นิพพานมีจริง

นิพพานมีจริง

นิพพานแบบหยาบ ได้แก่ นิพพานที่เป็นบัญญัติ อธิบายได้โดยบัญญัติ ( สุตตามยปัญญา,จินตามยปัญญา )

นิพพานแบบกลาง ได้แก่ นิพพานที่เป็นสภาวะ อธิบายได้โดยสภาวะ นำมาแสดงให้เห็นเป็นรูปธรรมได้ ( ภาวนามยปัญญา ผ่านญาณ ๑๖ )

นิพพานแบบละเอียด ได้แก่ นิพพานที่เป็นโดยตัวของนิพพานเอง เป็นสภาวะที่ละเอียด ไร้รูปร่าง ไร้กาลเวลา นำมาอธิบายให้เห็นเป็นรูปธรรมไม่ได้

จะผ่านนิพพานแบบละเอียดได้ ต้องมีสติ สัมปชัญญะและสมาธิที่มีกำลังแนบแน่นหนักหน่วงมากๆ และที่สำคัญที่สุดต้องไม่มีกิเลสเข้าแทรก

ประตูนิพพาน

เราจะชอบเรียกสภาวะนี้ว่า ประตูนิพพาน เพราะเป็นสภาวะที่เหมือนเรากำลังจะก้าวข้ามมิติแห่งเวลา ไปยังอีกที่ๆหนึ่ง โดยผ่านทางญาญ ๑๖ เท่านั้น

จะต้องเกิดสภาวะสังขารุฯ ซ้ำแล้วซ้ำอีก จนกว่ากำลังของสมาธิจะมีแบบไม่สามารถประมาณได้ โอภาสสว่างๆสุดตามกำลังความหนักหน่วงแนบแน่นของสมาธิ

วันนี้เกิดสภาวะนี้อีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่งตอนที่ผ่านสภาวะญาณ ๑๖ เป็นครั้งแรก

สภาวะที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ เป็นแค่สัญญาณเตือนเฉยๆ ยังไม่ได้ก้าวข้ามเข้าไป แตะแค่ขอบ ถ้าเปรียบเทียบกับการว่ายน้ำ คือ แตะแค่แผ่นดิน แต่ยังไม่ได้ก้าวขึ้นบนแผ่นดิน

โอกาสที่จะเปิดประตูยิ่งไม่ต้องไปพูดถึง คือ มองเห็นรู้ว่าประตูอยู่ข้างหน้า แต่ยังขึ้นไปบนแผ่นดินยังไม่ได้ เพราะยังมีกิเลสนั่นเอง ส่วนครั้งแรกที่หลุดเข้าไปได้ เหตุเพราะยังไม่รู้สภาวะ กิเลสจึงไม่เกิด

ตอนนี้รู้สภาวะแล้ว กิเลสย่อมเข้าแทรกได้ตลอดเวลา แค่รู้นะ ไม่ได้รู้สึกเสียดายอะไร ก็แค่สภาวะ เป็นตัวทดสอบกิเลสอย่างดี ยิ่งกว่าสภาวะที่เกิดขึ้นโดยมีผัสสะเป็นเหตุปัจจัยให้เกิด

หายไปนานมากๆเลยนะสภาวะนี้ ตั้งแต่ที่ผ่านครั้งแรกมา พอผ่านครั้งที่สอง สภาวะของสมาธิเริ่มมีกำลังมากขึ้นเรื่อยๆ สภาวะการปฏิบัติเป็นไปโดยสะดวกสบายมากขึ้นเรื่อยๆ

ไม่เหมือนการผ่านครั้งแรกมีแต่ความทรมาณ ทุกข์มากๆกับสภาวะ ทุกข์ที่เกิดจากความไม่รู้ ไม่รู้ว่าเหตุที่สมาธิเสื่อมนั้น เป็นเรื่องของสภาวะ เป็นเหตุให้ทุกข์มากๆเพราะเหตุนี้ ทำไปด้วย ทุกข์ไปด้วย ทุกข์เพราะความอยาก แต่ไม่รู้ว่าอยาก

โฆษณา

บนเส้นทางของความอยาก

สภาวะของการปฏิบัติทั้งหมด ไม่ว่าจะปฏิบัติแนวไหนหรือแบบไหนๆก็ตาม ล้วนเป็นการปฏิบัติอยู่บนเส้นทางของความอยากทั้งหมด

ทุกๆคนปฏิบัติเพราะความอยาก แต่ไม่เคยเห็นความอยากตัวนั้น เพราะสภาวะความอยาก เป็นกิเลสที่มีสภาวะตั้งแต่หยาบๆจนกระทั่งละเอียด พอรู้จักคำว่าปฏิบัติ นั่นคือ จะต้องผ่านความผิดพลาดที่เกิดขึ้นเพราะความอยากเป็นเหตุ

ปฏิบัติแล้วทุกข์ ทั้งๆที่โดยตัวสภาวะที่แท้จริงมีแต่เรื่องของกิเลส เพราะยังมีความไม่รู้อยู่ จึงเกิดความทุกข์เพราะความอยาก ทำด้วยความอยากจึงทุกข์เพราะความอยาก

ปฏิบัติแล้วมีความสุข นี่เป็นอีกหนึ่งสภาวะของความอยาก ทั้งๆที่หาทุกข์ให้กับตัวเองแท้ๆแต่มองไม่เห็น

สภาวะปฏิบัติแล้วสุข ตัวอยากตัวนี้ดูยากยิ่งกว่าตัวปฏิบัติแล้วทุกข์เพราะความอยาก ตัวนี้เป็นตัวสร้างภพสร้างชาติยิ่งกว่าปฏิบัติแล้วทุกข์

ปฏิบัติแล้วมีความสุข เพราะหลงคิดว่าได้อะไร เป็นอะไร จะแสดงออกมาในรูปของการอยู่กับปัจจุบันได้ยาก

จงดูผัสสะที่เกิดขึ้น เมื่อตาเห็นรูป หูได้ยินเสียง ลิ้นรู้รส กายสัมผัส ความรู้สึก ความคิด จงดูกิเลสที่เกิดขึ้นในจิต ความชอบ,ชังที่เกิดขึ้น หรือเฉยๆที่เกิดขึ้น

เคยรู้มั่งไหมว่าทำไมผัสสะแต่ละครั้ง กับสิ่งที่กระทบแต่ละสิ่ง ทำไมกิเลสที่เกิดขึ้นในจิต จึงมีความแตกต่างกันไป

ทำไมบางอย่างเกิดการกระทบแล้วจิตกระเพื่อม ทำไมบางอย่างเกิดการกระทบแล้ว จิตไม่กระเพื่อม ทั้งๆที่เกิดการกระทบเหมือนๆกัน

กรกฎาคม 2011
พฤ อา
« มิ.ย.   ส.ค. »
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031

คลังเก็บ

%d bloggers like this: