อย่าหาเหาใส่หัว

อย่าหาเหาใส่หัว

อย่านำเหตุของคนอื่น มาสร้างเป็นเหตุใหม่ ให้เกิดขึ้นกับตัวเอง

 

 

การเกิดล้วนเป็นทุกข์

เป็นคนชอบเขียน ไม่ชอบสอน ภพชาติจะเนิ่นนาน ตราบใดที่ยังมีกิเลส ไม่ขอแตะ เพราะรู้รสชาติเหล่านั้นดี ผ่านมาหมดแล้ว

ส่วนใครอ่าน รู้สึกนึกคิดอย่างไร แล้วแต่เหตุปัจจัยที่มีต่อกัน

โฆษณา

กรรมฐาน รักษาทุกสภาวะ

เห็นแต่ความรู้สึก ยินดี/ยินร้าย นอกนั้น ไม่ได้มี(ห่า) อะไรเลย ชีวิตน่าเบื่อจริงๆ(พับผ่า)

โลกภายนอก เรียนเท่าไหร่ เรียนไม่จบ

โลกภายใน ได้แก่ กายและจิต รู้เมื่อไหร่ มีแต่จบๆๆๆๆๆๆๆ

แต่กว่าจะจบ เฮ้อออ … ชีวิตน่าเบื่อจริงๆ

 

 

กรรมฐาน รักษาทุกสภาวะ

ไม่ว่าสภาวะที่เกิดขึ้น หรือกำลังเป็นอยู่ มีสภาวะใดๆก็ตาม สมาธิที่เกิดขึ้น จะเกิดขึ้นตามเหตุปัจจัย ที่เป็นอยู่

กำลังสมาธิ ที่เกิดขึ้นแต่ละขณะ มีกำลังมากน้อย ไม่เท่ากัน แล้วแต่เหตุปัจจัย ของสภาวะแต่ละสภาวะ

ในดีมีเสีย ในเสียมีดี

สภาวะเบื่อที่เกิดขึ้น นับวันรู้ชัดในความรู้สึก ของคนที่ไม่อยากมีชีวิตอยู่ รู้ว่า อาการแบบไหน ที่เป็นเหตุให้ คนฆ่าตัวตาย

ทำไมในสมัยพุทธกาล ขณะฆ่าตัวตาย ทำไมจึงสำเร็จมรรคผลได้ ขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัยของแต่ละคนจริงๆ ใช่ว่าจะเกิดขึ้นเหมือนกันหมด

เรียนรู้

ทุกๆสภาวะที่เกิดขึ้น มีหน้าที่ คือ รู้ในสิ่งที่เกิดขึ้น รู้ในความรู้สึกนึกคิดที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ไปรู้นอกตัว ให้รู้อยู่แต่ในตัว

ในตัว รู้ที่ใจ จบที่ใจ อย่าสร้างเหตุออกไป ตามแรงผลักดันของกิเลส ที่เกิดขึ้น

นอกตัว ล้วนเป็นเหตุที่เกิดขึ้น ตามเหตุปัจจัย ที่มีอยู่ เพียงยอมรับไป
สิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ย่อมจบลงไปตามเหตุปัจจัยเอง

วันนี้ สภาวะเบื่อเกิดแต่เช้า ทำสมาธิตั้งแต่ ๘ โมงเช้า แรกๆรู้สึกตัวดี ต่อมาดับสนิท เป็นเวลา ๕ ชม.

สิ่งแรกที่เกิดขึ้น เมื่อเริ่มรู้สึกตัว คือ เสียง เสียงรถที่กำลังวิ่งอยู่

ส่วนกาย ยังไม่รู้ รู้แค่เสียงอย่างเดียว สมาธิยังคงเกิดต่อเนื่อง มีโอภาส เริ่มรู้ที่กายได้ทีละน้อย รู้ที่อกเคลื่อนไหวเบาๆ เริ่มรู้ทีละส่วนของกาย ยังรู้แบบเบาๆ เสียงที่ได้ยิน หายไป

รอจนสมาธิคลายตัวลง แผ่เมตตา กรวดน้ำ

๒๙ พย.๕๕(หงุดหงิด กับ โกรธ)

แยกอารมณ์

บางคนถามว่า จะรู้ได้อย่างไร ว่าไม่ใช่ความโกรธ

อารมณ์โกรธ เป็นความรู้สึกแบบหยาบๆ ในอารมณ์โกรธ สิ่งที่เกิดร่วมด้วย ณ ขณะนั้นๆคือ อาจมีคำพูดประชดประชันอีกฝ่าย ถึงไม่พูดออกมา ก็ยังมีความคิดไม่ดีต่ออีกฝ่าย

จากโกรธ เป็นเกลียด 

เมื่อมีความเกลียดชังอีกฝ่าย จะเริ่มมีการสาปแช่งอีกฝ่าย หรือ อยากให้อีกฝ่าย มีอันเป็นไปในทางร้ายๆ หรือ อยากให้อีกฝ่าย เจอแบบเดียวกับสิ่งที่ตนนั้นเป็นอยู่ ได้แก่ มีแต่ความปรารถนาร้าย มากกว่า ปรารถนาดีต่อ อีกฝ่าย

บางครั้ง เหตุของ อวิชชาที่มีอยู่ การกระทำบางสิ่ง ที่คิดว่า ปรารถนาดีต่อผู้อื่น อาจเป็นปรารถนาร้าย แต่ไม่รู้ ก็มีอยู่

ซึ่งต่อมากลายเป็น ความพยาบาท จองเวรซึ่งกันและกัน ถ้าอีกฝ่ายหนึ่ง ไม่ยอมเช่นกัน

จริงๆแล้ว เรื่องสภาวะอารมณ์เหล่านี้ ถ้าถามว่า จำเป็นที่จะต้องรู้ไหม
คำตอบ คือ แล้วแต่เหตุปัจจัยของแต่ละคน

แต่สำหรับตัวเองนั้น มองว่า มันเป็นเรื่องปกติ ที่มีเกิดขึ้นอยู่แล้ว เพราะ ยังมีกิเลสอยู่ แค่รู้ตามความเป็นจริง ไม่ต้องใส่ชื่อ แซ่ หรือคำเรียก ในสิ่งที่เกิดขึ้น

ทีนี้ เนื่องจาก สัญญามีอยู่ ด้วยความเคยชิน พอมีอะไรเกิดขึ้น มักจะใส่คำเรียกต่างๆลงไป ในสิ่งที่เกิดขึ้น ว่านี่คือ นั่น นั่นคือนี่

การปฏิบัติ ไม่ใช่ การเอาจิต ไปผูกมัด ไว้กับคำเรียกใด คำเรียกหนึ่ง แต่ควรผูกจิต ไว้กับสติ ใหมีสติ รู้อยู่ กับสิ่งที่เกิดขึ้น

ไม่ว่า จะเกิด ความรู้สึกนึกคิดใดๆก็ตาม หรือ มีสภาวะใดๆ เกิดขึ้นก็ตาม พึงมีสติรู้อยู่ ณ ขณะนั้นๆ

อย่านำ ความมีตัวตน หรือ เอาตัวตนที่มีอยู่ เข้าไปสอดแทรก ในสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น สภาวะจะดำเนินไปตามเหตุปัจจัยเอง ไม่เกี่ยวกับคำเรียกต่างๆ

ผลของการปฏิบัติต่อเนื่อง/ความฟุ้งซ่าน กับ การปฏิบัติ

ผลของการปฏิบัติต่อเนื่อง

ไม่ว่าสร้างเหตุอย่างใด ผลย่อมมีเกิดขึ้น อย่างแน่นอน การปฏิบัติ ก็เช่นเดียวกัน

วันนี้ อาจมีข้ออ้างสารพัด ในการทำ ทำไม่ต่อเนื่อง เหตุเพราะ ทุกข์ ที่คิดว่า ทุกข์ ยังทุกข์ไม่จริง

หากทุกข์จริง จะปฏิบัติแบบยอมตาย มอบกายถวายชีวิต เพราะ ไม่มีอะไร ที่จะต้องคิดอีกแล้ว เห็นแต่ความทุกข์ ที่เกิดขึ้นเนืองๆ จนแทบไม่อยากมีชีวิตอยู่ อีกต่อไป

เพียงอดทน ปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าอะไรเกิดขึ้น ก็แค่รู้ เพราะ ไปบังคับบัญชาให้หายไป ไม่ได้ มีหน้าที่เพียง รู้ในสิ่งที่เกิดขึ้น รู้ไป ณ ขณะนั้นๆ

 

 

ความฟุ้งซ่าน กับ การปฏิบัติ

บางสภาวะ บางคนมุ่งหวังในเรื่องผล ของการปฏิบัติ เมื่อเกิดความฟุ้งซ่าน ก็นำความฟุ้งซ่าน มาเป็นข้ออ้าง ในการเลิกปฏิบัติ

อย่ามุ่งประเด็น ในการปฏิบัติว่า จิตต้องเป็นสมาธิอย่างเดียว หรือ จะต้องนั่งอย่างเดียว
ไม่ว่า จะยืน เดิน นั่ง นอน ในอิริยาบท ๔ และในอิริยาบทย่อยอื่นๆ ล้วนเป็นการปฏิบัติทั้งสิ้น

เมื่อปฏิบัติ ในรูปแบบ ถ้านั่ง แล้วฟุ้ง มีความคิดต่างๆเกิดขึ้นมากมาย ให้ลุกขึ้นเดิน

การเดิน จะทำให้ ความคิดที่กำลังเกิดขึ้น ผ่อนคลายลง

การใส่คำบริกรรมสำทับลงไปในการเดิน เช่น พุทโธก็ดี ขวาย่างหนอ ซ้ายย่างหนอ ก้าวหนอ หรือแม้กระทั่งคำบริกรรมอื่นๆก็ดี เป็นการกำหนดต้นจิต ผูกจิตไว้กับสติ ให้รู้อยู่กับการเดินมากขึ้น แม้กระทั่ง ในอิริยาบทอื่นๆ ก็เช่นเดียวกัน

ถ้าถามว่า แล้วความฟุ้งซ่าน ที่กำลังเป็นอยู่ จะหายไปไหม
คำตอบ ไม่หายไปทันที ทันใด แต่จะเกิดบ้าง หายบ้าง สลับไปมา อันนี้เป็นสภาวะปกติ ที่จะต้องเจอกัน ขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัยที่มีอยู่ และที่กำลังสร้างขึ้นใหม่

ถ้ามีเวลามากพอ อาจจะเดิน ๑ชม. หรือ ๒ ชม. เหตุของแต่ละคน ไม่เหมือนกัน

วลัยพรเคยเจอสภาวะนี้มาแล้ว ฟุ้งมากๆ นั่งไม่ได้เลย เห็นความคิดที่เกิดขึ้น ชัดเจน
ใช้วิธีปรับอินทรีย์ โดยการเดินจงกรม บางรอบ เดินถึง ๓ ชม. ก็มี พอนั่งต่อ สงบแค่ ๕ นาที

มีท้อบ้าง แต่ยังคงทำต่อเนื่อง ทำทุกวัน เพราะ ตอนนั้น ทุกข์มากๆ เดินนี่ น้ำตากลบหน้า ที่ต้องทำ ทำเพราะ ไม่อยากทุกข์

แล้วก็ผ่านสภาวะนั้นมาได้ เป็นเหตุให้รู้ว่า จิต ถ้าไม่มีสมาธิหล่อเลี้ยงอยู่ จะเห็นความคิดที่เกิดขึ้น ชัดมากๆ จะเห็นแต่ความทุกข์ ที่เกิดขึ้นอยู่

สมาธิ เป็นตัวช่วยกดข่ม อารมณ์ต่างๆ แม้กระทั่ง ความคิด ให้ลดกำลังลงไปส่วนหนึ่ง
สติ เป็นตัวช่วย ให้จิต อยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ ในส่วนหนึ่ง

แก้กรรม

แก้กรรม

กรรมในอดีต ไปแก้ไขอะไร ไม่ได้ ที่แก้ได้ คือ ปัจจุบัน

การแก้กรรม ต้องแก้ด้วย การทำกรรมฐานเท่านั้น คือ แก้ในตัว ไม่ใช่ไปคิดแก้นอกตัว

โดยเฉพาะ ผู้ที่ทำให้พ่อแม่ น้ำตาตกใน หรือทำให้พ่อแม่ เกิดความทุกข์ใจเนืองๆ เมื่อมา ทำกรรมฐาน ทำเท่าไหร่ ก็ทำไม่ขึ้น ทำแล้ว เจอแต่อุปสรรค
เหตุเพราะ แก้ไม่ถูกจุด

แก้ต้องแก้ให้ถูกจุด นอกจากทำกรรมฐาน ต้องเลี้ยงดูบุพการี เอาใจใส่ เอื้ออาทรต่อบุพการี ดูสารทุกข์

สุข ของบุพการี

ไม่ใช่สักแต่ว่า จะทำกรรมฐาน อย่างเดียว แต่ไม่เอาใจในความเป็นอยู่ของบุพการี มีแต่สร้างเหตุให้บุพการีทุกข์ใจเนืองๆ แก้ ต้องแก้ให้ถูกจุด

ชีวิตครอบครัว ก็เช่นเดียวกัน ไม่ใช่สักแต่ว่า จะทำกรรมฐานอย่างเดียว แต่ขาดการดูแล เอาใจใส่ต่อครอบครัว

เมื่อยังเป็นฆราวาส ต้องรู้สิ่งที่ควรทำ ทางโลก และทางธรรม ต้องก้าวไปพร้อมๆกัน หากลำเอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง มักเจออุปสรรค ในการปฏิบัติเนืองๆ

พฤศจิกายน 2012
พฤ อา
« ต.ค.   ธ.ค. »
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: