๑๙ ตค.(กรรม)

ภิกษุทั้งหลาย ! เรากล่าวซึ่งเจตนา ว่าเป็นกรรม.

ภิกษุทั้งหลาย ! เหตุเกิดของกรรมทั้งหลาย ย่อมมี เพราะความเกิดของผัสสะ.

ภิกษุทั้งหลาย ! ความดับแห่งกรรม ย่อมมี เพราะความดับแห่งผัสสะ.

ภิกษุทั้งหลาย ! มรรคมีองค์ ๘ นี้นั่นเอง เป็นกัมมนิโรธคามินีปฏิปทา.
ฉกฺก. อํ. ๒๒/๔๖๔/๓๓๔.

 

คันฉ่อง ส่องกรรม

“ราหุล ! กระจกเงามีไว้สำาหรับทำาอะไร ?

“ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ! กระจกเงามีไว้สำาหรับส่องดู พระเจ้าข้า !”.

“ราหุล ! กรรมทั้งหลาย ก็เป็นสิ่งที่บุคคลควรสอดส่อง
พิจารณาดูแล้วดูเล่าเสียก่อน

จึงทำลงไป ทางกาย, ทางวาจา หรือ ทางใจ

ฉันเดียวกับกระจกเงานั้นเหมือนกัน”.
ม. ม. ๑๓/๑๒๕/๑๒๘
จะรู้ชัดในเรื่องของกรรมได้ ต้องรู้แจ้งใน สภาวะ ปฏิจจสมุปบาท

จะรู้แจ้ง ในสภาวะ ปฏิจจสมุปบาทได้ ต้องรู้แจ้งใน สภาวะ นิพพาน

จะรู้แจ้ง ในสภาวะ นิพพานได้ ต้องรู้แจ้งใน สภาวะ อุปทานขันธ์ ๕

จะรู้แจ้ง ในสภาวะ อุปทานขันธ์ ๕ได้ ต้องรู้แจ้งใน สภาวะ อริยสัจ ๔

จะรู้แจ้ง ในสภาวะ อริยสัจ ๔ ได้ มีแต่ มรรค มีองค์ ๘ เป็นทางให้ถึง หรือแจ้งในสภาวะที่กล่าวมาได้

วิธีการ ทำให้เกิด มรรค มีองค์ ๘ คือ โยนิโสมนสิการ

ภายนอก ขณะ ผัสสะเกิด/ชีวิตประจำวัน สิ่งใดกระทบ แล้วทำให้เกิด ความรู้สึกยินดี ยินร้าย ให้สักแต่ว่าดู สักแต่ว่ารู้ สักแต่ว่าเห็น อย่าสร้างเหตุออกไป ตามความรู้สึกนึกคิดที่เกิดขึ้น

เป็นเหตุให้ ปัญญาเกิด ได้แก่ สิ่งใดเกิดขึ้น สิ่งนั้นย่อมดับไป เป็นธรรมดา ตามเหตุปัจจัยที่มีอยู่

และภายใน ขณะปฏิบัติ ไม่ว่ามีสิ่งใดเกิดขึ้น ขณะจิตไม่ตั้งมั่น หรือ จิตตั้งมั่นอยู่ สักแต่ว่าดู สักแต่ว่ารู้ สักแต่ว่าเห็น

ทั้งภายนอก และภายใน มีสภาวะที่เกิดขึ้น เหมือนๆกัน คือ

ทุกข์ สุข ที่เกิดขึ้น เพราะ อุปทานหรือสังโยชน์ ที่ยังมีอยู่

ทุกข์ สุข ที่เกิดขึ้น ไม่เที่ยง แปรปรวนตลอดเวลา

ทุกข์ สุขที่เกิดขึ้น บังคับให้เกิด หรือให้หาย/ดับ ตามความต้องการไม่ได้

เป็นเหตุให้ ปัญญาเกิด ได้แก่ สิ่งใดเกิดขึ้น สิ่งนั้นย่อมดับไป เป็นธรรมดา ตามเหตุปัจจัยที่มีอยู่

เหตุมี ผลย่อมมี เหตุไม่มี(ไม่สานหรือสร้างต่อ) ผลย่อมไม่มี

เพียง หยุดสร้างเหตุนอกตัว และ ทำความเพียรต่อเนื่อง มรรค และ อริยมรรค มีองค์ ๘ ย่อมเกิดขึ้น ตามเหตุปัจจัย

การชดใช้กรรม

มรรค มีองค์ ๘ คือ หนทาง ให้ถึง ความดับแห่งกรรม ทั้งกรรมเก่า และกรรมใหม่

กรรมเก่า ได้แก่ สิ่งที่เกิดขึ้น ณ ปัจจุบัน ขณะ

กรรมใหม่ ได้แก่ เหตุ ที่กำลังจะสร้างให้เกิดขึ้นใหม่ เพราะ อวิชชา ความไม่รู้ ที่ยังมีอยู่

คือ ไม่รู้ชัดในผัสสะ ไม่รู้ชัด ไม่รู้ชัดในความรู้สึกนึกคิด ที่เกิดขึ้น ที่มีผัสสะ เป็นเหตุปัจจัย

เหตุของความไม่รู้ ที่ยังมีอยู่ เป็นเหตุให้ หลงสร้างเหตุทาง มโนกรรมบ้าง วจีกรรมบ้าง กายกรรมบ้าง

ตามแรงผลักดัน ของกิเลส/ตัณหา ที่เกิดขึ้นภายใน เป็นเหตุให้ ก่อให้เกิดภพชาติใหม่ ให้เกิดขึ้นเนืองๆ

มรรคมีองค์ ๘ คือ หนทางให้ถึงความดับแห่งกรรม ทั้งเก่าและใหม่ โดยตัวของมรรคเอง ซึ่งได้แก่ โยนิโสมนสิการ

กรรมที่แก้ได้ คือ กรรม ณ ปัจจุบัน

กรรมหรือเหตุที่กำลังจะสร้างให้เกิดขึ้น ในปัจจุบัน สามารถแก้ไขได้ โดยการไม่สานต่อ ไม่ตอบโต้ เพียงแค่ดู แค่รู้ ยอมรับว่า ยังมีอยู่และเป็นอยู่ (สิ่งที่เกิดขึ้นในใจ)

กรรมในอดีต ส่งผล ในรูปของ ผัสสะ ที่เกิดขึ้น ณ ปัจจุบัน แต่ละขณะๆๆๆๆ

สามารถแก้ไขได้ ด้วยการดับที่ ต้นเหตุ ได้แก่ หยุดสร้างเหตุ ที่เกิดจาก ความรู้สึกยินดี ยินร้าย ที่เกิดขึ้น เพราะ ผัสสะ เป็นเหตุปัจจัย

เราไม่สามารถทำให้กรรม ที่ได้กระทำไปแล้ว(อดีต) ให้เป็นโมฆะ โดยมรรค มีองค์ ๘ หรือ อริยมรรค มีองค์ ๘

ให้ดู พระพุทธเจ้า เป็นตัวอย่าง ทรงพระสัพพัญญู ยังต้องชดใช้กรรม ที่ทรงมีกับ พระเทวทัติ และหลายๆเรื่อง ที่พระองค์ ทรงพบกับวิบากกรรมต่างๆ ตามเหตุปัจจัย ที่ยังมีอยู่

ให้ดู พระโมคคัลลานะ เป็นตัวอย่าง ขนาดมีฤทธิ์ และเป็นอริยะ ยังหนีไม่พ้นกรรม ที่ได้กระทำไว้

ให้ดูองคุลีมาล และอีกหลายๆท่าน เป็นตัวอย่าง

คือ กรรมทั้งหมด ในอดีต ไม่สามารถทำให้กรรมนั้นๆ เป็นโมฆะได้ แต่สามารถดับกรรมนั้นๆลงได้ด้วย มรรคหรืออริยมรรค มีองค์ ๘ ที่แจ้ง และยังไม่แจ้ง แต่ปฏิบัติด้วยศรัทธา โดยยึดหลัก โยนิโสมนสิการ

ไม่ว่าจะปฏิบัติ รูปแบบใดๆก็ตาม ส่งผลเหมือนกันหมด หากใช้หลัก โยนิโสมนสิการ คือ หยุดนอก รู้ใน สภาวะ จะดำเนินอย่างต่อเนื่อง ตามเหตุปัจจัยเอง ไม่มีสะดุด ไม่มีติดขัด

ที่สะดุด และติดขัด หรือเกิดอุปกิเลส เกิดจาก ความยึดมั่นถือมั่น อุปทาน ที่ยังมีอยู่ ตามเหตุปัจจัย ซึ่งสามารถใช้หลักโยนิโสมนสิการ ให้หลุดจากสภาวะนั้นๆได้

สภาวะการชดใช้ ที่แท้จริง คือ สิ่งที่เกิดขึ้นกับใจ ใจที่เป็นทุกข์ บีบคั้น ความทนอยู่ได้ยาก นั่นแหละ คือ รูปแบบของการชดใช้ ของกรรม หรือเหตุปัจจัย ที่ยังมีอยู่

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

พฤศจิกายน 2012
พฤ อา
« ต.ค.   ธ.ค. »
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: