ปัจจุบันขณะ

การดูปัจจุบันขณะ หรือ ปัจจุบันอารมณ์ หรือ สภาวะที่เกิดขึ้นขณะนั้น หรือ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในจิต ขณะที่ผัสสะเกิด เขียนคนละแบบ แต่ทั้งหมดคือ ความหมายเดียวกัน

การดูปัจจุบันอารมณ์ ได้แก่ ดูความรู้สึกหรือกิเลสที่เกิดขึ้นในจิต ขณะที่ตาเห็นรูป หูได้ยินเสียง จมูกได้กลิ่น ลิ้นชิมรส กายสัมผัส ความคิด ณ ขณะนั้นๆ

ได้แก่ เมื่อเกิดผัสสะ มีความรู้สึกที่เกิดขึ้นที่จิต รู้สึกอย่างไร รู้ไปตามนั้น ดูตามความเป็นจริง เช่น มีชอบก็ยอมรับว่าชอบ มีไม่ชอบก็ยอมรับว่าไม่ชอบ ดู,รู้ไปตามนั้น

การดูปัจจุบันอารมณ์ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในชีวิตปกติ เพียงแต่ เหตุสร้างมาแตกต่างกันไป วิธีการ อาจแตกต่างกันไป    เนื่องจากเหตุ แล้วก็เหตุ

เหตุเพราะผู้ที่นำมาพูดทำได้แบบไหน  จึงนำมาถ่ายทอดในลักษณะเช่นนั้น

บางคนปฏิบัติด้วยความสะดวก

บางคนปฏิบัติด้วยความยากลำบาก

ทั้งนี้ทั้งนั้น ล้วนเกิดจากเหตุที่ทำมาทั้งสิ้น

ดูตรงๆธรรมดาๆนี่แหละ ไม่ว่าจะอยู่ในอิริยาบทไหนๆล้วนดูได้หมด เพียงแต่จะดูหรือรู้ทันไหม หรือผ่านไปแล้วถึงจะรู้ตัว หรือทำเกินดู เช่น เกิดผัสสะ คือ กระทบปั๊บ ตอบโต้ทันที แบบนั้นหรือเปล่า

บางคนยอมเพราะเข้าใจ บางคนไม่ยอมเพราะยึดติด บางคนไม่ยอมเพราะยังไม่รู้ ทั้งนี้ทั้งนั้น ล้วนเกิดจากเหตุปัจจัยที่ยังคงมีอยู่

เรียกว่าสติยังไม่ทันปัจจุบันธรรมหรือยังอยู่กับปัจจุบันยังไม่ทัน จึงแค่ดู แค่รู้ยังไม่ได้ จึงมีการเฝ้าตามดูไปก่อนเพราะเหตุนี้

การฝึกเจริญสติ ทำอย่างต่อเนื่อง เป็นเหตุให้รู้ชัดในสภาวะเหล่านี้ดี บางคนอธิบายให้เห็นเป็นรูปธรรมได้ บางคนอธิบายไม่ได้ ซึ่งแล้วแต่เหตุที่ทำมาด้วย

ผู้ที่ฝึกเจริญสติอย่างต่อเนื่อง จะเห็นสภาวะของการเกิดของสภาวะตัวสติได้ชัด เพราะเมื่อถึงสภาวะของสติที่เป็นมหาสติ ตรงกับปริยัติ จะมีตัวสภาวะสติคอยกำกับก่อนที่จะลงมือกระทำ ไม่ว่าจะทางกายกรรม วจีกรรมและมโนกรรม

สติ ตามปริยัติหมายถึง ความระลึกรู้

สภาวะคือ ความรู้ตัวก่อนที่จะลงมือกระทำ

หากมีสติที่เป็นมหาสติ จะรู้ตัวก่อนที่จะลงมือกระทำ สติเป็นความรู้ตัว รู้ก่อนที่จะลงมือกระทำกิจใดๆก็ตาม

ส่วนความรู้สึกตัว เป็นเรื่องของสัมปชัญญะ ได้แก่ ความรู้สึกตัวขณะที่กำลังกิจนั้นๆอยู่

ความรู้สึกตัวทั่วพร้อม เป็นเรื่องการทำงานของสติ สัมปชัญญะ ( สัมมาสติ ) และสมาธิเกิด ( สัมมาสมาธิ ) เป็นเหตุให้เกิดความรู้สึกตัวทั่วพร้อม คือ รู้ชัดในสภาวะต่างๆที่เกิดขึ้น หรือรู้ชัดในสิ่งที่กำลังกระทำอยู่

การกำหนดต้นจิต

ประโยชน์ของการฝึกกำหนดต้นจิต คือ เป็นการฝึกให้เกิดสติหรือ เกิดความรู้ตัวในทุกอิริยาบท รู้ตัวก่อนที่จะลงกระทำกิจใดๆก็ตาม

เป็นเหตุให้เกิด สัมปชัญญะ ได้แก่ ความรู้สึกตัว ขณะที่กำลังทำกิจนั้นๆอยู่

เป็นเหตุให้เกิด สมาธิ เพราะ เมื่อเอาจิตจดจ่อ รู้อยู่กับกิจที่กำลังทำอยู่ สมาธิย่อมเกิดขึ้นเอง ตามเหตุปัจจัย เพียงแต่ กำลังสมาธิที่เกิดขึ้น ในแต่ละขณะ ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัยที่ทำอยู่

โฆษณา

กรกฎาคม 2011
พฤ อา
« มิ.ย.   ส.ค. »
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031

คลังเก็บ

%d bloggers like this: