ทุกข์น้อยลง

ทุกข์น้อยลง

ทุกข์นับวันน้อยลงไปเรื่อยๆ เหตุเพราะยอมรับตามความเป็นจริงต่อสิ่งหรือสภาวะที่เกิดขึ้น และรู้เท่าทันต่อการให้ค่าที่ยังมีอยู่ รู้ทันมากขึ้นเรื่อยๆ การเขียนตามความเป็นจริงในสิ่งที่เราเป้นอยู่ นั่นคือการยอมรับตามความเป็นจริง

ไม่ได้เขียนเพราะกิเลสของความอยาก อยากมี อยากได้ อยากเป็น โดยเฉพาะอยากสอน ไม่มีเลยจริงๆ แล้วไม่เคยคิดอยากให้ใครมาเชื่อ เขียนข้อความทั้งหมดที่เกิดจากจิตตัวเอง เพื่อดูตัวเอง ดูสภาวะทั้งหมดของกิเลสที่เกิดขึ้นในจิต

ไม่ได้ทำเพื่อสนองตัณหาความทะยานอยากแต่อย่างใด เมื่อยอมรับได้แล้ว สภาวะกิเลสความอยากเริ่มเห็นได้ทันมากขึ้นเรื่อยๆ ช่วยคนเพราะอยากหรือช่วยเพราะตามเหตุ แยกแยะสภาวะได้ทัน หากมีจิตช่วยเพราะอยากจะหยุดทันที

มีการคาดเดาก็รู้เท่าทันว่านี่คาดเดานะ เป็นเหตุให้เห็นสภาวะตามความเป้นจริงมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะในการคาดเดา เราย่อมเฝ้าดู ทบทวนสภาวะตลอดเวลา สภาวะจะเกิดเดิมๆซ้้ำๆ แต่เปลี่ยนตัวบุคคลหรือตัวผัสสะที่มากระทบ

พอดูทัน การคดาเดาลดน้อยลง บางครั้งสติทัน ผัสสะจบแค่ตรงนั้นทันที แค่ดู แค่รู้ แต่ไม่มีความรู้สึกพอใจหรือไม่พอใจเกิดขึ้นแต่อย่างใด เรียกว่า เกิดแล้วดับทันที สภาวะอื่นเกิดต่อทันทีเหมือนกัน

สภาวะที่ว่างหรือว่างจากความคิด ดูทันมากขึ้น แค่สงบจากกิเลสชั่วคราวเท่านั้นเอง พอมีกิเลส เริ่มมีตัวตนทันที เป็นเหตุให้มีความคิดเกิดขึ้นทันที่ หากปราศจากความคิด หรือมีความว่างจริงๆ มันจะไม่มีคำพูดใดๆกล่าวออกมาเลย

ที่ยังมีคำกล่าวออกมา แสดงอย่างนั้นอย่างนี้ตามบัญญัติ นี่ล้วนเกิดจากการให้ค่าตามอุปทานที่ยังมีการยึดติดอยู่ในสภาวะนั้นๆ เราดูทันมากขึ้นเรื่อยๆ จิตย่อมหยุดได้ไว การปรุงแต่งย่อมน้อยลงโดยไม่ต้องไปคิดอะไรต่อ

คิดทบทวนสภาวะตอนที่เคยแต่งกลอน คิดแล้วขำตัวเอง นั่นอีกหนึ่งสภาวะที่ตอนนั้นดูไม่ออก กิเลสจินตนาการแต่ดูไม่ออก ไหลไปตามกิเลสดูไม่ออก แต่งกลอน เขียนกลอนออกมามากมาย ที่แท้กิเลสความคิดทั้งนั้น

แยกแยะสภาวะความว่างได้ละเอียดมากขึ้น หากมีความว่างปรากฏขึ้น จะไม่มีความคิดใดๆเกิดขึ้นเลย จะรู้อยู่แต่ในกายและจิต กิเลสนี่นะไวมาก กว่าจะดูออก ต้องเรียนซ้ำแล้วซ้ำอีก เรียนเดิมๆซ้ำๆอยู่อย่างนั้น จนกว่าจะแยกสภาวะออกได้

เมื่อแยกออกมาได้ จะมองเห็นชัดที่ว่า สภาวะแปรเปลี่ยนตลอดเวลา เพราะเรายังดูไม่ทัน ที่แปรเปลี่ยนคือ กิเลสที่เกิดขึ้นในจิต ที่ยังมีการให้ค่าต่อสภาวะที่เกิดขึ้นนี่เอง ส่วนสภาวะก็ยังคงเป็นตัวของสภาวะเอง เพราะมีเรา จึงมีการแปรเปลี่ยน

เมื่อไม่มีเราในสภาวะนั้นๆ สภาวะย่อมคงเป็นสภาวะอยู่อย่างนั้น เป็นไปตามเหตุของตัวสภาวะเอง

วางลงได้ สบายมากขึ้น

ตอนนี้เห็นแบบนี้ ทำตามเหตุแล้วสบาย รู้สึกอย่างไรรู้ไปตามนั้น คิดอย่างไรคิดไปทียังมีการให้ค่าหรือคาดเดาอยู่ แต่ไม่ค้นหาคำตอบ เพราะรู้ดีว่า วางลงได้เมื่อใด คำตอบจะรู้เอง มันมีเท่านี้ และเป็นอยู่อย่างนี้ตลอดไป

การแผ่เมตตา กรวดน้ำในผู้อื่นมีความสุข ได้ผลแน่นอน ดีกว่าไปขอให้ผู้อื่นรวย สวย ดี แม้กระทั่งขอให้ตัวเอง สิ่งเหล่านี้ล้วนเกิดจากความอยากมี อยากได้ อยากเป็นทั้งสิ้น เมื่อไม่ได้ผลตามที่ต้องการ ทุกข์อีกแล้ว นี่แหละความไม่รู้

เอาจิตวิ่งไปหาความทุกข์ที่หลงว่านั่นคือ ความสุข อธิษฐานความทุกข์ให้เกิดขึ้นในจิตไปด้วยความไม่รู้

ใครๆก็ชอบความสุข ความสบาย แต่เขาผู้นั้นที่จะรู้เองว่า อะไรทำให้เขามีความสุข มีความสบาย ไม่ใช่จากการคาดเดาของผู้อื่นแต่อย่างใด สุข,สบายไปตามเหตุปัจจัยที่ทำมาและที่กำลังสร้างให้เกิดขึ้นมาใหม่อีก สุข,สบายที่เกิดจากการคาดเดา

ความทุกข์ล่ะ มองยังไม่เห็น เพราะความสุขที่เกิดจากคาดเดา เกิดจากการให้ค่าบดบังสภาวะตามความเป็นจริงอยู่ สุขของเขา อาจจะเป็นทุกข์ของเรา ทุกข์ของเขา อาจจะเป็นความสุขของเรา ตราบใดที่ยังมีการให้ค่า ย่อมไม่เห็นสภาวะที่แท้จริง

๒๕ มิย.

ดูหนัง สอนตัวเอง

เป็นคนชอบดูหนัง ยิ่งดูยิ่งตอกย้ำสภาวะว่า จงอย่าโง่ในการสร้างเหตุของการเกิดอีก ทุกข์ภายนอกที่มองเห็น ไม่ต่างกับทุกข์ที่เราจะต้องพบเจอทุภพทุกชาติ

การดูหนัง เป็นอุบายในการรักษาจิตของเราอย่างหนึ่ง ดูแล้วสภาวะจะตอกย้ำตลอดเวลาว่า จงอย่าโง่อีก ทุกข์ของทุกๆคนไม่ว่าจะชีวิตจริงหรือในหนัง ล้วนไม่แตกต่างกันเลย

แม้กระทั่งเรื่องของความศรัทธา เมื่อก่อนเราชอบนำความศรัทธาในเรื่องต่างๆมาพิจรณา เดี๋ยวนี้ไม่แล้ว เหตุใครสร้างมาอย่างไร เขาย่อมรับผลไปตามนั้น ทุกๆสภาวะไม่มีความแตกต่าง ที่ยังมีความแตกต่างอยู่ ล้วนเกิดจากกิเลสที่ให้ค่าต่อสภาวะ

มีเขา มีเรา ล้วนเกิดจากการให้ค่า ไม่มีเขา ไม่มีเรา ก็ล้วนเกิดจากการให้ค่าตามบัญญัติที่ได้เรียนรู้มา สุดแต่จะปรุงแต่งออกมาเพื่อรักษาจิตของตนเอง แต่โดยตัวสภาวะที่แท้จริงก็เป็นไปตามสภาวะ ไม่ว่าจะมีเราในสภาวะนั้นๆหรือไม่ก็ตาม

แต่จะรู้หรือยังว่ามีการให้ค่าว่าไม่มีเรา,เขา,คน,สัตว์ ตัวตนบุคคลทั้งหลาย ธาตุ ๔ ขันธ์ ๕ ล้วนเป็นการให้ค่าทั้งสิ้น สิ่งใดก็ตามที่ยังไม่รู้ชัดหรือพิสูจน์ด้วยตัวเองได้ สิ่งต่างๆเหล่านั้นตามบัญญัติล้วนคือการให้ค่าทั้งสิ้น

ให้ค่าแล้วหยุดตัวเองได้ หยุดการสร้างเหตุของการเกิดได้ นั่นคือประโยชน์ของการให้ค่า

ให้ค่าแล้ว ยังหยุดตัวเองไม่ได้ ในการเข้าไปเกี่ยวข้องกับเหตุของผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นเหตุให้เกิดความชอบหรือความชังขึ้นมา ล้วนเป็นการสร้างเหตุของการเกิดทั้งสิ้น ให้ค่าแบบนี้เป็นโทษ

หากเราไม่มีความคาดหวัง ไม่มีความอยากแฝงอยู่ในสภาวะนั้นจริงๆ ย่อมมองตามเหตุ เหตุของผู้ใด เขาย่อมรับผลไปตามที่เขาทำ มันมีและมันเป็นเช่นนั้นเอง ไม่ใช่คิดไปทำหน้าที่แก้ไขผู้อื่นด้วยความอยากที่แฝงอยู่ แต่ยังดูไม่ออก ดูไม่ทันกิเลส

ต้องดับเหตุทั้งปวงที่ตัวเอง นี่ต่างหากสิ่งที่สมควรทำก่อนเรื่องอื่นๆ ดับที่ตัวเองยังดับไม่ได้ นับประสาอะไรกับนอกตัว ที่อยากคิดจะไปดับ มีแต่กิเลสความอยากทั้งนั้น

หากดับที่ตัวเองได้แล้ว ผู้ที่มีเหตุร่วมย่อมตามมาเอง ไม่ต้องไปโน้มน้าวให้เชื่อ มาเชื่อกันก็เพราะเหตุ ไม่เชื่อกันก็เพราะเหตุ เพียงแต่จะรู้ด้วยตัวเองหรือยังเท่านั้นเอง หากรู้แล้วจะไม่เสียเวลาไปกับเรื่องนอกตัว

ทำตามเหตุแล้วสบาย สบายทั้งกายและจิต

๒๙ มิย.

กลับมาปกติ

วันนี้เกิดสภาวะสังขารุฯกับสภาวะทิสากา ๑ ครั้ง เป็นทั้งรอบเช้าและรอบบ่าย เวลาที่สภาวะนี้เกิดสมาธิจะมีกำลังแนบแน่นและหนักหน่วงมากๆ

เริ่มเรียบเรียงสภาวะต่างๆได้แม่นยำมากขึ้น เพราะจดจำรายละเอียดของสภาวะต่างๆขณะที่กำลังเกิดได้ชัดมากขึ้นเรื่อยๆ สภาวะจะเดิมๆซ้ำๆวนไปวนมาอยู่อย่างนั้น จากการเห็นแต่ความไม่เที่ยง เป็นเหตุให้เห็นความไม่ได้ดั่งใจ

เป็นเหตุให้เกิดความเบื่อหน่าย เบื่อน้อยๆจนกระทั่งเบื่อมากๆ จนกระทั่งจิตปล่อยวางไปเอง

เรามีหน้าที่เพียงคอยปรับเปลี่ยนสภาวะของตัวเอง ใช้วิธีรักษาจิตเอาไว้ อุบายในการรักษาจิตของเรานั้นมี้ทั้งให้จิตพักในสมาธิบ้าง ดูหนังบ้าง เย็บผ้าบ้าง ทำงานบ้านบ้าง เล่นเกมส์บ้าง สารพัดวิธีต่างๆเหล่านี้สลับสับเปลี่ยนตลอดเวลา

เพื่อรักษาจิตเอาไว้ ไม่ให้จิตเกิดความหงุดหงิด เกิดความรำคาญใจ ถ้าเป็นแบบนั้น กิเลสต่างๆจะเป็นคลื่นแทรกเข้ามาได้อย่างง่ายดาย แค่สร้างเหตุให้จิตอยู่กับปัจจุบัน หางานที่จิตชอบให้จิตทำ หลบจากสภาวะที่กำลังเป็นอยู่ชั่วคราว

พอจิตมีกำลังตั้งมั่นมากพอ จะอยู่กับสภาวะต่างๆที่กำลังเกิดขึ้นได้มากขึ้นเรื่อยๆ แล้วจิตจะกลับเข้าสู่ความเป็นปกติของตัวจิตเอง โดยไม่ไปข้องเกี่ยวกับสภาวะที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด มียอมรับว่ามี แต่ไม่มีผลต่อจิต

ความไม่รู้

บางคนเมื่ออยู่ในสภาวะนี้ หากไม่รู้จักหาวิธีรักษาจิตเอาไว้ จะพบแต่ความเบื่อหน่าย เป็นเหตุให้เกิดความฟุ้งซ่าน เกิดเนื่องจากการไม่ยอมรับตามความเป็นจริงโดยไม่รู้ว่าไม่ยอมรับ จนกระทั่งพลาดท่าเสียทีกิเลสไปแล้วถึงจะรู้

เช่นหาทางแก้ไขสภาวะ เวลามีความคิดเกิดขึ้นมากมาย เกิดความฟุ้งซ่าน พยายามหยุดความคิด พยายามดึงจิตให้กลับมารู้ที่ลมหายใจบ้าง ที่กายบ้าง ยื้อไป ยื้อมาอยู่แบบนี้ จึงเป็นเหตุให้เกิดความเบื่อหน่าย ท้อถอย

การที่พยายามไปทำแบบนั้น ควรถามตัวเองก่อนว่า ไปยื้อทำไม ทำไปทำไม ทำไปเพื่ออะไร แล้วจึงจะรู้คำตอบโดยตัวสภาวะเอง สุดท้ายคือ ความอยากให้ความคิดหายไป หรืออาจจะตอบว่า อยากลองทำดูว่าทำแล้วจะเป็นอย่างไร

สุดท้ายไปต่อไม่ได้อีก เป็นเหตุให้เกิดความเบื่อหน่ายมากขึ้นเรื่อยๆ จึงควรมีกัลยาณมิตรเพราะเหตุนี้ คนที่ผ่านสภาวะเหล่านี้มาจนชำนาญแล้ว จึงจะแนะนำแนวทางที่ถูกต้องกับเราได้

วิธีการรักษาจิตไม่ได้มีความยุ่งยากอะไรเลย ให้เปลี่ยนอิริยาบท อย่าไปจมแช่กับิอริยาบทเดิมๆ หากนั่งอยู่ในลุกขึ้นเดิน หรือไปทำกิจกรรมอื่นๆแทน อย่าไปกังวลเรื่องการปฏิบัติ อย่าไปกังวลเรื่องเวลา เพียงรู้ไปตามความเป็นจริง และยอมรับไป

ต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาวะ ให้อยู่กับสภาวะนั้นๆได้ อาจจะดูเหมือนหลบหลีกสภาวะ แต่เราไม่ได้คิดหนี หรือปฏิเสธสภาวะที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด เพียงแต่ต้องใช้อุบายในการรักษาจิต ให้จิตมีกำลังตั้งมั่นให้มากขึ้นก่อน จึงจะอยู่กับสภาวะนั้นๆได้

วิธีก็ใช้กิเลสที่เรามีความชอบนี่แหละ อะไรที่ชอบให้ทำสิ่งนั้นไป เอาความชอบใส่ลงไป เช่น ชอบดูหนังให้ดูไป ชอบเล่นเกมส์ให้เล่นไป ชอบพักจิตในสมาธิให้พักๆป ฯลฯ สิ่งเหล่านี้จะทำได้เป็นระยะๆแล้วจะเบื่อเหมือนเดิม

จึงต้องคอยปรับเปลี่ยนอิริยาบทตลอดเวลา จนกว่าอาการเบื่อจะคลายตัวลง ดีกว่าไปทุกข์หรือไปพยายามแก้ไขสภาวะที่เกิดขึ้น เราแค่หลบจากสภาวะนั้นชั่วคราว ไม่ได้หนี แค่พักให้จิตมีกำลัง เมื่อจิตมีกำลัง จะทำให้สภาวะนั้นๆคลายตัวลงไปเอง

โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

มิถุนายน 2011
พฤ อา
« พ.ค.   ก.ค. »
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: