สมถะในปัจจุบัน (ตอนที่ ๘)

การเจริญสมาธิภาวนาที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงไว้ด้วยหัวข้อว่า จิตฺตํ โดยพระบาลีว่า

สีเล ปติฏฺฐาย นโร สปญฺโญ จิตฺตํ ปญฺญญฺจ ภาวยํ

ดังนี้ประการหนึ่ง กับอีกประการหนึ่ง โดยเหตุที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงสมาธิไว้อย่างย่อสั้นมาก ไม่ต้องกล่าวถึงที่จะเจริญภาวนา แม้แต่เพียงจะเข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง ก็ไม่ใช่เป็นสิ่งที่จะกระทำได้ง่ายเลย

แต่อย่างไรก็ดี ขึ้นชื่อว่าภาวนาฝ่ายกุศลแล้ว ที่จะไม่มีกำจัดกิเลส มีราคะเป็นต้น หรือที่ไม่เป็นอุปการะแก่คุณธรรม มีศัรทธาเป็นต้น เป็นอันไม่มี ข้อนี้สมด้วยพระดำรัสที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงไว้ ซึ่งมีในเมฆิยสูตรว่า

พึงเจริญธรรม ๔ ประการให้ยิ่งๆ ขึ้นไป คือ พึงเจริญอสุภกัมมัฏฐานทั้งหลาย เพื่อประหานเสียซึ่งราคะ

พึงเจริญเมตตา เพื่อประหานเสียซึ่งพยาบาท

พึงเจริญอานาปานสติ เพื่อกำจัดเสียซึ่งมิจฉาวิตก

พึงเจริญอนิจจสัญญา เพื่อถอนซึ่งอัสมิมานะ
อง. นวก. (ไทย) ๒๓/๓/๔๓๔, ขุ. อุ. (ไทย) ๒๕/๓๑/๒๓๕-๒๓๖

แม้ในราหุลสูตร พระผู้มีพระภาคก็ได้ทรงแสดงพระกัมมัฏฐาน ๗ ประการ โปรดพระราหุลเถระเพียงองค์เดียว โดยมีนัยอาทิว่า

ราหุล เธอจงเจริญซึ่งภาวนา อันมีเมตตาเป็นอารมณ์ …. ม. ม. (ไทย) ๑๓/๑๒๐/๑๓๐

เพราะเหตุฉนี้ นักศึกษาจงอย่าได้ทำความยึดถือเพียงแต่ในถ้อยคำแถลงที่แสดงไว้ว่า กัมมัฏฐานอย่างโน้นเหมาะสมแก่จริตบุคคล ประเภทโน้น พึงค้นคว้าแสวงหาอรรถาธิบายในคัมภีร์ต่างๆ ทั่วไปเถิด

การวินิจฉัยกัมมัฏฐานกถาโดยพิศดาร ในหัวข้อสังเขปว่า เรียนเอาเฉพาะพระกัมมัฏฐานอย่างใดอย่างหนึ่ง ในบรรดาพระกัมมัฏฐาน ๔๐ ประการ ยุติเพียงเท่านี้

จากคัมภีร์วิสุทธิมัรรค พระพุทธโฆสเถระ รจนา
สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสภมหาเถระ) แปลและเรียบเรียง

หมายเหตุ:-

จากเรื่องการเจริญสมาธิภาวนานั้น ส่วนมากจะกล่าวไว้เพียงเรื่องพระกัมมัฏฐาน ๔๐ ประการ

พระอาจารย์ได้อธิบายเรื่องจริตต่างๆ และกรรมฐานทั้ง ๔๐ รวมทั้งเรื่องของสมาธิต่างๆไว้อย่างพิศดารและแยบคาย ทั้งเรื่องของจริยา และจริตต่างๆว่าเหตุแท้จริงมาจากไหน

ซึ่งบทความอาจจะมีประโยชน์สำหรับผู้ที่มีเหตุร่วมกัน และอาจจะไม่มีประโยช์แก่ผู้ที่ไม่มีเหตุร่วมกัน เมื่อเห็นในเรื่องของเหตุและผลเช่นนี้แล้ว จึงไม่ได้นำมาแสดงไว้ ณ ที่นี้

เนื่องจาก ผู้เขียนต้องการอรรถสำคัญในเรื่องที่มาของคำเรียก สมถะ-วิปัสสนาในปัจจุบัน ว่ามีที่มาอย่างไร

แม้กระทั่งเรื่องของคำเรียกวิปัสสนาญาณที่มีปรากฏขึ้นในปัจจุบัน มีที่มาอย่างไร ซึ่งจะนำมาแสดงในหัวข้อเรื่อง วิสุทธิ ๗ และญาณ ๑๖

ส่วนเรื่องการเจริญอิทธิบาท ๔ สมาธิที่ผู้เขียนได้เคยกล่าวถึงไว้บ้างนั้น ในคัมภีร์วิสุทธิมรรค มีเนื้อหาเพียงดังนี้ว่า มีปรากฏอยู่ในพระสูตร โดยยึดหลักของเหตุปัจจัยที่ทำให้เกิดสมาธิ โดยแยกเป็นอธิบดีทั้ง ๔ ได้อรรถาอธิบาย โดยมีพระบาลีสมอ้างดังนี้ คือ :-
(คำว่า “สมอ้าง” พระอาจารย์ท่านบันทึกไว้เช่นนั้น)

ถ้าภิกษุทำฉันทะให้เป็นอธิบดีแล้ว ได้สมาธิ ได้ภาวะที่จิตมีอารมณ์อันเดียว สมาธินี้เรียกว่า ฉันทาธิปติสมาธิ

ถ้าภิกษุทำวิริยะให้เป็นอธิบดีแล้ว ได้สมาธิ ได้ภาวะที่จิตมีอารมณ์อันเดียว สมาธินี้เรียกว่า วีริยาธิปติสมาธิ

ถ้าภิกษุทำจิตให้เป็นอธิบดีแล้ว ได้สมาธิ ได้ภาวะที่จิตมีอารมณ์อันเดียว สมาธินี้เรียกว่า จิตตาธิปติสมาธิ

ถ้าภิกษุทำวิมังสาให้เป็นอธิบดีแล้ว ได้สมาธิ ได้ภาวะที่จิตมีอารมณ์อันเดียว สมาธินี้เรียกว่า วิมังสาธิปติสมาธิ

โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

ธันวาคม 2011
พฤ อา
« พ.ย.   ม.ค. »
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: