้น จะมองเห้นความเบื่อที่ยังมีเกิดขึ้นมาเรื่อยๆ จึงหางานให้จิตทำอยู่เรื่อยๆเพราะเหตุนี้ ยิ่งทำงาน จิตยิ่งอยู่กับปัจจุบัน

ไม่ว่าสภาวะใดๆเกิดขึ้น ล้วนมีเหตุทั้งสิ้น เป็นเหตุของสภาวะ ไม่ใช่เกิดจากการกระทำของใครทำให้เกิดหรือทำให้ผลของสภาวะเป็นเช่นนั้น

คนดี

คนดี สำหรับตัวเรา คือ คนที่พูดตามความเป็นจริง วิพากย์วิจารณ์ตามความเป็นจริงในสิ่งที่เขารู้สึกเกี่ยวกับเรา ไม่ใช่คนที่มายกยอปอปั้นเรา หรือมาชื่นชมเรา ยิ่งเพ่งโทษเรามากเท่าไหร่ยิ่งดี

เพราะบ่งบอกถึง ยังมีอีกมากมายที่คนอื่นมองคนละมุมกับเรา เป็นเหตุให้เราปรับเปลี่ยนตัวเอง ให้เข้ากับสภาวะแวดล้อม ไม่ไปคัดค้านใครๆว่าสิ่งที่เขาว่าเรามานั้น มันไม่จริง

ใหม่ๆยังมีอยู่ที่ยอมไม่ได้ เมื่อโดนผู้อื่นมาว่า ยอมไม่ได้เลย เพราะมองว่าตัวเองไม่ผิด ลืมคิดไปว่า ถูกใจเรา แต่ไม่ถูกใจเขา หน้าที่เรามีเพียงปรับเปลี่ยนตัวเองให้เข้ากับสภาวะ เรายังต้องอยู่กับสังคม ต้องอยู่ร่วมกับคนอื่นๆ

ฉะนั้นต้องปรับเพื่อให้อยู่กับสภาวะนั้นๆได้ ไม่ใช่ให้สภาวะปรับเข้าหาเรา เหตุเกิดที่ตัวเรา ต้องแก้ที่ตัวเรา ไม่ใช่ไปกล่าวโทษนอกตัว แล้วพยายามแก้นอกตัว ทำแบบนั้นมีแต่การสร้างเหตุของเหตุใหม่ให้เกิดขึ้น

รูดซิปปาก

มุ่งแก้เหตุที่ตัวเอง เรื่องนอกตัวปิดปากเงียบดีที่สุด และเป็นสิ่งที่ควรทำมากที่สุดในทุกๆสภาวะที่ยังมีสิ่งนอกตัวเป็นเหตุปัจจัยอยู่ เราทำเพื่อดับที่เหตุ ปากนี้ก่อเหตุมากที่สุด ใหม่ๆมีอึดอัดมากๆ เดี๋ยวนี้ยอมรับได้ทุกอย่างมากขึ้น

ให้ค่าก็ยอมรับว่าให้ค่า เมื่อให้ค่า ย่อมยังมีคำว่าดีหรือไม่ดีอยู่ ฉะนั้นเมื่ออะไรเกิดขึ้นไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี ยอมรับได้หมด และระวังตัวไม่ก่อให้เกิดการกระทำออกไป บางทีสติไม่ทัน ความคิดที่เกิดขึ้นยังมี แต่ไม่ถึงขั้นก่อให้เกิดการกระทำ

ดูให้ทัน

หลายๆสภาวะยังดูไม่ทัน โดยเฉพาะสภาวะเบื่อ ช่วงนี้โดนเล่นงานหนักมากที่สุด ถ้าไม่นำสภาวะเรื่องลำบากกับสบายมาเทียบกัน ดูสภาวะไม่ออกจริงๆว่าตัวเองให้ค่ากับสภาวะ แต่ไม่ใช่ตามความเป็นจริง ได้คำตอบแล้ววางทันที

โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

มิถุนายน 2011
พฤ อา
« พ.ค.   ก.ค. »
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: