อตฺตาหิ อตฺโนนาโถ

ภิกษุทั้งหลาย ความรู้สึกได้เกิดขึ้นแก่เราว่า ผลวิบากแห่งกรรม ๓ อย่างนี้แล

ที่ทำให้เรามีฤทธิ์มาก… มีอานุภาพมาก… คือ

(๑) ทาน การให้

(๒) ทมะ การบีบบังคับใจ,

(๓) สัญญมะ การสำรวมระวัง, ดังนี้
อิติวุ. ขุ. ๒๕/๒๔๐/๒๐๐.

ทาน การให้ หมายถึง การให้อภัย ต่อความไม่รู้ของผู้อื่น
ทมะ การบีบบังคับใจ หมายถึง ความอดทน อดกลั้น กดข่มจิต ไม่ให้คล้อยตามกิเลส ได้แก่ ความยินดี/ยินร้าย ที่เกิดขึ้นโดยมีตัณหา ได้แก่ ความทะยานอยาก เป็นตัวหนุนนำ เป็นแรงผลักดัน ก่อให้เกิด เป็นการกระทำออกไป

สัญญะ ทมะ การสำรวมระวัง หมายถึง เป็นผู้มีสติ รู้อยู่กับปัจจุบัน ได้แก่ รู้ชัดอยู่ใน กาย เวทนา จิต ธรรม

จิตที่ถูกฝึกอย่างต่อเนื่อง ย่อมมี ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ได้แก่ มีสติ สัมปชัญญะ เป็นที่พึ่งแห่งตน

เรื่องนอกตัว ที่ทำให้เกิด ความรู้สึกยินดี/ยินร้าย เกิดขึ้น ล้วนเป็นเหตุปัจจัยที่มีอยู่ เพียงรู้ไปตามความเป็นจริง ของสิ่งที่เกิดขึ้นในจิต

รู้ที่จิต จบที่จิต อย่าปล่อยให้เกิดการกระทำออกไป

อดทน อดกลั้น แล้วทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ย่อมจบลงไปตามเหตุปัจจัย ของสิ่งๆนั้น และจากเหตุปัจจัย ของตัวเราเอง คือ ไม่สานต่อ

โฆษณา

ศิล สมาธิ ปัญญา

ภิกษุ ท. ! ถ้าภิกษุหากจำนง ว่า

“เราพึงเป็นที่รัก ที่เจริญใจ ที่เคารพ ที่ยกย่อง ของเพื่อนผู้ประพฤติพรหมจรรย์ด้วยกันทั้งหลาย” ดังนี้ก็ดี,…

ภิกษุ ท. ! ถ้าภิกษุหากจำนง ว่า “เราพึงเป็นผู้มีลาภ…
ภิกษุ ท. ! ถ้าภิกษุหากจำนง ว่า “เราพึงอดทนได้ซึ่งความไม่ยินดี และความยินดี…
ภิกษุ ท. ! ถ้าภิกษุหากจำนง ว่า “เราพึงอดทนความขลาดกลัวได้…
ภิกษุ ท. ! ถ้าภิกษุหากจำนง ว่า “เราพึงได้ตามต้องการ ได้ไม่ยาก ได้

ไม่ลำบาก ซึ่งฌานทั้ง ๔…

ภิกษุ ท. ! ถ้าภิกษุหากจำนง ว่า “เราพึงเป็นโสดาบัน …
ภิกษุ ท. ! ถ้าภิกษุหากจำนง ว่า “เราพึงเป็นสกทาคามี …
ภิกษุ ท. ! ถ้าภิกษุหากจำนง ว่า “เราพึงเป็นโอปปาติก (อนาคามี) ดังนี้ก็ดี,…

ภิกษุ ท. ! ถ้าภิกษุหากจำนง ว่า

“เราพึงทำให้แจ้งเจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติ อันหาอาสวะมิได้ เพราะความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย ด้วยปัญญาอันยิ่งเอง ในทิฏฐธรรมเทียว เข้าถึงแล้วแลอยู่” ดังนี้ก็ดี,

เธอพึงทำให้บริบูรณ์ในศีลทั้งหลาย
พึงตามประกอบในธรรมเป็นเครื่องสงบ แห่งจิตในภายใน
เป็นผู้ไม่เหินห่างในฌาน ประกอบพร้อมแล้วด้วยวิปัสสนา
และให้วัตรแห่งผู้อยู่สุญญาคารทั้งหลายเจริญงอกงามเถิด
มู. ม. ๑๒/๕๘/๗๓.

หมายเหตุ:

เธอพึงทำให้บริบูรณ์ในศีลทั้งหลาย หมายถึง หยุดสร้างเหตุนอกตัว

พึงตามประกอบในธรรมเป็นเครื่องสงบ แห่งจิตในภายใน หมายถึง ฝึกจิตให้ตั้งมั่น(สมาธิ)

เป็นผู้ไม่เหินห่างในฌาน หมายถึง ระดับของสมาธิ ในสภาวะต่างๆ เรียกตาม องค์ประกอบของสภาวะ ที่เกิดขึ้น ณ ขณะนั้นๆ

ประกอบพร้อมแล้วด้วยวิปัสสนา หมายถึง ความรู้สึกตัวทั่วพร้อม ขณะจิตเป็นสมาธิอยู่ หรือ มีความรู้สึกตัวเกิดขึ้นร่วม ขณะจิตเป็นสมาธิ

และให้วัตรแห่งผู้อยู่สุญญาคารทั้งหลายเจริญงอกงามเถิด หมายถึง สัมมาทิฏฐิ คือ ปราศจาก ความมีตัวตน เข้าไปเกี่ยวข้อง ในสภาวะที่กำลังเกิดขึ้น ขณะจิตเป็นสมาธิอยู่

จงเชื่อพระพุทธเจ้า

จงเชื่อพระพุทธเจ้า

ไม่ใช่เชื่อ ในคำสอนของพระผู้มีพระภาค จงเชื่อมั่นในสิ่งที่พระองค์ ทรงกระทำและทรงแสดงไว้ เป็นตัวอย่าง

คำสอน ที่มีปรากฏอยู่ในปัจจุบัน สักแต่ว่า ตัวหนังสือ แปรเปลี่ยนไปตามเหตุปัจจัย (คำแปลหรือ การตีความ) ตามยุค ตามสมัย ตามเหตุปัจจัยของผู้นั้น ในยุคนั้น สมัยนั้น

ใครเชื่อใคร หรือไม่มาเชื่อกัน ล้วนเกิดจากเหตุของตนเองทั้งสิ้น

ฉะนั้น อย่ากล่าวโทษนอกตัว ทำนองว่า คนนั้นสอนผิด คนนี้

สอนถูก วิธีนี้ผิด วิธีนี้ถูก
เพราะ ไม่มีผิด ไม่มีถูก มีแต่เหตุปัจจัย ที่สร้างขึ้นมาด้วยตัวเอง

ใครทำ ผู้นั้น ย่อมรับผล ไม่ใช่ คนอื่นทำ แล้วตัวเอง เป็นผู้รับผล
เหตุของใคร ก็เหตุของคนนั้น โยนให้กันไม่ได้

ทำตัวเหมือนเด็กฝึกพูด เวลาอะไรเกิด
เพราะ กรูๆๆๆๆๆ ไม่ใช่ เพราะ แกรๆๆๆๆๆๆๆ

หากทำแค่พอกิน เหมือนตำข้าวสารกรอกหม้อ เปรียบเสมือน ทุกข์บ้าง สุขบ้าง ตามเหตุปัจจัยที่มีอยู่
ถ้ามีสภาวะแบบนี้ ก็ทำไปตามเหตุปัจจัย

สุขก็ทำบ้าง ทุกข์ก็ทำบ้าง จะเป็นแบบนั้น ส่วนมาก ชีวิตลุ่มๆดอนๆ ไปเรื่อยๆ เหมือนสิ่งที่ทำอยู่

หากทำให้มั่นคง ไม่มีตกต่ำ สิ่งที่สำคัญ หยุดสร้างเหตุนอกตัว ปฏิบัติต่อเนื่อง
ทุกๆสิ่ง ที่เกิดขึ้น จะดำเนิน ไปตามเหตุปัจจัยเอง

คุ้มค่า จนหยดสุดท้าย

คุ้มค่า จนหยดสุดท้าย

ที่อยู่ปัจจุบัน เป็นคอนโด หรือตึกสูง ๑๘ ชั้น แล้วแต่จะเรียกนะ มันก็คือ ตกสูงน่ะแหละ

ค่าน้ำที่นี่ เขากำนดหลักการใช้ คือ ต้องจ่าย ๑๕๐ บาท ต่อเดือน ให้ใช้น้ำได้ ๘ ยูนิต เกินจากนั้น จ่ายยูนิตละ ๑๘ บาท ส่วนใครใช้ไม่เกินจากที่กำหนด ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม มีค่าส่วนกลางด้วย ไฟหลวง จ่ายตามจริง

ที่ห้อง ใช้เครื่องซักผ้า ขนาด ๑๓ กิโล ของโตชิบา รุ่นใหม่ ใช้น้ำมากพอสมควร เวลาซัก จึง

ต้องใช้ให้คุ้ม

ทุกๆครั้ง ที่ปั่นผ้า เวลาน้ำซักผ้าไหลออกมา เยอะมาก ใจก็คิดนะ น้ำไหลลงท่อหมด เสียดายจัง เคยนั่งรอง นำไปล้างห้องน้ำต่อ สุดท้าย ขี้เกียจ เพราะ ไม่ทันใจ ไหนจะต้องเอาผ้าตากอีก เลยเลิก แต่ใจยังมีคิดอยู่บ้าง ในบางครั้ง

มาพักหลัง ท่อระบายน้ำด้านหลัง ระบบระบายไม่ค่อยดี ใช้สารชีวภาพอยู่พัก ท่อดีขึ้นมา ต่อมาที่โลตัสเลิกขายมัง เพราะหาไม่เจอ ไม่มีใช้ ท่อเริ่มกลับมาสภาพเดิม เป็นเหตุให้ เลิกล้างชามกลางคืน เจ้านายกลับมืด กินเสร็จ ล้างน้ำเปล่า แล้วเอาชามใส่กาละมัง เอาฝาครอบปิดไว้อีกที เช้ามา จึงล้าง

ทำแบบนี้ ทำให้ไม่มีน้ำขัง ตรงระเบียง ไม่มีกลิ่นอาหารค้าง เช้าๆลมพัดมา มีแต่กลิ่นต้นไม้ ใบหญ้าแทน

พลิกวิกฤต ให้เป็นโอกาส

จากท่อระบายไม่ดี เวลาซักผ้า น้ำระบายช้า เป็นเหตุให้ น้ำขังเต็มหลังห้อง ก็ตักน้ำนั้น ใส่กระแป๋ง นำไปขัดล้างห้องน้ำ เสร็จแล้ว ใช้น้ำสะอาด ล้างซ้ำอีกที เรียกว่า ใช้คุ้มค่าจนหยดสุดท้าย

ถ้าถามว่า แล้วล้างชามแบบนี้ เปลืองน้ำไหม

ไม่เปลืองนะ เพราะ ที่ห้อง ทั้งห้องน้ำ และหลังห้อง มีถังดำใบใหญ่ อย่างละ ๑ ถัง จะปล่อยน้ำไหล แบบเบาๆ มิเตอร์ ไม่ขยับ หรือขยับบ้าง แล้วแต่ความแรงของน้ำ ทำแบบนี้ มาตลอด ทั้งน้ำอาบ และน้ำใช้ เดือนหนึ่ง อย่างมาก ใช้น้ำประมาณ ๕ ยูนิต

เจ้านาย ชอบตักน้ำอาบ ไม่อาบฝักบัว แต่น้อยมาก อ่างอาบน้ำมี แต่ไม่ใช้กัน เปลืองน้ำมาก

มีอยู่ครั้งหนึ่ง ที่เกิน ๘ ยูนิต ยังคิดเลยว่า เกินได้ยังไง ตั้งแต่นั้นมา เริ่มดูมิเตอร์ และจดบันทึกไว้เป็นหลักฐาน

ธันวาคม 2012
พฤ อา
« พ.ย.   ม.ค. »
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: