๑๓ – ๑๕ ตค. ๕๔

๑๓ ตค.

รอบแรก เดิน ๑ ๑/๒ ชม. นั่ง ๑ ชม.

รอบ ๒ เดิน ๑/๒ ชม. นั่ง ๑ ๑/๒ ชม.

รอบ ๓ เดิน ๒ ๑/๒ ชม. นั่ง ๔๐ นาที

๑๔ ตค.

เบื่อหนออออ

ชีวิตคนเรามีเท่านี้เองหนอออ มีชีวิตวนๆอยู่กับเรื่องเดิมๆซ้ำๆ นี่แหละหนออ เหตุของความไม่รู้ เพราะไม่เคยสังเกตุ ไม่เคยสนใจในตัว สนใจแต่นอกตัว จึงตกเป็นทาสของกิเลสได้อย่างง่ายดาย ภพชาติจึงไม่รู้จบ

แค่สลับสับเปลี่ยนฉาก เปลี่ยนเปลือกไปตามเหตุปัจจัยที่ทำไว้ มีแค่นี้จริงๆ นอกนั้นไม่ได้มีอะไรเลย มีเกิด แก่ เจ็บ ตาย ไม่ตายด้วยน้ำมือพวกเดียวกัน ก็ตายด้วยภัยธรรมชาติ ไม่ว่าจะตายแบบไหน ล้วนเป็นตามเหตุปัจจัยที่ทำไว้

เพราะไม่รู้จึงยึด แม้กระทั่งตกตายไปแล้วก็ยังยึด ยึดเพราะความไม่รู้ ทั้งทุกข์และสุขล้วนเป็นสมมุติที่เกิดจากการยึดทั้งนั้น ไม่ยึดก็ว่าง ว่างก็ยังมีสมมุติอยู่ เพราะตราบใดที่ยังมีการเกิด สิ่งต่างๆเหล่านี้ล้วนเป็นเพียงสมมุติ

พ่อ แม่ พี่ น้อง ญาติ สามี ภรรยาฯลฯ ล้วนเป็นสสมุติ เหตุที่ทำมาร่วมกัน จึงทำให้สลับสับเปลี่ยนบทแสดงไปตามเหตุปัจจัยที่มีต่อกัน เพราะความไม่รู้จึงยึด ทุกข์,สุขเกิดขึ้นก็เพราะยึด อยู่ก็เพราะสมมุติ ไม่อยู่ก็เพราะสมมุติ

ตราบใดที่ยังมีการเกิด ล้วนมีแต่สมมุติ ที่กลายเป็นตัวตน เกิดความรู้สึกต่างๆขึ้นมา ล้วนเกิดจากเหตุที่ยึดติดในสมมุติทั้งสิ้น

รอบแรก เดิน ๔ ชม. นั่ง ๔ ชม.

ชีวิตที่เป็นวงกลม สภาวะภายใน ตากระทบรูป หูได้ยินเสียง ลิ้นชิมรส จมูกดมกลิ่น กายสัมผัส ความรู้สึกนึกคิด

สภาวะภายนอก สภาพแวดล้อมต่างๆ เปรียบเสมือนภาพวิวต่างๆที่เปลี่ยนไปมา เปลี่ยนแค่ฉาก จึงทำให้ดูแตกต่าง แท้จริงแล้ว แค่ภาพหลอกลวง เป็นกลลวงของกิเลส ล้วนเป็นเพียงภาพมายา ซึ่งเป็นไปตามเหตุที่ทำลงไปด้วยความไม่รู้ที่มีอยู่

เพราะไม่รู้จึงหลงยึด ติดในภาพ ติดในเปลือก ติดในบัญญัติต่างๆ แล้วนำมาสร้างเหตุ ภพชาติเกิดตลอดเพราะความไม่รู้ที่มีอยู่ พอรู้แล้ว มองเห็นวัฏฏจักรของชีวิตในแต่ละช่วงเวลาที่ผ่านไป มันน่าเบื่อจริงๆ ชีวิตทั้งหมดมีเท่านี้จริงๆ

๑๕ ตค.

รอบแรก เดิน ๑ ๑/๒ ชม. นั่ง ๑ ชม. ๒๐ นาที

เห็นรายละเอียดของสภาวะกิเลสต่างๆชัดมากขึ้น โดยเฉพาะสภาวะมานะกิเลส เห็นตัวสภาวะชัดมากขึ้นเรื่อยๆ การเอ่ยถึงบุคคลที่ ๓ ไม่ว่าจะแนวทางการปฏิบัติแบบไหนๆก็ตาม ส่วนมากเป็นสภาวะมานะกิเลสที่เนียนมากๆ

เมื่อรู้ชัดในสภาวะมากขึ้น เป็นเหตุให้การเขียนถึงบุคคลที่ ๓ ระมัดระวังในการเขียนมากขึ้น กิเลสนี่มันเนียนจริงๆ ถ้าไม่มีบันทึกหลักฐาน คงโง่งมกับกิเลสไปอีกนาน ผิดแล้ว ย่อมไม่ทำผิดซ้ำซาก มีแต่ทำผิดน้อยลง เพี่ะเกิดความระวังมากขึ้น

รอบ ๒ เดิน ๑ ๑/๒ ชม. นั่ง ๑ ชม.

เรียนรู้ที่จะยอมรับ

สภาวะทุกๆสภาวะที่เกิดขึ้น ทั้งภายนอกและภายใน เรามีหน้าที่เรียนรู้ เพื่อที่จะยอมรับตามความเป็นจริงทั้งสิ่งที่เกิดขึ้นภายนอก และสิ่งที่เกิดขึ้นภายใน

ภายนอก คือ เรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิต ซึ่งล้วนเกิดจากเหตุที่ทำไว้ทั้งสิ้น ตัวเองนี่แหละ ไม่ใช่ใครหรืออะไรที่ไหนมาทำให้เกิดขึ้นเพียงแต่จะรู้ตามความเป็นจริงของเหตุตรงนี้ได้แล้วหรือยัง

ภายใน คือ สิ่งที่เกิดขึ้นในจิต ขณะที่ผัสสะต่างๆเกิดขึ้น ได้แก่ ความรู้สึกนึกคิดต่างๆ ซึ่งเป็นธรรมดา ไปห้ามความรู้สึกนึกคิดไม่ได้ แต่ห้ามการกระทำได้ เพราะรู้ชัดในเหตุของสภาวะต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิตนั้นว่าเกิดจากอะไรเป็นเหตุปัจจัยให้เกิด

วิธีการเรียนรู้

วิธีการที่จะเรียนรู้สภาวะต่างๆที่เกิดขึ้นทั้งภายนอกและภายในได้ตามความเป็นจริงของตัวสภาวะ ไม่ใช่เกิดจากความรู้สึกนึกคิดของตัวเราเอง จะเรียนรู้ได้ ต้องรู้ชัดอยู่ภายใน กายในกาย เวทนาในเวทนา จิตในจิต ธรรมในธรรมเนืองๆ

Advertisements

1 ความเห็น (+add yours?)

  1. prillvy
    ต.ค. 19, 2011 @ 17:42:32

    กดไลท์แรงๆให้เพจดีดีแบบนี้ค่ะ

    ตอบกลับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

ตุลาคม 2011
พฤ อา
« ก.ย.   พ.ย. »
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: