๑ – ๓ ตค.๕๔

๑ ตค.๕๔

เบื่อ

เราโง่มานานเท่าไหร่แล้ว หลงเดินวนรอบเขาวงกต เห็นประตูคิดว่าเป็นทางออก ที่แท้ทางเดิม แต่เปลี่ยนฉากตบแต่งใหม่ ผู้คนที่ผ่านมาล้วนแค่เปลี่ยนการแต่งตัวใหม่ เพราะขาดความสังเกตุ ไม่รู้จักทำตำหนิเอาไว้ จึงเดินวนอยู่อย่างนั้น

ภพชาติก็เช่นเดียวกัน เห็นทุ่งหญ้า สดชื่น รู้สึกชอบ เดินแวะสักหน่อย จอสวนดอกไม้ ชอบอีก แวะสักหน่อย เจอคฤหาสน์พระราชวังตะการตา สวยงามมาก แวะสักหน่อย แวะไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเจอหลุมมึหมาที่ถูกพรมปกปิดไว้

ตกไปในหลุม เจ็บตัวมากๆ พอเจ็บตัว ถึงได้รู้สึกตัวว่า ที่แท้โดนกับดัก เอาสิ่งที่ชอบมาหลอกล่อ เดินชมจนตกหลุม

พอขึ้นจากหลุมได้ เริ่มเดินระวังมากขึ้น เจอสิ่งที่ชอบอีก หลงอีก เดินแวะเวียนชมตามสิ่งที่ชอบ ตกหลุมอีก เจ็บตัวอีก ไม่รู้ตกหลุมกี่ครั้ง นับไม่ได้ ระลึกไม่ได้ เพราะนับไม่ถ้วน ไม่มีประมาณ โง่กับกิเลส ตกเป็นทาสของกิเลส

สนาถา ภิกฺขเว วิหรถ มา อนาถา ทุกฺขํ อนาโถ วิหรติ

ดูก่อนท่านผู้เห็นภัยในวัฏฏสงสารทั้งหลาย พวกท่านจงอยู่มีที่พึ่ง อย่าพากันอยู่ไม่มีที่พึ่ง เพราะว่า คนที่อยู่ไม่มีที่พึ่ง เป็นทุกข์

ภิกฺขุ สติมา โหติ ภิกษุ คือ ผู้เห็นภัยในวัฏฏสงสาร เป็นผู้มีสติ ประกอบด้วยสติ สำหรับรักษาตนเป็นอย่างดี

ภิกฺขุ สนฺตุฏโฐ โหติ ภิกษุ คือ ท่านผู้เห็นภัยในวัฏฏสงสาร เป็นผู้สันโดษ ยินดีในปัจจัย ๔

ภิกฺขุ ปญฺญวา โหติ ภิกษุ คือ ท่านผู้เห็นภัยในวัฏฏสงสาร เป็นผู้มีปัญญาประกอบด้วยภาวนามยปัญญา

เห็นรูปนามตามความเป็นจริง

เห็นพระไตรลักษณ์ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

เห็นความเกิดดับของรูปนาม

เห็นเฉพาะความดับไปของรูปนาม

เห็นรูปนามน่ากลัว

เห็นทุกข์โทษของรูปนาม

เบื่อหน่ายรูปนาม

อยากหลุดพ้นรูปนาม

ตั้งใจปฏิบัติอย่างเต็มที่

วางเฉยในรูปนาม

เห็นอริยสัจ ๔

หน่วงพระนิพพานเป็นอารมณ์ ตัดกิเลสเด็ดขาดเป็นสมุจเฉทประหาน ถึงความสิ้นไปแห่งทุกข์โดยชอบ

เด็ดสระตี่

ปริยัตินี่เด็ดสระตี่จริงๆ ถ้าไม่รู้เท่าทัน เสร็จกิเลสทันที เช่นคำว่า ” หน่วงพระนิพพานเป็นอารมณ์” ตัวหนังสือสวยงาม เป็นคนชอบอ่านนะ สำนวนดูเสนาะ ไพเราะเพราะพริ้งจับใจ กิเลสเล่นงานได้เพราะตัวหนังสือนี่แหละ

สภาวะของเราในตอนนี้ ปริยัติหรือบัญญัติต่างๆไม่มีผลกระทบใดๆกับสภาวะของเรา ไม่มีมาทำให้จิตกระเพื่อมด้วยความอยากแต่อย่างใด รู้ชัดแล้วจึงไม่ยึด เมื่อไม่รู้จึงยึด แต่ไม่รู้ว่ายึดอยู่ก็มี นี่แหละความเนียนของกิเลส

รอบแรก เดิน ๓๐ นาที นั่งที่โซฟา ๑ ๑/๒ ชม.

รอบ ๒ เดิน ๑ ชม. นั่งที่โซฟา ๑ ชม.

สภาวะเบื่อ สอนอะไรๆให้กับเรามากมาย เพราะทุกข์ในสภาวะ จึงเป็นเหตุให้รู้ชัดในรายละเอียดของจิต จึงรู้ว่าวิธีรับมือกับแต่ละสภาวะควรทำอย่างไร กิเลสมีประโยชน์ถ้ารู้จักนำมาใช้ จิตจะคิดพิจรณาตลอดขณะอยู่กับกิเลส เช่น

เวลาดูหนัง ฟังเพลงอะไรก็ตาม จิตจะมีแต่คิดพิจรณาเห็นแต่โทษของความไม่รู้ เห็นแต่เหตุแล้วก็เหตุ ความเพียรจึงเกิดขึ้นเองโดยไม่ต้องไปพยายามทำเพื่ออะไร แต่เพียรเองโดยปกติ ไม่มีกิเลสเข้าไปแทรกในความเพียร เพียรเพราะรู้

เพียรเพราะอยากกับเพียรเพราะเรู้มีสภาวะแตกต่างกัน เพียรเพราะอยากจะประสพแต่ความสุขและทุกข์เนืองๆ เมื่อได้ดั่งใจ จึงเกิดสุข เมื่อไม่ได้ดั่งใจจึงเกิดทุกข์ ทุกข์และสุขล้วนเกิดจากการให้ค่า ไม่ใช่ตามความเป็นจริง

ส่วนความเพียรที่เกิดขึ้นเพราะรู้แล้ว จะเป็นไปอย่างเพียรไม่พัก เพียรแบบสบายๆ เพราะไม่มีความอยาก เพียงแต่เพียรเพราะรู้แล้วว่าทำไมต้องเพียร สิ่งๆต่างๆเหล่านี้ล้วนเกิดจากเหตุที่ทำมาและที่กำลังทำอยู่

เวลากิเลสเกิด มีแต่การยอมรับ ไม่คิดปฏิเสธกับสภาวะกิเลสที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด ยอมรับไปตามความเป็นจริง ก็ยังมีกิเลสนี่นะ ไม่ต้องไปกดข่มแต่อย่างใด เพียงแต่รู้ไๆว้ในใจพอประมาณ ไม่นำเรื่องกิเลสมาสร้างเหตุทุกข์หรือสุขให้กับตัวเอง

เรียกว่าจิตรู้สึกนึกคิดอย่างไร ยอมรับไปตามความเป็นจริง ไม่ปกปิดตัวเอง แล้วกิเลสจะโผล่แบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวขึ้นมาเรื่อยๆ มาแสดงให้เห็นว่า กิเลสที่มีอยู่นั้น เบาบางลงไปบ้างหรือไม่ ยังมียึดติดมากน้อยอยู่แค่ไหน

เช่นเรื่องการปรามาส เคยคิดว่าไม่มีแล้ว ที่ไหนได้ บางครั้งมันโผล่ขึ้นมาโชว์ตัว ยังมีนะไม่ใช่ไม่มี แล้วมันดับหายไปเองโดยไม่ต้องไปพยายามกดข่มเอาไว้แต่อย่างใด จะโผล่ขึ้นมาในระยะสั้นๆ นานมากๆกว่าจะเกิด แต่ถือว่ายังมี

การปรามาสก็คือ มานะกิเลสนี่แหละ เป็นกิเลสที่ละเอียดมากๆ แต่จะโผล่มาในสภาวะแบบหยาบๆคือการปรามาสให้เห็น แล้วจะละเอียดลึกลงไปอีก รายละเอียดจะปรากฏให้เห็นชัดมากขึ้นเรื่อยๆ

เรียนรู้

สภาวะที่เกิดขึ้นทุกๆสภาวะ มีหน้าที่เพียงเรียนรู้ รู้ไปเรื่อยๆ หากแม้นบางสภาวะก่อให้เกิดทุกข์ ให้หยุดเรียนรู้ แล้วเบี่ยงเบนประเด็นออกมา เรียกว่าหลบชั่วคราว โดยใช้กิเลสที่ยังมีอยู่เป็นตัวช่วย เช่น ชอบดูหนัง ฟังเพลงหรืออื่นๆก็ทำไป

เรียกว่าพักชั่วคราว พอจิตห่างจากสภาวะนั้นชั่วคราว ค่อยเรียนรู้ใหม่ บางครั้งสภาวะสมาธิเอื้อได้ ให้จิตพักในสมาธิ พักมากๆมันก็เบื่ออีก เพราะยังมีกิเลส อะไรที่เดิมๆซ้ำๆ ต่อให้สุขมากแค่ไหน มันก็ทำให้เบื่อได้เหมือนกัน

ฉะนั้น ต้องรู้เท่าทันจิต ว่าจิตรู้สึกนึกคิดอย่างไร เพีบยดูตามความเป็นจริงต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในจิต ไม่ว่าจะมีผัสสะเป็นเหตุปัจจัย(สิ่งภายนอก) หรือไม่มีเหตุปัจจัย(เกิดขึ้นเองภายใน) ให้รู้ไปตามนั้น ยอมรับไปตามนั้น ไม่ต้องคิดแก้ไข

ดูปกติเหมือนดูทุกๆสิ่งทั่วๆไป ไม่ต้องไปจดจ้องแบบคอยจับผิด ทำแบบนั้นจะกลายเป็นเพ่ง ผลตามมมาคือ เครียด เพียงดูแบบปกติ ดูแบบธรรมดาๆ เหมือนใช้ชีวิตปกติ เหมือนไปเดินซื้อของ หมั่นสังเกตุความรู้สึกที่เกิดขึ้นในจิต

เมื่อดูบ่อยๆ เห็นบ่อยๆ จะเริ่มรู้เท่าทันต่อสภาวะหรืออาการที่เกิดในจิตทันมากขึ้น จะรู้ตั้งแต่อาการเริ่มจะเกิด กำลังเกิด จนดับหายไปเอง สุดท้ายจะเห็นแต่ความความไม่เที่ยง(อนิจจัง)ไปยึดมั่นถือมั่นอะไรไม่ได้(อนัตตา) เกิดเพราะยังมีเหตุ

ปัญญาเกิดบอกว่า ทุกข์เพราะยึดนี่เอง แล้วจิตจะปล่อยวางลงไปเอง สภาวะอื่นเกิดขึ้นต่ออีก แล้วเรียนรู้เดิมๆซ้ำๆนี่แหละ ข้อสอบมีตลอดเวลา จะถูกให้ทำข้อสอบแบบไม่ตั้งตัวทุกครั้ง สตินี่แหละสำคัญ จึงมีการปรับอินทีรย์ตลอดเพราะเหตุนี้

รอบ ๓

เห็นบางอย่างที่ผิดพลาด เรื่องการเขียนตามความเป็นจริงของเวลาที่ปฏิบัติ เป็นเหตุให้ผู้ที่ยังยึดติดอยู่เกิดการเปรียบเทียบ เป็นเหตุให้ผู้อื่นเกิดความทุกข์กับความอยากได้สภาวะดีๆ ตามที่คิดว่าดี เมื่อไม่ได้ดั่งใจ จึงเกิดทุกข์ เพราะความอยาก

ทุกๆเรื่องราว กว่าจะมองออก กว่าจะรู้ชัด ช่างมีความละเอียดจริงๆ

เสียงกระซิบจากมิติลี้ลับ (Ghost Whisperer Rip)

หนังเรื่องนี้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการสื่อสารกับวิญญาณ เพื่อนำทางที่ถูกต้องให้ไปเกิด

การให้สิ่งดีๆ ที่ดี ที่ถูกว่าดีในความคิดของคนอื่นๆ และเป็นการสร้างเหตุที่ถูกต้อง เป็นเหตุให้จิตอิ่มเอิบมีความสุขเกิดขึ้นทุกๆครั้ง ซึ่งเรื่องหนัง ก็เป็นตัวทำให้จิตคิดพิจรณาทุกๆครั้งที่ได้ดู

๓ ตค.

ระหว่างเดินทาง ขณะที่กำลังนั่งอยู่ในรถ จิตเป็นสมาธิต่อเนื่อง รู้ชัดในสภาวะต่างๆเป็นระยะๆ ข้างนอกวุ่นวาย ข้างในไม่วุ่นวายตาม เสียงสักแต่ว่าเสียง บางครั้งดับสนิทไม่ได้ยินอะไรเลย

รอบแรก ฌดิน ๑ ชม. นั่งที่โซฟา ๑ ชม. ๕๐ นาที

วันนี้จิตคิดพิจรณาสภาวะของ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ตลอดจนสภาวะของญาณ ๑๖ , ความเหมือนและความแตกต่างของสภาวะ อนัตตากับสูญญตา , ความเหมือนและความแตกต่างของอากาสานัญจาฯกับความว่าง

ความเหมือนและความแตกต่างของสภาวะความว่างกับอนัตตา , ความเหมือนและความแตกต่างของสักกายะทิฏฐิกิเลสกับมานะกิเลส , อนัตตากับเหตุของการละสักกายะทิฏฐิ , โคตรภูญาณกับตายเหนือตาย(ตายแล้วเกิดทันทีขณะที่ยังไม่ตาย)

กิเลสเกิด

ขณะที่จิตทบทวนแต่ละสภาวะ มีกิเลสเกิดขึ้น ความอยาก อยากจะเขียนลงบันทึก แต่รู้ชัดแล้วว่า ต่อให้อยากเขียนแค่ไหน ถึงจะเขียนขณะนั้น ไม่มีทางที่จะเขียนรายละเอียดทั้งหมดได้ จะเขียนได้แค่สภาวะที่กำลังเป็นและรู้อยู่จริง

จนกว่าจะถึงสภาวะที่มีตัวรู้หรือตัวปัญญาที่เป็นผลของการปฏิบัติเกิดขึ้น จึงจะเขียนเองได้ทั้งหมดโดยไม่ต้องจำไปเขียน แต่มันอยากได้ข้อความทั้งหมดจริงๆ กิเลสที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ถึงจะมีความอยาก แต่ไม่ไปยึดติดอยู่นาน เมื่อรู้ชัดในสภาวะดี ย่อมไม่ยึด

เพียงแต่เขียนตามความเป็นจริงในขณะที่เกิดความรู้สึกเช่นนั้น หลายครั้งต่อหลายครั้งที่ตัวปัญญาเกิดขึ้น ได้แค่ดู แค่รู้ แต่นำมาท่องจำไม่ได้ เพราะพอออกจากสมาธิ รู้แค่ไหน เขียนได้แค่นั้น ที่เหลือทั้งหมด จะลืมหมด จำไม่ได้เลย

“การให้สิ่งดีๆ ที่ดี ที่ถูกว่าดีในความคิดของคนอื่นๆ และเป็นการสร้างเหตุที่ถูกต้อง เป็นเหตุให้จิตอิ่มเอิบมีความสุขเกิดขึ้นทุกๆครั้ง ซึ่งเรื่องหนัง ก็เป็นตัวทำให้จิตคิดพิจรณาทุกๆครั้งที่ได้ดู”

วันนี้มาอ่านสิ่งที่เขียนไว้เมื่อวาน สภาวะนี้เรียกว่าอุปทาน เป็นการให้ค่าว่าดีต่อผัสสะที่เกิดขึ้น จึงเกิดสุขเพราะถูกใจในสิ่งที่คิดว่าใช่ ทุกสิ่งล้วนมีเหตุปัจจัย จึงมีผลกระทบต่อจิต

แม้กระทั่งเรื่องนี้ “เห็นบางอย่างที่ผิดพลาด เรื่องการเขียนตามความเป็นจริงของเวลาที่ปฏิบัติ เป็นเหตุให้ผู้ที่ยังยึดติดอยู่เกิดการเปรียบเทียบ เป็นเหตุให้ผู้อื่นเกิดความทุกข์กับความอยากได้สภาวะดีๆ ตามที่คิดว่าดี

เมื่อไม่ได้ดั่งใจ จึงเกิดทุกข์ เพราะความอยาก ทุกๆเรื่องราว กว่าจะมองออก กว่าจะรู้ชัด ช่างมีความละเอียดจริงๆ ”

นี่ก็เป็นอีกเหตุที่ให้ค่า เพราะทุกๆสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตของแต่ละคน ล้วนมีเหตุมาก่อนทั้งสิ้น ผลจึงเป็นเช่นนั้น ใครจะเป็นอะไรอย่างไร ต้องวาง นั่นเหตุของเขา เรากำลังแก้ตัวเราเองอยู่ เขาต้องแก้ที่ตัวเขาเอง ใครจะนึกคิดอะไร นั่นเหตุของเขา

รอบ ๒ เดิน ๑ ๑/๒ ชม. นั่งที่โซฟา ๔๕ นาที

รอบ ๓ เดิน ๑ ชม. นั่งที่โซฟา ๑ ชม.

โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

ตุลาคม 2011
พฤ อา
« ก.ย.   พ.ย. »
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: