๑๙ – ๒๑ กย. ๕๔

๑๙ กย. ๕๔

เช้านี้ตื่นตอนตี ๕ ยืนรีดผ้าที่ยังไม่ได้รีด ขณะที่ยืนรีดผ้า รู้ชัดในกายดี ปีติ สุข เกิดตลอด

ระหว่างมานั่งรอรถบริษัท จิตเป็นสมาธิต่อ พอขึ้นบนรถ นั่งลง จิตเป็นสมาธิตลอด รู้สึกตัวบ้าง ไม่รู้สึกตัวบ้าง จนกระทั่งถึงที่ทำงาน

กำลังสังเกตุอยู่ว่า ใช่เพราะรีดผ้าตอนเช้าหรือเปล่า ที่เป็นเหตุให้ จิตเป็นสมาธิตลอดทางระหว่างเดินทาง ซึ่งปกติตอนเช้าๆจะไม่เกิดสมาธิต่อเนื่องแบบนี้ เคยเป้นมาแล้วครั้งก่อน มาครั้งนี้อีก

รอบแรก เดินกับยืน ๑ ชม. นั่งที่พื้นและที่โซฟา ๒ ชม. ๑๕ นาที

เดี๋ยวนี้สมาธิมีมากขึ้นเรื่อยๆ และเป็นสมาธิบ่อยๆ เมื่อเช้าเกิดสภาวะเบื่อก่อนจะนั่ง พอพักในสมาธิ จิตสดชื่น สภาวะเบื่อหายไป

รอบ ๒ เดินกับยืน ๑ ชม. นั่งที่โซฟา ๑ ชม. ๔๕ นาที

มีบางคนสงสัยว่า ต้องทำมากถึงจะได้ผลเหรอ แล้วถ้าทำน้อยๆล่ะ คือโอากสไม่ค่อยมี บางครั้งไม่อยากทำ แล้วแบบนี้จะได้ผลไหม

ขอตอบว่า การทำมากหรือทำน้อย ไม่ใช่ตัววัดผล แต่ขึ้นอยู่กับเหตุของแต่ละคนที่ทำมา และที่กำลังสร้างให้เกิดขึ้นใหม่ การทำ ไม่ต้องไปคิดแทนคนอื่นๆว่าอยากมีเวลาที่ทำได้มากๆ ความอยากจะทำให้เกิดทุกข์ ทำแล้วทุกข์ ยิ่งไม่อยากทำ

ให้ทำตามสภาวะของตัวเอง ทำได้แค่ไหน ทำแค่นั้น อย่าไปฝืนธรรมชาติ แต่ถ้าอยากจะฝืน อันนี้ก็ห้ามกันไม่ได้จริงๆ เพียงแค่บอกให้ฟังว่า สิ่งใดที่ทำด้วยความอยาก ย่อมมีการคาดหวังผล พอไม่ได้ผลดั่งใจต้องการ ย่อมประสพแต่ความทุกข์ใจเนืองๆ

การทำมากแต่ทำแล้วไม่สามารถรู้ชัดอยู่ในรูปนาม(กายและจิต) ได้ กับ การทำน้อย แต่สามารถรู้ชัดอยู่ในรูปนาม(กายและจิต) ในกรณีเช่นนี้ การทำน้อยย่อมได้ผลดีกว่าทำมาก เนื่องจากไม่ว่าจะทำมากหรือน้อย หากสามารถรู้ชัดในรูปนามได้ ย่อมดี

ขึ้นชื่อว่า “ทำ” ไม่ว่าจะรู้ชัดในรูปนามได้หรือไม่ ย่อมดีกว่าการไม่ทำเลย ขอเพียงตั้งใจทำอย่างต่อเนื่อง จงรู้ไว้เถิดว่า การทำเพื่อตัดภพตัดชาติ อุปสรรคมันมากมาย จะพบแต่เหตุอยากให้เลิกทำ

รอบ ๓ เดินกับยืน ๑/๒ ชม. นั่งที่พื้น ๑ ชม.

๒๐ กย.

ไม่เที่ยง

ตื่นตี ๕ รีดผ้า เหตุที่รีดผ้าตอนเช้า เพราะขี้เกียจรีดกลางคืน ตอนเช้าอากาศจะเย็นๆ เหมาะสำหรับรีดผ้า เวลารีดผ้าจะรู้สึกร้อน ไอร้อนของเตารีดจะแผ่ออกมา

เรื่องสมาธิ ที่คิดว่าเกิดจากการรีดผ้าตอนเช้า เช้าวันนี้ จิตเป็นสมาธิขณะที่นั่งรถ แต่เกิดไม่ต่อเนื่อง ทำให้รู้ว่า สภาวะไม่เที่ยง เลยไม่ไปสนใจว่า เพราะรีดผ้าตอนเช้า ทำให้เกิดสมาธิขณะนั่งรถ

รอบแรก เดินกับยืน ๑/๒ ชม. นั่งที่พื้นและที่โซฟา ๑ ชม. ตอนนี้เจอแต่สภาวะเบื่อ แค่รู้ สุข สลับไปมา

รอบ ๒ เดินกับยืน ๒ ชม. นั่งที่โซฟา ๑ ๑/๒ ชม.

รอบ ๓ เดินกับยืน ๑ ชม. นั่งที่โซฟา ๕๐ นาที

ชีวิตที่น่าเบื่อหน่าย เห็นแต่เรื่องเดิมๆซ้ำๆ การเกิดก็แค่เปลี่ยนเปลือกใหม่ที่เป็นไปตามเหตุที่ทำเท่านั้นเอง แล้วก็เจอเรื่องเดิมๆซ้ำๆ เหมือนหนังที่ฉายวนไปวนมา แค่เปลี่ยนฉาก เปลี่ยนเปลือกภายนอก แต่ภายในยังเป็นจิตเดิม

เหตุเพราะเห็นโทษของการเกิด จึงทำให้เกิดความเพียรในการปฏิบัติ ทำทั้งๆที่บางครั้งไม่อยากทำ แต่ต้องทำ

๒๑ กย.

เบื่อหนออออ

ระหว่างเดินทางไปทำงาน ขณะที่นั่งอยู่ในรถ จิตเป็นสมาธิ รู้ชัดภายในบ้าง ไม่รู้ชัดบ้าง เสียงทีวีที่ดัง ยังคงเป็นเสียงสักแต่ว่าเสียง

รอบแรก เดินกับยืน ๑ ๑/๒ ชม. นั่งที่โซฟา ๑ ชม. ๔๕ นาที

จิตคิดพิจรณาเรื่องการฟังเทศน์ แล้วยังมีการเพ่งโทษอยู่ แต่วางได้ไวมากขึ้น ไม่ติดข้องอยู่นาน

ต่อมาคิดพิจรณาเรื่องของผู้ที่ยังมีการยึดติด เพ่งโทษเรื่องสมาธิ จิตมีคิดอยากจะเข้าไปสนทนากับผู้นั้นด้วย แต่จิตวางได้ไว ไม่คิดจะเข้าไปสนทนาด้วย เขาไม่แตกต่างจากเราในสมัยก่อนๆ

แม้กระทั่งเรื่องอัตตากับมานะ อัตตาเป็นสภาวะที่หยาบ ส่วนมานะเป็นสภาวะที่ละเอียดขึ้นไปอีก ผู้ที่ยังไม่รู้ ย่อมกล่าวว่า อัตตาเป็นตัวพี่ มานะเป็นตัวน้อง หากยังไม่รู้ชัดในสภาวะกิเลสที่แท้จริง ย่อมกล่าวเช่นนี้ เรื่องธรรมดา

เพราะตราบใด ที่ยังไม่รู้ชัดใน กาย เวทนา จิต ธรรมได้ต่อเนื่อง ย่อมไม่รู้ชัดตามความเป็นจริง จึงเป็นเหตุให้กล่าวกันเช่นนั้น มองเห็นแต่เหตุ จิตจึงปล่อยวาง ไม่คิดจะเข้าไปข้องเกี่ยว

ขนาดสภาวะนามรูปปริจเฉทญาณ ยังมีสภาวะตั้งแต่หยาบจนกระทั่งละเอียด กว่าจะรู้ กว่าจะเข้าใจ ต้องย่ำเดิมๆซ้ำๆจนกว่าจะรู้ชัดในสภาวะทั้งหมด ถ้ายังยึดติดกับบัญญัติ ยากที่จะรู้ชัดในสภาวะทั้งหมดได้ เพราะมีแต่การให้ค่ากับสภาวะที่เกิดขึ้น

สิ่งต่างๆเหล่านี้ที่รู้ชัดขึ้นมาได้ เกิดเนื่องจากทำเดิมๆซ้ำๆ สภาวะที่เกิดขึ้นจะเห็นตั้งแต่สภาวะหยาบ จนกระทั่งสภาวะที่ละเอียด

รอบ ๒ เดินกับยืน ๒ ชม. นั่งที่โซฟา ๑ ชม. ๔๕ นาที

กันยายน 2011
พฤ อา
« ส.ค.   ต.ค. »
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: