สภาวะรวมมิตร

วันนี้เกิดสภาวะทบทวนเรื่องรู้ต่างๆที่เกิดจากการปฏิบัติ รู้นั้นๆแยกออกเป็นกองๆ มีรายละเอียดต่างๆของสภาวะมากขึ้นกว่าที่เคยรู้ในครั้งก่อนๆ เราพยายามที่จะเขียนเรียงตามสภาวะแต่เขียนไม่ได้ จึงขอเขียนไว้คร่าวๆ ชื่อว่า สภาวะรวมมิตร

ในหมวดของสติ

เรื่องของสติ มีรายละเอียดเพิ่ม คือ

สติ หมายถึง การระลึกรู้ ได้แก่ ความรู้ตัวก่อนที่จะลงมือกระทำกิจใดๆหรือสิ่งใดๆก็ตาม

การสร้างสติที่มีอยู่ปกติ ให้เป็นมหาสติ มี ๒ วิธี ได้แก่ สมถะนำหน้า ๑ การกำหนดต้นจิต ๑

สมถะนำหน้า คือ การฝึกจิตให้ตั้งมั่นก่อน ทำตามสภาวะของแต่ละคน โดยไม่จำเป็นต้องทำตามรูปแบบหรือตามตำราแต่อย่างใด เป็นเรื่องของเหตุแต่ละคนที่ทำไว้ สัปปายะในการทำให้จิตเป็นสมาธิของแต่ละคนจึงแตกต่างกันไป

บางคนชอบนั่ง ให้นั่ง บางคนชอบยืน ให้ยืน บางคนชอบเดิน ให้เดิน บางคนชอบนอน ให้นอน แต่สำหรับตัวเราเองนั้น เท่าที่พบเจอสภาวะที่พบบ่อยที่สุดในตัวเองตลอดจนในตัวผู้ปฏิบัติอื่นๆ อิริยาบทนั่ง เป็นสัปปายะที่เหมาะกับการฝึกสมาธิ

นั่งในท่าที่รู้สึกสบาย ผ่อนคลายมากที่สุด ถ้าชอบขัดสมาธิก็สามารถทำได้ตามสะดวก แต่อยากจะให้ลองนั่งในหลายๆท่านั่ง แล้วจะเจอท่านั่งที่เหมาะที่สุดสำหรับในการสร้างเหตุให้จิตเป็นสมาธิ จดจำอารมณ์นั้นๆไว้

แล้วลองนั่งในที่นั่งแบบอื่นๆดู เช่น แทนที่จะนั่งบนพื้น เปลี่ยนเป็นนั่งบนเก้าอี้ บนที่นั่งที่รู้สึกว่าสบาย มีเบาะรองรับน้ำหนักตัวที่ดี มีเบาะพนักพิงหลังฯลฯ

ลองปรับเปลี่ยนทั้งสถานที่ อากาศ สภาพแวดล้อม เพราะทุกอย่างล้วนส่งผลต่อการทำให้จิตเป็นสมาธิทั้งสิ้น

เมื่อฝึกจิตตั้งมั่นได้แล้ว แน่นอนว่า สมาธิที่เกิดขึ้น ย่อมเป็นสมาธิที่เกิดตามความเป็นจริง เป็นสมาธิที่ยังไม่ได้ขัดเกลา เป็นสมาธิที่ขาดยังความรู้สึกตัว เปรียบเหมือนคนที่ไม่รู้หนังสือ แล้วจับมาเรียนให้รู้ตัวหนังสือแต่ละตัวว่าอ่านว่าอะไร

วิธีขัดเกลาสมาธิ

เมื่อรู้จักสมาธิแล้ว รู้ว่าสภาวะแบบไหนที่จิตเป็นสมาธิ ให้ฝึกบ่อยๆ จนจำสภาวะนั้นๆได้ขึ้นใจ สภาวะแรกเริ่มของสมาธิแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนแนบแน่น บางคนนุ่มนวล บางคนโล่ง โปร่งเบาสบาย บางคนผาดโผนดุดันฯลฯ

ระหว่างที่สมาธิเกิด ขาดความรู้สึกตัว คือ ไม่สามารถรู้ชัดในสภาวะต่างๆที่เกิดขึ้นในกายและจิตได้ รู้แค่ว่าสมาธิเกิดแล้วเท่านั้นเอง

บางคนใช้วิธีรอให้สมาธิคลายตัว แล้วนำความรู้ที่เคยเรียนมา ยกขึ้นมาคิดพิจรณาเพื่อถ่ายถอนอุปทานที่มีอยู่ การยึดมั่นถือมั่นในสิ่งต่างๆที่มีอยู่ทั้งในตัวและนอกตัว

หรือใช้อีกวิธี คือ การปรับอินทรีย์ คือ ให้เดินก่อนที่จะนั่ง แรกๆ ให้ตั้งเวลาหรือดูเวลาของการเดินและนั่ง เริ่มต้นเดินกับนั่งใช้เวลาเท่าๆกัน แล้วดูเวลาจิตเป็นสมาธิว่า สามรถรู้ชัดในกายและจิตได้หรือไม่

หากมีแค่สภาวะโปร่ง โล่ง เบาสบาย หรือนิ่ง หรือมีนิมิตต่างๆทั้งภาพ แสง สี เสียง แต่ไม่สามารถรู้ชัดในกายและจิต ( ความรู้สึก, นึกคิด ) ให้ลดนั่ง เพิ่มเดิน ไม่ก็เพิ่มเดินไม่ต้องลดนั่ง เพราะบางคนติดนั่ง ชอบนั่งมากกว่าเดิน

ให้เพิ่มเดินมากกว่านั่งไปเรื่อยๆ จนกว่าขณะที่เป็นสมาธิเกิดจะสามารถรู้ชัดในกายและจิตได้

โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

กันยายน 2011
พฤ อา
« ส.ค.   ต.ค. »
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: