เหตุของการปล่อยวาง

ทุกข์ เมื่อกำหนดรู้ทุกข์ จะรู้ชัดในสภาวะทุกข์จนถึงที่สุดแล้วเบื่อ สุดท้ายจิตปล่อยวางลงไปเอง เป็นเหตุให้ปัญญาเกิด จึงเห็นตามความเป็นจริงว่า ทุกข์ก็ไม่เที่ยง

สุข เมื่อกำหนดรู้สุข จะรู้ชัดในสภาวะสุขถึงที่สุดแล้วเบื่อ สุดท้ายจิตจะปล่อยวางลงไปเอง เป็นเหตุให้ปัญญาเกิด จึงเห็นตามความเป็นจริงว่า สุขก็ไม่เที่ยง

เบื่อ เมื่อกำหนดรู้เบื่อ จะรู้ชัดในสภาวะเบื่อจนถึงที่สุด แม้ไม่มีเหตุอันใดก็เกิดเองเป็นเอง เบื่อสุดจะเบื่ออยู่ภายใน สุดท้ายจิตจะปล่อยวางลงไปเอง เป็นเหตุให้ปัญญาเกิด จึงเห็นตามความเป็นจริงว่า เบื่อก็ไม่เที่ยง

ทุกข์ก็ไม่เที่ยง สุขก็ไม่เที่ยง เบื่อก็ไม่เที่ยง เห็นตามความจริงๆได้เนืองๆเช่นนี้ จิตจึงเกิดความเบื่อหน่ายคลายหนัด เพราะเห็นโทษของการเกิด จิตมุ่งพระนิพพานคือการสร้างเหตุของการไม่เกิดอีกต่อไป

การปฏิบัติหรือทำทุกวันนี้ จึงไม่ได้ทำเพราะความอยากอีกต่อไป แม้กระทั่งคำบัญญัติต่างๆที่เรียกว่าอะไรๆ ไม่สามารถทำให้จิตเกิดการกระเพื่อมอีกต่อไป ที่ทำเพราะรู้ รู้แล้วจึงทำ ทำเหมือนกับการใช้ชีวิตประจำวันในทุกๆวัน ทำเป็นเรื่องปกติ

เหมือนที่ต้องทำงานหาเลี้ยงชีพ แต่การทำเพื่อหาเลี้ยงชีพทางโลก ทำเท่าไหร่ก็ไม่จบ เพราะฝั่งอยู่ตรงไหนก็มองไม่เห็น

การปฏิบัติหรือการทำเช่นนี้ เพียงรู้ชัดอยู่ในกายและจิตหรือรูปนามเนืองๆ ก็หาเลี้ยงชีพเหมือนกัน เลี้ยงชีพที่ทำแล้วจบ เพราะเห็นฝั่งแล้ว จึงไม่ต้องหาอะไรอีกต่อไป

การปล่อยวางมีทั้งภายนอกและภายใน

ปล่อยวางภายนอก

ได้แก่ ปล่อยวางในสิ่งที่เกิดขึ้น คือ ผัสสะต่างๆที่มากระทบ

ผัสสะ

ผัสสะที่เกิดขึ้น หรือสิ่งที่มากระทบ ล้วนมีเหตุปัจจัย เมื่อยังมีเหตุอยู่ ย่อมมีผลมาแสดงให้เกิดขึ้นในรูปของผัสสะ เป็นเหตุให้ก่อให้เกิดความรู้สึกชอบ,ชังในสิ่งที่เกิดขึ้น หากไม่มีเหตุร่วมกันจะไม่มีความรู้สึกใดๆเกิดขึ้น

ตราบใดที่ยังมีกิเลส ย่อมมีความชอบ, ชัง การปล่อยวาง คือ ทำใจให้แยบคาย ได้แก่ มนสิการไว้ในใจพอประมาณ รู้สึกอย่างไร รู้ไปตามนั้น อย่าก่อให้เกิดการกระทำใดๆออกมา

เหตุมี ผลย่อมมี

หากก่อให้เกิดการกระทำใดๆออกมา ไม่ว่าจะทางชอบ, ชัง ตามความรู้สึกขณะนั้นๆ ล้วนมีผลให้ได้รับทั้งสิ้น ทำอย่างไร ย่อมได้รับผลเช่นนั้น เหตุตรงนี้ล้วนเป็นต้นเหตุของการเกิดในครั้งต่อๆไป

หากไม่ได้ก่อให้เกิดการกระทำออกมา แต่มีความรู้สึกนึกคิดอยู่ในใจ เมื่อยังมีเหตุ ย่อมมีผลอย่างแน่นอน มากน้อยอยู่ที่การยึดติดในความคิด เพียงแต่ผลที่ได้รับตรงนี้ไม่มากเท่ากับการได้สร้างเหตุออกไป

ปล่อยวางภายใน

ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม เพียงหมั่นรู้ลงไปในสภาวะต่างๆที่เกิดขึ้นในจิต ยอมรับไปตามความเป็นจริงต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในจิต สักแต่ว่าดู สักแต่ว่ารู้ ตราบใดที่ยังมีกิเลส ย่อมมีการให้ค่า ถ้ามีให้ค่า จงยอมรับว่าให้ค่า

ทุกอย่างล้วนมีเหตุ ให้ค่าแล้วยึดติดก็เกิดจากเหตุ ให้ค่าแล้วไม่ยึดติดก็เกิดจากเหตุ เพียงหมั่นรู้ชัดอยู่ในกาย เวทนา จิต ธรรมบ่อยๆ การให้ค่าจะลดน้อยลงไปเอง จนกระทั่งเห็นตามความเป็นจริงในที่สุด

มีเหตุ ย่อมมีผล

เมื่อปล่อยวางลงไปบ่อยๆได้ ย่อมเห็นตามความเป็นจริงมากขึ้น คือ ความไม่เที่ยง เป็นเหตุให้การคาดเดาที่มีอยู่ลดน้อยลงไป ความรู้สึกนึกคิดที่เป็นเหตุให้ก่อให้เกิดการกระทำใดๆออกมา ย่อมลดน้อยลงไป

เป็นเหตุให้นับวันรู้ชัดอยู่ในกายและจิตมากขึ้น ปัญญาย่อมเกิดขึ้นเนืองๆ เป้นเหตุให้เกิดความเบื่อหน่ายคลายกำหนัดตามสภาวะ ตามความเป็นจริง ไม่ใช่เกิดจากการน้อมเอาคิดเอาเพื่อให้เกิดขึ้นแต่อย่างใด สุดท้ายจิตปล่อยวางลงไปเอง

สภาวะ

สภาวะต่างๆที่เกิดขึ้นทั้งภายนอกและภายในมีไว้ให้กำหนดรู้ ไม่ว่าจะรู้สึกอย่างไร กำหนดรู้ไปตามนั้น มนสิการไว้ในใจ เพียงทำต่อเนื่อง หมั่นรู้ชัดในกายและจิต สภาวะจะดำเนินไปตามสภาวะเอง การปฏิบัติจึงสะดวกสบายเป็นไปตามเหตุ

ปฏิบัติแล้วทุกข์, สุข

ทุกข์, สุข เพราะความไม่รู้ ถึงแม้รู้แล้วก็ยังทุกข์, สุข เพราะยังยึดติดในสภาวะ ยังมีการให้ค่าต่อสภาวะว่าดี,ไม่ดี บางครั้งยึดติดในบัญญัติเรียกนั่นเรียกนี่ ย่อมมีทุกข์บ้าง สุขบ้าง ตามการให้ค่า

บางวันดีระเบิดระเบ้อ บางวันห่วยแบบสุดๆ เหตุเกิดจากไปจดจ้องสภาวะ ว่าจะต้องเป็นแบบนั้น เป็นแบบนี้ พอไม่ได้ดั่งใจบ้าง ได้ดั่งใจบ้าง ตามแต่จะให้ค่าต่อสภาวะที่เกิดขึ้น จึงประสพกับทุกข์, สุขเนืองๆ

เพียงกำหนดรู้

ทุกข์ก็ให้รู้ สุขก็ให้รู้ รู้สึกอย่างไรก็ให้รู้ ยอมรับไปตามความเป็นจริงกับสิ่งที่เกิดขึ้นในจิต รู้ไปตามนั้น รู้ได้บ่อยๆจะเห็นแต่ความไม่เที่ยง จิตจะปล่อยวางลงไปเอง โดยไม่ต้องไปคิดพิจรณาเพื่อให้เกิดการปล่อยวาง

เหตุมี ผลย่อมมี บางคนชอบคิด อยากจะคิดก็คิดไป อุบายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน รู้แค่ว่า สภาวะทั้งหมดนี้ ล้วนเกิดจากเหตุที่ทำมา รู้เพียงแค่นี้ แล้วหมั่นรู้ในกายและจิต รู้เท่านี้มันก็จบ หากยังไม่รู้ย่อมแสวงหาต่อไป

โฆษณา

6 ความเห็น (+add yours?)

  1. จั๊กจั่น
    พ.ย. 07, 2016 @ 04:15:41

    จั่นนึกถึงพี่น้ำมาโดยตลอด ในทุกครั้งที่ระลึกถึงพระคุณ ครูบาอาจารย์ค่ะ ^ ^
    สบายดีค่ะพี่น้ำ ที่หายเงียบไป ไปเรียนรู้ความจริงของชีวิตค่ะ นึกว่าจะไม่รอดแล้ว สภาวะทางจิตน่ากลัวมาก นึกว่าไม่บ้าก็ตายแน่ๆเลยในตอนนั้น
    ตอนนี้เข้าใจความเป็นจริงมากขึ้นแล้วค่ะ เริ่มปฎิบัติแบบสบายๆมากขึ้น ปฎิบัติเหมือนไม่ได้ปฎิบัติเลยค่ะแต่รู้ว่าปฎิบัติอยู่นะค่ะ มันมีปิติเนืองๆตอนอยู่กับสภาวะปัจจุบัน และตอนที่จิตรู้เท่าทันกิเลสค่ะ ไม่รีบแล้ว ทำไปเรื่อยๆอย่างนี้แหละ คริๆ

    ตอบกลับ

    • walailoo
      พ.ย. 07, 2016 @ 09:42:22

      อนุโมทนาค่ะ

      ตอบกลับ

      • จั๊กจั่น
        พ.ย. 08, 2016 @ 04:41:24

        อนุโมทนาเช่นกันค่ะ พี่น้ำ เครื่องมือในตอนนั้นก็มีแต่สติกับคำแนะนำของครูบาอาจารย์เท่านั้นค่ะ ยังจำได้เสมอ..
        ” …สภาวะทุกๆสภาวะหรือสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิตของเราเอง ทุกๆการกระทบที่เกิดขึ้น แล้วส่งผลให้จิตกระเพื่อม ไม่ว่าจะเป็นความชอบหรือชังก็ตาม
        สิ่งที่มากระทบเหล่านั้น ล้วนเคยสร้างเหตุร่วมกันมาทั้งสิ้น ถ้าไม่มีเหตุต่อกันและกัน จิตย่อมไม่เกิดการกระเพื่อม
        ยามที่เกิดการกระทบ มีผลให้จิตเกิดการกระเพื่อม ขอเพียงยอมรับตามความเป็นจริง ไม่ต้องไปคิดแก้ไขใดๆ ไม่ไปชอบหรือชัง หากมีชอบหรือชังเพราะยังยอมรับไม่ได้ จงเก็บมันเอาไว้ในใจ ไม่ก็ระบายออกทางใดทางหนึ่ง โดยไม่ไปสร้างเหตุกับสิ่งที่เข้ามากระทบ”

        นี้คือบทความของ 1ในครูบาอาจารย์ที่จั่นจดจำไว้เสมอมาค่ะ จดเป็นโน็ตเล็กๆไว้ ช่วงนั้นหยิบขึ้นมาอ่านบ่อยมาก
        ขอบคูณนะค่ะ พี่น้ำ^ ^

      • walailoo
        พ.ย. 08, 2016 @ 11:34:42

        ครูมาสอนเนืองๆค่ะ สิ่งที่เกิดขึ้น(ผัสสะ) เป็นเรื่องของ วิบากกรรม/ผลของกรรม เป็นกรรมที่เคยกระทำไว้ในภพก่อนๆ รวมทั้งภพปัจจุบัน
        จึงทำให้ มีผลกระทบทางใจ ทำให้เกิดความรู้สึกนึกคิด

        ผลของกรรม ชดใช้ไป

        กรรมใหม่ เพียรละ
        หากยังมีหลงกระทำ จงยอมรับผลที่ตามมา

        หากอดทนอดกลั้น เพียรละเนืองๆ

        ทุกสิ่งในชีวิตทั้งทางโลกและทางธรรม ย่อมดีขึ้นอย่างแน่นนอนค่ะ

  2. จั๊กจั่น
    ต.ค. 31, 2016 @ 09:58:29

    อ่านบทความพี่วลัยพรนานมาแล้ว กลับมาอ่านอีก ความเข้าใจก็ไม่เหมือนเดิมค่ะ คือมีความเข้าใจมากขึ้น ^ ^ ขอบคุณนะค่ะ จั่นได้ความรู้ความเข้าใจจากพี่เยอะเลยค่ะ

    ตอบกลับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

กันยายน 2011
พฤ อา
« ส.ค.   ต.ค. »
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: