๑๖ – ๑๘ ตค. ๕๔

๑๖ ตค.

วันนี้ไปทำบุญทอดกฐินร่วมกับน้องๆ และแม่ที่บวชแม่ชี เรียกว่าแม่ไม่สึกแล้ว

อย่างฮา

ก็มีเรื่องอาๆเกี่ยวกับการปฏิบัติ อันนี้เป็นเรื่องการปฏิบัติของแม่เอง เกี่ยวกับสมาธิ คือ เรื่องบัญญัติหรือคำเรียกต่างๆ สภาวะเหล่านี้เกิดกับทุกคน เราเองก็เคยเป็นมาก่อนจึงเข้าใจในความรู้สึกเหล่านี้ดี

ฌาน

การแผ่เมตตา จะได้ผลทันตาเห็นก็ต่อเมื่อ เราต้องทำได้ก่อน การแผ่นั้นจึงจะได้ผลแบบเต็มๆ เรื่องของแม่และน้องก็เช่นกัน ทุกอย่างเริ่มต้นจากเหตุ ผลจึงเป็นเช่นนั้น และเหตุปัจจุบันที่กำลังทำขึ้นมาอีก

จากที่แม่ไม่เคยนั่งสมาธิเลย เอาแต่นอนทำสมาธิ คือ หลับอย่างเดียว ซึ่งเราได้แผ่เมตตา กรวดน้ำให้กับแม่มาตลอด รวมถึงน้องๆด้วย ต้องหาอุบายในการพูด ต้องนำสิ่งที่เขาเชื่อมาเชื่อมโยง เป็นเหตุให้ได้ปฏิบัติแบบไม่รู้ตัวกัน

ทุกอย่างล้วนมีเหตุจริงๆ

ตอนอยู่วัดพุทโธ แม่วุ่นวายอยู่กับการดูแลพระและโรงครัว ต่อมาแม่ไปประจำวัดพุทโธ สาขากลางดง หนทางลำบากมากๆ เข้าไปลึกมากๆ ห่างไกลผู้คน วัดนี้กินเจ จึงไม่ลำบากเรื่องอาหาร ผลหมากรากไม้เยอะในป่า หน่อไม้อีกมีเยอะมากๆ

จะมีชาวบ้านนำผลไม้ ตลอดจนพืชผักมาถวายพระเสมอๆ ที่วัดจึงไม่ขาดแคลนเรื่องอาหาร

เมื่อไปอยู่วัดนี้ มีแม่ชีไปอยู่ด้วยอีกคน เป็นคนดูแลเรื่องอาหาร แถมชะตาไม่ต้องกับแม่ เรียกว่าเข้ากันไม่ค่อยได้ เป็นเหตุให้แม่ไม่ต้องไปยุ่งเรื่องครัวและการทำกับข้าว แต่ไปคอยดูแลความเป็นอยู่ของพระแทน นี่เหตุมันมีนะ

เมื่อมีเวลาว่างมากขึ้น แม่จึงมีเวลานั่งสมาธิ แม่เริ่มชอบทำการสมาธิ แต่ไม่รู้ว่าชอบ เวลาแม่โทรฯมา หรือเราโทรฯไปหา แม่จะบอกว่า แม่ชอบเข้าฌานสมาบัติ เราฟังที่แรกไม่แน่ใจ ถามย้ำอีกที แม่ก็ยืนยันคำพูดเดิม ว่าแม่ชอบเข้าสมาบัติ

เออนะ …. เราฟังแล้วรู้สึกขำๆ ไม่แตกต่างกันเลย เหมือนกันหมดสภาวะนี้ ติดบัญญัติ ให้ค่าต่อสภาวะ เราเคยเป็นมาก่อน เข้าใจดี เราบอกว่าดีแล้วแม่ อนุโมทนาด้วย อย่าทิ้งการเดินจงกรมล่ะ แม่บอกว่าเดินตลอด แม่เป็นคนชอบเดิน

คนเดินจงกรม จะมีสภาวะที่เด่นชัด คือ มีสุขภาพแข็งแรง ไม่ค่อยเจ็บป่วย เป็นคนอดทน ต่อการเดินทางไกลๆ

การเดินจงกรม เดินบ่อยๆ เดินไปเรื่อยๆ เพียงรู้อยู่ที่เท้า รู้ชัดอยู่ที่อิริยาบทเคลื่อนไหวของกาย รู้ชัดในความรู้สึกนึกคิดต่างๆที่เกิดขึ้น สภาวะใดเกิดขึ้น รู้ไปตามนั้น แต่อย่าไปยึดติดในสิ่งที่รู้ เพราะสิ่งที่รู้เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

ใช้เวลา

ใช้เวลามาหลายปี ในการแผ่เมตตาให้กับแม่และน้องๆ ว่าขอให้พบเส้นทางที่พาไปสู่นิพพาน เฉกเช่นเดียวกับทางที่เราเคยผ่านมา ทั้งแม่และน้องเริ่มเข้าที่เข้าทางไปทีละเล็กละน้อย แต่เขายังไม่รู้กัน มีเราเท่านั้นที่รู้ชัดในสภาวะที่เกิดขึ้นทั้งหมด

เหตุมี ผลย่อมมี

น้องๆเริ่มทำบุญทำทานมากขึ้น เพราะแม่เป็นเหตุ แม่จะเชื่อในเรื่องโชคชะตา ตำราหมอดูว่าปีไหนตกอะไร เราเองก็เคยดูแบบนั้นมาก่อน เชื่อจริงๆ เพราะตรงจริงๆ ยิ่งเชื่อ ยิ่งตรง เป็นเรื่องที่แปลกอีกหนึ่งเรื่อง ในเรื่องของความเชื่อ

ตั้งแต่แม่บวชชี น้องๆไปทำบุญบ่อย เพราะที่วัดพุทโธ จะมีการทำบุญใหญ่อยู่เรื่อยๆ น้องคนที่มีรถยนต์ หยุดเมื่อไหร่ จะชวนญาติพี่น้องไปทำบุญตามที่แม่บอกว่า แม่จะคอยดูดวงว่า ชะตาคนไหนเป็นยังไง แล้วจะโทรฯบอก

เริ่มเข้าที่เข้าทาง

น้องคนที่พูดคุยกับเราอย่างต่อเนื่อง จะค่อนข้างวิตกกังวลในสิ่งที่แม่นำมาบอก ซึ่งทุกอย่างล้วนเป็นเหตุ ในเมื่อน้องหมั่นสร้างเหตุดี มีความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ ผลบุญจึงส่งผลเร็วมากๆ ทำให้น้องเข้าสู่เส้นทางการดับที่ต้นเหตุของทุกข์

เราบอกกับน้องว่า ไม่ต้องไปคิดอะไร ให้ทำเหมือนเดิมที่เราเคยแนะนำไป เวลาสวดิติปิโสมากกว่าอายุ ให้นั่งสมาธิไปด้วย เสร็จแล้วแผ่เมตตา กรวดน้ำให้เจ้ากรรมนายเวร ตามที่มีอยู่ในแผ่เมตตาและบทกรวดน้ำ

ถ้าวันไหนเหนื่อย ไม่มีเวลา ไม่ต้องสวดมนต์ ให้นั่งสมาธินิดหนึ่งพอ กี่นาทีก็ได้แล้วแต่น้อง จะ๕ นาทีหรือไม่ถึงก็ได้ แล้วตั้งใจแผ่เมตตา กรวดน้ำไป ทำแบบที่เคยทำ แผ่ไปให้หมด ทำแบบนี้ทุกๆวัน อย่าขาด แล้วทุกอย่างจะดีขึ้นเอง

๑๗ ตค.

รอบแรก เดิน ๑ ชม. นั่ง ๓ ชม.

ขณะที่นั่งไปสักพัก รู้สึกว่าสมาธิแผ่วๆลงไป ลืมตาดูเวลา นั่งไปได้ ๑ ชม. คิดว่าแค่นี้พอแล้ว ขณะที่กำลังแผ่เมตตา กรวดน้ำ จิตเป็นสมาธิขึ้นใหม่อย่างต่อเนื่อง สมาธิไม่คลายตัว ยังคงรู้สึกอย่างนั้นจนกระทั่งกรวดน้ำเสร็จ ก็นั่งต่อยังไม่ลุก

นั่งไปจนกระทั่งรู้สึกกำลังสมาธิแผ่วตัวลง จึงแผ่เมตตา กรวดน้ำใหม่อีกครั้ง นั่งไปทั้งหมด ๓ ชม. สภาวะไม่แน่นอนจริงๆ ถ้าจิตยังไม่อิ่มตัว จิตจะยังไม่ถอนตัวออกมาจากสมาธิ ถ้าอิ่มตัวแล้ว จิตจะถอนตัวออกมาเอง แม้ขณะนั้นเป็นสมาธิอยู่

รอบ ๒ เดิน ๒ ๑/๒ ชม. นั่ง ๑ ชม.

๑๘ ตค.

รอบแรก เดิน ๑ ชม. นั่ง ๑ ๑/๒ ชม.

รอบ ๒ เดิน ๓ ชม. นั่ง ๕๐ นาที

โฆษณา

ตุลาคม 2011
พฤ อา
« ก.ย.   พ.ย. »
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: