มรรค

มรรค

ละนันทิ จิตหลุดพ้น

กัสสป ! หนทางมีอยู่ ปฏิปทามีอยู่
ซึ่งผู้ปฏิบัติตามแล้ว จักรู้ได้เอง จักเห็นได้เอง.
สี. ที. ๙/๒๐๙-๒๑๐/๒๖๕.

ภิกษุทั้งหลาย ! เราจักแสดงซึ่ง มิจฉาปฏิปทา และสัมมาปฏิปทา แก่พวกเธอ
เธอทั้งหลาย จงฟังซึ่งข้อความนั้น.

ภิกษุทั้งหลาย ! มิจฉาปฏิปทา เป็นอย่างไรเล่า ?
มิจฉาปฏิปทานี้คือ มิจฉาทิฐิ มิจฉาสังกัปปะ
มิจฉาวาจา มิจฉากัมมันตะ มิจฉาอาชีวะ
มิจฉาวายามะ มิจฉาสติ มิจฉาสมาธิ.

ภิกษุทั้งหลาย ! นี้เรียกว่า มิจฉาปฏิปทา.

ภิกษุทั้งหลาย ! สัมมาปฏิปทา เป็นอย่างไรเล่า ?
สัมมาปฏิปทานี้คือ สัมมาทิฐิ สัมมาสังกัปปะ
สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ
สัมมาวายามะ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ.

ภิกษุทั้งหลาย ! นี้เรียกว่า สัมมาปฏิปทา.
มหาวาร. สํ. ๑๙/๒๒-๒๓/๖๕-๖๗.

หลายๆคน เมื่ออ่านข้อความเหล่านี้ อาจจะมีความสงสัย อะไรคือ มิจฉา อะไรคือ สัมมา แล้วจะรู้ได้อย่างไร?

ถึงแม้เป็นตัวหนังสือ ล้วนมีสภาวะ หรือสิ่งที่เกิดขึ้น แฝงหรือซ้อน ซ่อนอยู่ ในคำเรียกนั้นๆ ไม่แตกต่างกับคำเรียกอื่นๆ เช่น ยืน เดิน นั่ง นอน กิน ดื่ม ถ่ายฯลฯ

การที่จะรู้หรือเห็น ตามความเป็นจริง ของสภาวะ หรือ คำเรียกต่างๆ ที่มีปรากฏอยู่
ต้องอาศัย การทำความเพียร หรือ การปฏิบัติ อย่างต่อเนื่อง

เมื่อถึงเวลา เหตุปัจจัยพร้อม เป็นเหตุให้ รู้หรือเห็นตามความเป็นจริง ของสภาวะที่แท้จริง ของสิ่งที่เกิดขึ้น หรือคำเรียกต่างๆ

บทความต่างๆ ที่ปรากฏอยู่ เห็นอยู่ ที่ได้ศึกษา ได้อ่าน หรือได้ฟังมาก็ดี
ผู้เขียน หรือ ผู้พูด รู้แค่ไหน ย่อมเขียนหรือพูด ได้แค่นั้น ตามเหตุปัจจัยของผู้นั้น ที่มีอยู่(กิเลส) และเป็นอยู่(การสร้างเหตุ)

ผู้มีศรัทธา หรือ ผู้มีปัญญา(สัญญาเก่า) ไม่ใช่การได้เปรียบ หรือเสียเปรียบ หรือ นำมาวัดผล ของการปฏิบัติ ได้เลย

แต่การทำความเพียรอย่างต่อเนื่อง และการสร้างเหตุ ที่เป็นตัววัดผล ซึ่งเป็นเหตุให้เกิด การรู้เห็นตามความเป็นจริง ของสภาวะนั้นๆได้

คำสอนของพระผู้มีพระภาค ทรงสอนตามเหตุปัจจัย หรือสภาวะของคนนั้น ใช่ว่า นำมาปฏิบัติตาม จะได้ผลเหมือนกันหรือไม่ แล้วแต่เหตุปัจจัยที่มีอยู่ และที่กำลังสร้าง ให้เกิด ขึ้นมาใหม่

มรรค หรือ วิธีการ จึงไม่ใช่เรื่องยาก หรือง่าย แต่ขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัย ของผู้ปฏิบัติ

คำว่า แม้อรหันต์ผู้ปัญญาวิมุตติ ต่างก็เป็นได้เพียง แค่มัคคานุคา (ผู้เดินตาม มรรคมาทีหลัง) นี้

หมายถึง แม้แต่พระอรหันต์ ก็ไม่พ้นจากเหตุปัจจัย แรกเริ่มปฏิบัติ ก่อนจะบรรลุถึง ความเป็นอรหันต์ หรือ ผู้สิ้นกิเลส

คำว่า มัคคานุตา หรือ ผู้เดินตาม มรรค มาทีหลัง หมายถึง โยคี ผู้ปฏิบัติทุกรูปทุกนาม เริ่มต้นครั้งแรก ย่อมดำเนินตามเหตุปัจจัยของตนที่มีอยู่ จึงชื่อว่า ผู้เดินตาม

เดินตามหรือปฏิบัติตามเหตุปัจจัยของตน คือ มีเหตุให้ต้องปฏิบัติ เช่น ประสพกับความทุกข์/สุข ในชีวิต หรือ ปฏิบัติเพราะ ความศรัทธาในตัวผู้สอน
หรือ อ่านบทความนั้นๆ แล้วเกิดความอยากลองเรียนรู้ ด้วยตนเองฯลฯ

สิ่งต่างๆเหล่านี้ เรียกว่า ผู้เดินตาม คือ เดินตามทางที่ผู้อื่น ได้เดินมาแล้ว ซึ่งเกิดจาก เหตุปัจจัยที่มีอยู่กับ สิ่งนั้นหรือ แนวทางนั้นๆ ซึ่งแปรเปลี่ยนไปตามเหตุปัจจัยของโยคี หรือผู้ปฏิบัติ

“แม้อรหันต์ผู้ปัญญาวิมุตติ ต่างก็เป็นได้เพียง แค่มัคคานุคา (ผู้เดินตาม มรรคมาทีหลัง)”

เวลาดูความหมาย ควรดูคำทั้งหมด ในรูปประโยค

คำว่า มรรค มี ๒ ความหมาย 

๑. มรรค หมายถึง วิธีการ หรือ แนวทางปฏิบัติ

ได้แก่ แนวทางปฏิบัติของแต่ละคน จึงชื่อว่า ผู้เดินตาม โดยเริ่มต้นจาก การแนะนำของผู้อื่นก็ดี หรือ เริ่มต้นจากการอ่านก็ดี แตกต่างไปตามเหตุปัจจัย ของแต่ละคน

๒. มรรค หมายถึง มรรค มีองค์ ๘

ฉะนั้น คำว่า มรรค มาทีหลัง จึงหมายถึง โยคี ผู้ปฏิบัติ ทำความเพียรจนกว่า สัมมาทิฏฐิเกิด มรรค มีองค์ ๘ ย่อมเกิดขึ้น ตามเหตุปัจจัย

จึงชื่อว่า มรรค หรือ มรรค มีองค์ ๘ มาทีหลัง

พระอรหันต์ ก็ไม่พ้นจากเหตุปัจจัยนี้

หมายเหตุ:

เวลาพูดเรื่อง “มรรค” จะดูองค์ประกอบของประโยคทั้งหมด มรรคในแต่ละประโยค แตกต่างไปตามเหตุปัจจัย

ถ้าถามว่า แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่า ความหมายของมรรค แต่ละคำนั้น อันใดถูกต้องตามสภาวะ หรือผิดจากความเป็นจริง

อย่างที่เคยพูดๆไว้บ้างแล้ว จะรู้ว่าถูกหรือผิดนั้น ให้ดูการกระทำ หากนำไปสร้างเหตุนอกตัว เป็นเหตุให้เกิด วิวาทะกับผู้อื่น

นั่นแหละคือ ผิด ผิดจากความเป็นจริง สภาวะที่แท้จริง จะไม่ไปทะเลาะกับใคร มีแค่รู้ แล้วจบ

ใครจะเห็นต่างยังไง นั่นเหตุของเขา เพราะ เป็นเพียงสภาวะสัญญาเท่านั้นเอง สติเป็นตัวขุดแคะงัดแงะขึ้นมา

คำว่าถูกหรือผิด ล้วนเป็นเพียง ความรู้สึกนึกคิด ที่เกิดจาก สัญญาของแต่ละคน แตกต่างไปตามเหตุปัจจัยที่มีอยู่ และที่กำลังสร้างขึ้นมาใหม่

เหมือนเวลาที่ใครส่งอะไรมาให้อ่าน ก็อ่าน แต่ไม่เก็บเข้ามาเป็นอารมณ์ รู้ของแต่ละคน แตกต่างกันไป สิ่งที่เขารู้ บางสิ่ง ใช่ว่า เราจะรู้ ฉะนั้น รู้ไว้ ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม มีแต่ได้ ไม่มีเสีย

โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

ธันวาคม 2012
พฤ อา
« พ.ย.   ม.ค. »
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: