ให้สิ่งใด ได้สิ่งนั้น

การกระทำทุกชนิด ไม่ว่าจะเกิดจากกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ล้วนส่งผลให้ได้รับตามความเป็นจริง

หลุมพรางกิเลส

สภาวะทุกๆสภาวะกว่าจะเข้าใจได้ และจดจำสภาวะนั้นๆได้ จะเจอสภาวะเดิมๆซ้ำๆแต่เปลี่ยนโฉมหน้าผู้มาทดสอบ จนกว่าจิตของผู้ที่ถูกทดสอบมีสภาวะรู้เท่าทันต่อสภาวะที่เกิดขึ้น จะแยกแยะรายละเอียดต่างๆของสภาวะได้ จึงเหลือแค่รู้ แค่ดูมากขึ้นเรื่อยๆ เหตุใหม่ที่เป็นเหตุของการเกิดย่อมเกิดขึ้นได้ยาก เหตุเก่าที่มีอยู่ย่อมลดน้อยลงไปเรื่อยๆ

จิตเห็นจิต

เมื่อเกิดสภาวะนี้แล้ว จะไม่มีการถดถอย มีแต่ก้าวหน้าขึ้นไปเรื่อยๆ เพราะเมื่อมีผัสสะเกิดขึ้น จิตจะรู้ทันต่อรูปแบบของกิเลสได้ทันมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงแม้จะมีกิเลสเกิดตามเหตุปัจจัย แต่จะดับไวมากขึ้น อยู่กับปัจจุบันได้ทันมากขึ้น

ไตรลักษณ์

เมื่อเข้าใจถึงเหตุ เข้าใจถึงผลที่ได้รับ การให้สิ่งต่างๆย่อมมีการเลือกที่จะให้มากขึ้นเรื่อยๆ

ให้กิเลสแก่ผู้อื่น ผลที่ได้รับคือ กิเลส

ให้ความรู้ทางปฏิบัติโดยบัญญัติหรือโดยสภาวะแก่ผู้อื่น ก็ได้รับผลนั้นๆเช่นกันตามความเป็นจริง

เรียกว่า ให้สิ่งใดไป ย่อมได้รับผลเช่นนั้น

การให้ไตรลักษณ์ แม้จะให้โดยบัญญัติ ผู้ให้ย่อมเกิดการคิดพิจรณาตลอดเวลา จากบัญญัติย่อมขึ้นสู่ปรมัตถ์ได้

แม้จะให้สิ่งใดก็ตาม พึงดูจิตให้ทันว่าให้เพื่ออะไร หากให้ด้วยจิตที่มีความอยากได้ อยากมี อยากเป็น หรือด้วยกิเลสใดๆก็ตาม ย่อมได้รับผลตามความเป็นจริงตามสิ่งที่เกิดขึ้นในจิต

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

กรกฎาคม 2011
พฤ อา
« มิ.ย.   ส.ค. »
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031

คลังเก็บ

%d bloggers like this: