เดอะซีรีย์(สภาวะ)

ดีใจมากมาย สภาวะเข้าที่เข้าทางมากขึ้น

นี่แหละหนา สักแต่ว่า …. เหตุมี ผลย่อมมี

สร้างเหตุของการดับต้นเหตุ ผลที่ได้รับ นั่นคือ ความดับของต้นเหตุ เป็นเหตุให้ ไม่ต้องมาเวียนว่ายในวัฏฏสงสารอีกต่อไป

หากยังมีเหตุ ย่อมมีผลอยู่ เป็นเรื่องธรรมดา

เมื่อรู้เช่นนี้ได้ มีหน้าที่เพียง พยายามไม่สร้างเหตุนอกตัว และหมั่นรู้ชัดอยู่ภายใน กายและจิตเนืองๆ

เมื่อสร้างเหตุของ ภพชาติปัจจุบันสั้นลง(การไม่สร้างเหตุนอกตัว และการรู้ชัดอยู่ภายในกายและจิต) ภพชาติในวัฏฏสงสาร ไม่ต้องพูดถึง

เหตุมี ผลย่อมมี เหตุไม่มี ผลย่อมไม่มี

เหมือนดูซีรีย์เรื่องยาว เป็นเรื่องราวของวลัยพรเอง เขียนไปเรื่อยๆ จนกว่าชีวิตจะจบสิ้นลงไป

ไปวัด ๕ วัน

ขณะปฏิบัติ มีแต่นิมิต เห็นแต่ทุกข์

ชีวิตประจำวัน ยืน เดิน นั่ง นอน แม้กระทั่งขับถ่าย ก็เห็นแต่ทุกข์

รู้ดีว่า สภาวะเป็นอย่างไร เพียงแค่ดุ แค่รู้ ว่ามีสภาวะใดเกิดขึ้น ทุกสรรพสิ่ง ไม่มีอะไรเที่ยงแท้แน่นอน เกิดเพราะ มีเหตุปัจจัยอยู่ ดับลงไป ก็เพราะเหตุปัจจัยอีก

หากยังมีเหตุอยู่ สภาวะ/ทุกสรรพสิ่ง ย่อมเกิดๆๆดับๆๆ แบบนี้ เพียงแค่ดู แค่รู้ ทุกๆสภาวะหรือสิ่งที่เกิดขึ้น ย่อมจบลงไปตามเหตุปัจจัยเอง

เมื่อมีสภาวะใดเกิดขึ้น จะมีสภาวะหนึ่งมารับมือหรือทดแทน มีเหตุจริงๆ ช่วงนี้เจอแต่สภาวะทุกข์

ก็จะได้ไปวัด ๕ วัน

วันนี้เตรียมของทั้งของตัวเองและเจ้านาย เจ้านายเริ่มปรับเปลี่ยนตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ หลายๆสิ่ง หลายๆอย่าง ที่ได้เรียนรู้มาจากวัด

การไปนอนค้างที่วัด ทำให้รู้ว่า ควรเตรียมเสื้อผ้า มากน้อยแค่ไหน ข้าวของที่เตรียม เริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น ที่ขาดไม่ได้ คือ ยาทากันยุงของเจ้านาย

ห้องพักผู้ชาย มักมีคนมาเปิดประตูทิ้งไว้ กลางคืน ยุงจะเยอะมาก อีกอย่าง ช่วงนี้ ทางสถานปฏิบัติธรรม เขาเอาของทำบุญ ของใส่บาตรชุดเล็ก มีจำนวนเยอะมาก เอาไปเก็บในห้องพักชาย ยุงเลยถือโอกาสทำเป็นที่อยู่อาศัยชั่วคราว

ไปครั้งนี้ ก็นำของไปทำบุญกับผู้ปฏิบัติ พวกน้ำปานะ โอวัลติน กาแฟ น้ำตาลทราย คอฟฟี่เมต

เพียงหยุดสร้างเหตุนอกตัว และทำความเพียรต่อเนื่อง สภาวะใดเกิดขึ้น แค่ดู แค่รู้ รู้สึกนึกคิดอย่างไร รู้ไปตามนั้น แล้วสภาวะจะดำเนินไปตามเหตุปัจจัยเอง

บ่วง

ไม่ใช่ญาติ ก็เหมือนญาติ เพราะ ผู้ที่เกิดมาร่วมชะตากรรม ไม่ว่าจะรู้จักหรือไม่รู้จักก็ตาม

ทั้งๆที่มีโอกาส โอกาสสร้างเหตุของการไม่เกิด

พูดไปก็เท่านั้น เห็นหรือไม่เห็น แล้วแต่เหตุของแต่ละคน

ส่วนตัวเราเอง ก็ต้องก้าวเดินต่อไป ได้แค่มอง แล้วก็วาง

เมื่อยังวางไม่หมด ก็เขียนมันออกมา ชีวิตก็มีแค่นี้เอง สร้างหรือดับ สุดแต่เหตุของแต่ละคน อยู่ที่ใครจะมองเห็น และรู้เท่าทัน

บ่วงใดๆ ไม่สามารถร้อยรัด หรือฉุดดึง เอาไว้ได้

วันนี้ เห็นแต่ภาพในอดีต เห็นแต่เหตุที่ทำไว้ ด้วยความไม่รู้ ในแต่ละชาติ ทั้งชีวิตคู่ ทั้งเราและเขา ผลัดกันทำร้ายมาหลายครั้ง ต่อหลายครั้ง

ภาพต่างๆที่มองเห็น เป็นการตอกย้ำ ขึ้นชื่อว่า การเกิด ล้วนเป็นทุกข์ ต่อให้เกิดมาเป็นเจ้าขุนมูลนาย ต่อให้เกิดมาร่ำรวยมากแค่ไหน ไม่ว่าจะเกิดในฐานะใดๆ หรือ เกิดมาเป็นเพศไหน ก็ตาม ล้วนเกิดจากเหตุที่ทำมาทั้งสิ้น

ภาพต่างๆที่มองเห็น ในแต่ละขณะ ทำให้ต้องสะอื้นออกมา การเกิดนี้หนอ ล้วนแต่มีทุกข์ แต่เพราะ ความหลง จึงคิดว่า สุข กว่าจะพบทางเดิน ทำผิดกับผู้อื่นมากมายยิ่งนัก

ได้ยินเสียงเรียกเบาๆ คุณนาย ตื่นเถิด คุณนายตื่นเถิด กลับมารู้ที่กาย รู้ถึงกายที่เคลื่อนไหวอยู่ สำรวมจิต แผ่เมตตา กรวดน้ำ ให้เหล่าสรรพสัตว์ทั้งหลาย ที่ล้วนเกิดมาเวียนว่ายในวัฏฏสงสารด้วยกัน เหตุของความไม่รู้ ถ้ารู้ จะไม่ทำร้ายกัน จะไม่มีมาว่ากัน

วันนี้ ถึงแม้จะไม่ได้อยู่ในสมาธิ นานมากแบบทุกครั้ง แต่ก็อยู่ในสมาธิ ๓ ชม. กว่าๆ มีโอภาสเกิดเป็นระยะๆ

อย่ากล่าวโทษนอกตัว

คำว่า อภิรยา หรือ อสามี ปรมา ลาภา ล้วนเป็นคำกล่าวโทษนอกตัว เหตุจาก ความไม่รู้ที่ยังมีอยู่

 

ตัวอย่างที่ดี และเป็นตามความเป็นจริง มีปรากฏให้เห็นอยู่

ทีนี้ ขึ้นอยู่กับว่า เหตุปัจจัย สร้างกันมาอย่างไร

พระพุทธเจ้า ไม่เคยสอน ให้กล่าวโทษนอกตัว มีแต่สอน ให้ดูที่ตัวเอง

“ท่านพึงมีความดำริอย่างนี้ว่า ดูกรท่านผู้เจริญ เราถูกจิตนี้ล่อลวงให้หลง มานานแล้วหนอ เราเมื่อยึดมั่นก็ยึดมั่นแต่รูปเท่านั้น เมื่อยึดมั่นก็ยึดมั่นแต่เวทนาเท่านั้น

เมื่อยึดมั่น ก็ยึดมั่นแต่สัญญาเท่านั้น เมื่อยึดมั่นก็ยึดมั่นแต่สังขารเท่านั้น เมื่อยึดมั่นก็ยึดมั่นแต่วิญญาณเท่านั้น

เพราะอุปาทานเป็นปัจจัยภพจึงมีแก่เรานั้น เพราะภพนั้นเป็นปัจจัย จึงมีชาติ เพราะชาติเป็นปัจจัย

จึงมีชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส อุปายาส ความเกิดขึ้นแห่งกองทุกข์ทั้งสิ้นนี้ ย่อมมีด้วยประการฉะนี้.

[๒๙๑] ข้าพเจ้าเลื่อมใสต่อพระโคดมอย่างนี้แล้ว ท่านพระโคดมย่อมทรงสามารถ
เพื่อแสดงธรรมแก่ข้าพเจ้า โดยประการที่ข้าพเจ้าไม่เป็นคนบอด ลุกขึ้นจากอาสนะนี้ได้.
ดูกรมาคัณฑิยะ ถ้าเช่นนั้น ท่านควรคบสัตบุรุษ เพราะเมื่อใดท่านคบสัตบุรุษ เมื่อนั้น ท่านจักได้ฟังธรรมของสัตบุรุษ

เมื่อท่านได้ฟังธรรมของสัตบุรุษ ท่านจักปฏิบัติธรรม สมควรแก่ธรรม เมื่อท่านปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ท่านจักรู้เอง เห็นเองว่า โรค ฝี ลูกศ คืออันนี้ โรค ฝี ลูกศร จะดับไปโดยไม่เหลือในที่นี้

เพราะอุปาทานของเรานั้นดับ ภพจึงดับ เพราะภพดับ ชาติจึงดับ เพราะชาติดับ ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส อุปายาสก็ดับ ความดับแห่งกองทุกข์ทั้งสิ้นนี้ ย่อมมีด้วยประการฉะนี้.

http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/v.php?B=13&A=4769&Z=5061#287

ความทุกข์ ดูง่ายๆ คนที่ว่า หรือตำหนิติติง หรือกล่าวโทษนอกตัว นั่นแหละ คือ เขากำลังทุกข์ใจ

เหตุของความไม่รู้ กิเลสที่เกิดขึ้นในจิต บดบังสภาพตามความเป็นจริง ทำให้ไม่รู้ว่า ตนเองกำลังเสวยอารมณ์ของความทุกข์อยู่

หากมีใจที่สงบ จะไม่มีการว่าใครเลย นิดเดียวก็ไม่มี

เหตุของความไม่รู้ที่มีอยู่ เป็นเหตุให้ สร้างเหตุแห่งทุกข์(การเกิด) แต่ไม่รู้ว่าทุกข์

เห็นแต่เหตุของการเกิด เห็นแบบนั้นจริงๆ ทุกๆครั้ง ที่ผัสสะเกิด

ผู้ที่คิดแนะนำ หรือ คิดสอนผู้อื่นก็ดี นั่นแหละ เหตุปัจจัยของการสร้างเหตุของการเกิด

สอนเขา แนะนำเขา พอสภาวะเกิดขึ้นกับตัวเอง เหตุของความไม่รู้ที่มีอยู่ ย่อมไม่รู้ว่า เกิดขึ้นจากอะไร ย่อมหลงสร้างเหตุของการเกิด

นี่แหละ ภพชาติเกิดขึ้นเนืองๆ เพราะเหตุนี้ เหตุมี ผลย่อมมี

แล้วจะไปโทษใครได้ ล้วนเกิดจากเหตุปัจจัย ที่มีอยู่เท่านั้นเอง ทั้งเขาและเรา ล้วนไม่แตกต่างกัน

รู้ที่จิต จบที่จิต ทำได้ทุกๆขณะ ภพชาติสั้นลง

เรื่องสภาวะ เป็นเรื่องที่ละเอียดมากๆ แต่อย่างที่บอก สภาวะให้ละเอียดมากแค่ไหน จบทุกสิ่งลงได้ ด้วยการกระทำ

เรื่องรายละเอียดของสภาวะต่างๆ เพียงหยุดสร้างเหตุนอกตัว และทำความเพียรต่อเนื่อง ถึงเวลา เหตุปัจจัยพร้อม เดี๋ยวมีเหตุให้รู้เอง รู้จากจิต จะรู้โดยสัญญา เมื่อไม่ยึดติด สภาวะสัญญา สภาวะปัญญา จะเกิดขึ้นตามเหตุปัจจัยเอง

กรรม

ราหุล ! เมื่อกระทำกรรมใดด้วยกายแล้ว พึงพิจารณากรรมนั้นว่า

“กายกรรมที่เรากระทำแล้วนี้ เป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนเองบ้าง เบียดเบียนผู้อื่นบ้าง เบียดเบียนทั้งสองฝ่ายบ้าง เป็นกายกรรมที่เป็นอกุศล มีทุกข์เป็นกำไร มีทุกข์เป็นวิบาก หรือไม่หนอ” ดังนี้.

ราหุล ! ถ้าเธอพิจารณา รู้สึกอยู่ดังนั้นไซร้, เธอพึงแสดง พึงเปิดเผย พึงกระทำให้เป็นของหงาย ซึ่งกายกรรมนั้น ในพระศาสดา หรือในเพื่อนสพรหมจารี ผู้เป็นวิญญูชนทั้งหลาย,

ครั้นแสดง ครั้นเปิดเผย ครั้นกระทำ ให้เป็นของหงายแล้ว พึงถึงซึ่งความระวังสังวรต่อไป.

ราหุล ! ถ้าเธอพิจารณา รู้สึกอยู่ดังนี้ว่า

“กายกรรมที่เรากระทำแล้วนี้ ไม่เป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนเองบ้าง ไม่เป็นไปเพื่อเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง ไม่เป็นไปเพื่อเบียดเบียนทั้งสองฝ่ายบ้าง เป็นกายกรรมอันเป็นกุศล มีสุขเป็นกำไร มีสุขเป็นวิบาก” ดังนี้.

เหตุของการ รู้ชัดในเรื่อง กรรม(ปฏิจจสมุปบาท)

ราหุล ! เธอพึงอยู่ด้วยปีติและปราโมทย์ ตามศึกษาในกุศลธรรมทั้งหลายอยู่ ทั้งกลางวัน และกลางคืนเถิด.
(ในส่วนของวจีกรรมและมโนกรรม ก็ทรงตรัสในทำนองเดียวกัน).
ม. ม. ๑๓/๑๒๖/๑๒๙

อุจจาระตกค้าง

ปกติ เป็นคนถ่าย ไม่เป็นเวลา ที่เห็นอยู่อย่างหนึ่ง คือ ถ้าไปทานอาหารนอกบ้าน ทานเสร็จ เข้าห้องน้ำทันที ซัดเข้าไปเท่าไหร่ ออกหมดเกลี้ยง เรียกว่า กินเสียเงิน ยังไม่พอ กินเสียของด้วย

อ่านเจอสูตร การขจัดอุจจาระตกค้าง เหมือนการฝึก การขับถ่ายให้เป็นเวลา ลองนำมาใช้ดู

ตอนนี้เริ่มต้นโดย

ปกติ ตื่นตี ๕ ทุกวัน นั่งสมาธิทุกเช้า จนถึง ๖ โมงเช้า หลังจากนั้น เตรียมอาหารมือเช้าให้เจ้านาย และเก็บของที่เจ้านายใช้ ใส่กระเป๋าให้เรียบร้อย ทั้งถุงเท้าด้วย นอกจากซัก ยังต้องเตรียมให้ทุกเช้า และขัดรองเท้า เตรียมไว้ให้ ก่อนเจ้านายใส่ ฮาๆๆๆๆๆๆๆ

เหตุที่ต้องขัดก่อนใส่ เพราะ หลังทำความสะอาด ลงกีวีทิ้งไว้ ยังไม่ขัดทันที ใช้เเมื่อไหร่ ถึงจะขัด เพราะ กีวีที่ลงไว้ จะรักษาหนัง ให้ชุ่มชื้น เวลาขัด หนังจะขึ้นเงา ดีกว่า ลงกีวี แล้วขัดออกทันที

เจ้านายมีรองเท้าประจำวัน มีครบทุกวัน ใส่ไม่ซ้ำคู่ เป็นฝีมือการหารองเท้ามือสอง ของวลัยพรเอง

เมื่อก่อน เจ้านายมีรองเท้าน้อยคู่ ซื้อใหม่ที ตกคู่ละ พันห้า เสียดายตังค์นะ ขนาดซื้อลดราคานะนั่น

พอดี ไปเจอร้านรองเท้ามือสอง ติดแอร์(ห้างแฮปปี้แลนด์) เจอรองเท้ายี่ห้อ ฮัทป๊อปปี้ เป็นรองเท้าหนังที่ใส่แล้ว นุ่มสบายเท้า ได้มาสองคู่ คู่ละ ๑๙๙ บาท เริ่มซื้อเพิ่มให้เจ้านายมีใส่ครบทุกวัน ตอนนี้มีทั้งหมด ๑๕ คู่ มีหลากหลายยี่ห้อ หลายหลายราคา จะดูสภาพหนัง และสภาพรองเท้า เป็นหลัก

รองเท้า อย่าไปติดค่านิยม ว่าต้องมือหนึ่ง เงิน กว่าจะหามาได้ ต้องทำงาน ต้องรู้จักนำมาใช้ ให้คุ้มค่าที่สุด

เสื้อ ชอบซื้อของ ลีวาย ให้เจ้านาย ที่ห้างโลตัส จะมีเชลล์ ของยี่ห้อลีวาย มีทั้งเสื้อและกางเกงยีนส์

เสื้อยืดของลีวาย เนื้อผ้าจะดี ส่วนมากนำมาSale ลดถึง ๕๐% กว่าจะซื้อสีให้ถูกใจ ต้องเปลี่ยนหลายรอบ

เริ่มต้นเรื่อง อุจจาระ จบท้ายเรื่อง รองเท้า เข้ากันดีจริงๆ ฮาๆๆๆๆๆๆๆ

ตามสูตรของ อุจจาระตกค้าง

อุจจาระตกค้าง

เค๊าว่า “อุจจาระตกค้าง ” อุจจาระตกค้าง เนื่องมาจาก
1. เคี้ยวอาหารไม่ละเอียด
2.. กินอาหารที่มีกากใยน้อย
3. มีพยาธิ หรือ เชื้อรา ทำให้ระบบย่อยอาหารผิดปกติ
4. ระบบดูดซึมเสีย เพราะน้ำมันพืชเคลือบ ทำให้น้ำที่ดื่มเข้าไป ไม่หมุนเวียน
5. ไม่ถ่ายอุจจาระเวลา 05.00-07.00 เช้า

หากถ่ายอุจจาระ หลังเวลา 7 โมงเช้า ลำไส้จะบีบให้อุจจาระขึ้นไปข้างบน เวลาถ่าย จะถ่ายไม่หมด แต่ไม่รู้ตัว ที่ปลายลำไส้จะมีประสาทปลายทวาร
เมื่อมีอุจจาระที่เหลวพอ มาจ่อปลายทวาร ประสาทจะส่งสัญญานบอกสมองให้ปวดอึ หลัง 7 โมงเช้า

ลำไส้จะทำงานไม่เป็นปกติ บีบอุจจาระให้ขาดช่วง เวลาถ่ายจนรู้สึกว่าหมดแล้ว เราก็หยุด แต่ความจริง อุจจาระท้ายขบวนยังไม่ออก แต่มันถูกดันกลับขึ้นไป ไม่มาจ่อปลายทวาร ทำให้เราไม่ปวดอึ เราก็นึกว่าหมดแล้ว
อุจจาระที่ค้างไว้นี้ ก็จะเกาะที่ผนังลำไส้พอมีอุจจาระใหม่ที่เหลวกว่า มันก็แซงหน้าไปก่อน แต่มันไม่สามารถดันพวกที่ค้างแข็งให้ออกไปได้ พวกที่ค้างแข็งไว้ ก็เกาะติดแน่น

ฉะนั้น ทุกวันที่ถ่าย มันก็ถ่ายเฉพาะอึที่เหลวพอ ส่วนที่เหลือ ก็เกาะไปเรื่อย ๆ อุจจาระตกค้างจะไปทับเส้นเลือดต่าง ๆ

ในกระเพาะและ กดทับกระดูกหลัง ทำให้เกิดอาการมากมาย เช่น ท้องอืด ปวดหลัง ปวดขา ปวดกล้ามเนื้อที่ไหล่และสะบัก เวียนหัว อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ เป็นฝ้า ไมเกรน และ อื่น ๆ

“นั่นแหละเป็นที่มา..ที่คุณหมอพรทิพย์เขียนไว้ว่า เวลาผ่าศพจะเจออุจจาระตกค้างในลำไส้อย่างน่าตกใจบางศพ มีน้ำหนักอุจจาระถึง 10 กิโล”

การนำอุจจาระตกค้างออกจึงจำเป็นต้องหาว่าเป็นที่สาเหตุใดใน 5 สาเหตุข้างต้น แต่ถ้าสามารถได้รับการตรวจด้วยลูกดิ่งเพนดูลั่มก็จะรู้ได้
สำหรับท่านที่ไม่สะดวกในการเดินทางมาให้ตรวจก็แนะนำให้ถ่ายพยาธิเสียก่อน แล้ว ลองสูตรอาหารดังต่อไปนี้

1. เม็ดแมงลัก 2 ช้อนชา ผสมน้ำ 1 แก้ว ทิ้งไว้ 30 นาที ดื่มก่อนนอน
เม็ดแมงลักจะลากอุจจาระตกค้างออกมา ทานเป็นปกติได้ทุกวัน หรือ 3-4วันต่อสัปดาห์ แล้วแต่จะชอบ

2. นมสด 2 กล่อง (รวมจะได้ประมาณ 500 มิลลิตร) และ กล้วยน้ำว้า 2 ลูก ทานก่อน 6 โมงเช้า
ช่วงแรกควรทานติดกัน 3 วัน หากถ่ายก่อน 7 โมงเช้าเป็นปกติได้แล้ว ก็ลดมาเป็นสัปดาห์ละ 2 ครั้ง หรือ ตามที่เห็นสมควร

3. ทานผักบุ้ง 2 กำมือ ผัด หรือ ต้ม ทำอาหารตามใจชอบ ผักบุ้งจะลากอุจจาระตกค้างออกมา

ส่วนเม็ดแมงลักก็มีสรรพคุณ คือ มักจะถูกนำไปทำเป็นอาหารสำหรับผู้ที่ต้องการลดความอ้วน เนื่องจากเม็ดแมงลักไม่ก่อให้เกิดพลังงาน และยังมีสรรพคุณเป็นยาระบาย ช่วยให้ขับถ่ายสะดวก แถมยังช่วยลดไขมันในเส้นเลือด
และช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจอีกด้วย

วิธีรับประทานก็ให้นำเมล็ดแมงลักประมาณ 2 ช้อนชา ผสมน้ำร้อน 1 แก้ว หรือจะชงกับน้ำผึ้งหรือน้ำสมุนไพรต่าง ๆ ก็ได้

ข้อควรระวัง จะต้องรอให้เม็ดแมงลักพองตัวเต็มที่เสียก่อนจึงค่อยกินไม่เช่นนั้น แทนที่จะช่วยระบาย ก็กลับจะทำให้ท้องผูกแทน

นำมาจากเฟสบุ๊คค่ะ

สภาวะเจ้านาย

เจ้านาย เป็นคนที่ทำสมาธิ ให้เกิดขึ้นได้ง่าย สำหรับสภาวะของเจ้านายเอง
เหตุจาก ฟังรายละอียด ที่วลัยพร พูดดเรื่องสภาวะของจิตเป็นสมาธิ อย่างไรจึงเรียกว่า สมาธิ

สิ่งที่ฟังบ่อยๆ เดิมๆซ้ำๆ และมารู้ชัดด้วยตัวเอง เหตุนี้ เรื่อง การทำให้จิตเป็นสมาธิ จึงไม่ใช่เรื่องง่ายหรือยาก สำหรับเจ้านาย เกิดจากเหตุปัจจัยนั่นเอง

ถ้าบอกว่า ง่าย คนอื่นอาจจะพูดได้ว่า ของเขาง่ายกว่า

ถ้าบอกว่า ยาก คนอื่นอาจพูดได้ว่า ของเขายากกว่า

วิธีดับเหตุของแดนเกิด เมื่อรู้แล้ว จึงระวังมากขึ้น สิ่งที่คนอื่นคอมเม้นมา ทำให้เห็นรายละเอียดหรือช่องโหว่ที่ยังมีอยู่ เป็นเหตุให้ อุดรอยรั่ว ได้ทันมากขึ้น

เรื่อง สมาธิ ว่าจะเขียนต่อ ก็ไม่ได้เขียน เพราะเขียนตามสภาวะ แล้วแต่เหตุนะ ก็เลยไม่ได้เขียนต่อ เหมือนหลายๆเรื่อง ที่เขียนค้างๆไว้

วันนี้เจ้านายคุยเรื่องสมาธิ

เขาถามว่า อย่างงี้ สัตว์ทุกตัว ก็มีสมาธิเหมือนๆกันสิ

เราตอบว่า ใช่ เพียงแต่ สัตว์ ไม่สามารถ นำสมาธิที่มีอยู่ มาพัฒนาได้ แตกต่างกับคนตรงนี้

คนสามารถทำสมาธิที่มีมาตั้งแต่เกิด มาพัฒนาได้ โดยการ สร้างสภาวะ สัมปชัญญะให้เกิด การรู้เห็นตามความเป็นจริง หรือที่เเรียกว่า สัมมาทิฏฐิ จึงเกิดขึ้นได้เพราะเหตุนี้

สัปปายะ

สัปปายะเหมาะกับตัวเองมากๆ สภาพอากาศ ลมแรงทั้งวัน เหมาะแก่การทำสมาธิ

วันนี้ ทำสมาธิเกือบทั้งวัน ช่วงไหนเจ้านายใช้เครื่อง เราก็ทำสมาธิ สติกับสมาธิสมดุลย์ ไม่มีหลับ รู้สึกตัวเนืองๆ รู้ชัดอยู่ภายใน เสียงเพลง ที่เจ้านายเปิดดังอยู่ ไม่มีผลต่อสภาวะภายใน คือ ข้างนอกดับ ข้างในรู้

จริงๆแล้ว ถ้าสภาวะนี้เกิดในช่วงกลางคืน เมื่อก่อนเป็นอยู่ระยะหนึ่ง มีความไม่ชอบใจในสภาวะ เพราะยังอยากหลับนอนแบบปกติ เหมือนที่เคยนอนหลับ ไม่ใช่สภาวะแบบนี้ ไม่หลับไม่นอน มีแต่สมาธิ สติรู้ชัดอยู่ภายใน

ถึงแม้เช้ามา ไม่มีอ่อนเพลีย ไม่เมื่อย ก็ตาม ยังคงมีความไม่ชอบใจสภาวะนี้อยู่ ช่วงหลังๆ ไม่นอนโซฟา กลับมานอนพื้น

เริ่มกลับมาหลับปกติ คือ รู้ขณะจิตเป็นสมาธิอยู่ จนกระทั่งหลับ เวลาตื่นก็รู้ที่กาย ถ้าเป็นแบบนี้ ไม่มีความ ไม่ชอบใจ เพราะยังหลับแบบปกติ ไม่ใช่ แบบจิตเป็นสมาธิ รู้สึกตัวเนืองๆแบบนั้น

เมื่อรู้ชัดในสัปปายะ สามารถปรับเปลี่ยนตัวเอง ตามเหตุปัจจัยได้ เช่น ความแตกต่างระหว่าง นอนพื้น กับนอนบนโซฟา

การนอนบนโซฟา สามารถปรับเอนนอนตามต้องการได้ จิตจึงเป็นสมาธิได้นาน มีสติรู้อยู่เนืองๆ

ส่วนการนอนพื้น จิตเป็นสมาธิก่อนนอนทุกคืน แล้วหลับสนิท ไม่มารู้สึกตัวทั้งคืน แบบนอนที่โซฟา

ที่ทำทุกวันนี้ ไม่มีความอยากรู้อะไรมาก เพียงตั้งใจเรียนรู้สภาวะไปเรื่อยๆ รู้ไปทีละเล็กละน้อย เหมือนหยดน้ำลงตุ่ม ปล่อยน้ำหยดไปเรื่อยๆ มีน้ำไว้กิน ดื่มใช้ตลอด ไม่มีวันหมด

เห็นแต่เหตุ

เห็นแต่เหตุของการเกิด เห็นแบบนั้นจริงๆ ทุกๆครั้ง ที่ผัสสะเกิด

ผู้ที่คิดแนะนำ หรือ คิดสอนผู้อื่นก็ดี นั่นแหละ เหตุปัจจัยของการสร้างเหตุของการเกิด

สอนเขา แนะนำเขา พอสภาวะเกิดขึ้นกับตัวเอง เหตุของความไม่รู้ที่มีอยู่ ย่อมไม่รู้ว่า เกิดขึ้นจากอะไร ย่อมหลงสร้างเหตุของการเกิด

นี่แหละ ภพชาติเกิดขึ้นเนืองๆ เพราะเหตุนี้ เหตุมี ผลย่อมมี

แล้วจะไปโทษใครได้ ล้วนเกิดจากเหตุปัจจัย ที่มีอยู่เท่านั้นเอง ทั้งเขาและเรา ล้วนไม่แตกต่างกัน

รู้ที่จิต จบที่จิต ทำได้ทุกๆขณะ ภพชาติสั้นลง

 

เบื่ออออ


เช้านี้ โดนสภาวะเบื่อเล่นงาน แบบไม่รู้ตัว

ครั้งก่อน เคยพูดไว้ว่า ยอมรับสภาวะเบื่อ ได้มากขึ้น ไม่มีความรู้สึกไม่ชอบ แบบก่อนๆ วันนี้โดนบททดสอบ มองเห็นใจที่เป็นทุกข์ กับสภาวะที่เกิดขึ้น

ทำสมาธิตั้งแต่เช้า 

ทนไม่ได้จริงๆกับสภาวะเบื่อที่เกิดขึ้น ตั้งใจจะซักผ้า ไม่มีกำลังใจที่จะซัก หันกลับมาทำสมาธิแทน มีความรู้สึกตัวเป็นระยะๆ เป็นเวลา ๔ ชม.

ใจสงบนิ่ง รู้อยู่แต่กาย ความคิดส่วนมาก คิดเรื่องการแบ่งเวลาไปวัด โดยไม่ส่งผลกระทบกับเจ้านาย

จริงๆแล้ว เจ้านายไม่เคยว่าอะไรเลย ออกปากอนุญาติด้วยซ้ำว่า ถ้าอยากไป ไปได้เลย ไม่เป็นไร ด้วยความเกรงใจที่มีอยู่ จิตจึงคิดเรื่องเวลา

เราเพียงแค่ดู แค่รู้ ความรู้สึกเหล่านั้นไปเรื่อยๆ ไม่มีคล้อยตาม ไม่มีต่อต้าน เพราะรู้ดีว่า เมื่อถึงเวลา เหตุปัจจัยพร้อม จะรู้ดีว่า ควรทำอย่างไร เพียงแต่ช่วงนี้ จิต วิตก วิจาร ขึ้นมาเอง จะเกิดเป็นบางครั้ง ไม่แน่นอน

Previous Older Entries

ธันวาคม 2012
พฤ อา
« พ.ย.   ม.ค. »
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: