๓๐ มีค.๕๕ (กระชับสุด สั้นสุด)

นั่ง ๒ ชม.

ความเป็นกัลยาณมิตร คือ ผู้ที่ชักชวนกันสร้างเหตุของการตัดภพตัดชาติ

เชื่อกันก็เพราะเหตุ

ไม่เชื่อกันก็เพราะเหตุ

ทำตามเหตุปัจจัย อย่าทำด้วยใจทะยานอยาก หยุดสร้างเหตุนอกตัว

หมั่นรู้ชัดภายในกายและจิตเนืองๆ ทุกๆคำถามจะมีคำตอบ โดยไม่ต้องไปหาคำตอบนอกตัว

เพราะจะเห็นแต่เหตุ แล้วก็เหตุ

การดับต้องดับที่ต้นเหตุ คือ ดับความมีตัวตนที่ยังมีอยู่/เขา เรา ได้แก่ การนำความรู้สึกนึกคิดที่มีอยู่ ไปตัดสินสิ่งที่เกิดขึ้นว่าถูก/ผิด ดี/ชั่ว

 

กระชับสุด สั้นสุด

สิ่งใดเกิดขึ้น ดูที่ใจ รู้ที่ใจ ยอมรับไปตามความเป็นจริง

หยุดสร้างเหตุลงไปตามแรงผลักดันของกิเลสที่เกิดขึ้นจากผัสสะเป็นเหตุปัจจัย คิดก็ให้รู้ว่าคิด แต่อย่าสร้างเหตุอกไป

 

สิ่งที่ควรทำ

หมั่นสร้างเหตุของการรู้ชัดอยู่ภายในกายและจิต เท่าที่โอกาสหรือสภาวะเอื้ออำนวย

หากหยุดสร้างเหตุภายนอก ไม่ว่าจะด้วยความรู้สึกนึกคิดใดๆก็ตาม เมื่อหยุดการกระทำได้ ทุกๆสภาวะจะดำเนินไปตามเหตุปัจจัยเอง

หากยังไม่หยุด สภาวะจะหมุนๆวนๆ เดิมๆซ้ำๆ อยู่อย่างนั้น ตามเหตุปัจจัยที่มีอยู่

เหตุมี ผลย่อมมี เหตุไม่มี ผลย่อมไม่มี

 

ความอิสระทางจิต

เมื่อปฏิบัติเพื่อจิตที่เป็นอิสระ ไม่ควรกดข่มกิเลสหรือความรู้สึกนึกคิดต่างๆที่เกิดขึ้น ปล่อยให้ทุกอย่าง ทุกความรู้สึกนึกคิดเกิดขึ้นตามความเป็นจริง

อย่านำความมีตัวตนที่ยีงมีอยู่เข้าไปเกี่ยวข้องกับความรู้สึกนึกคิดที่เกิดขึ้นว่า สิ่งนั้นดี/คิดได้ สิ่งนี้ไม่ดี/ไม่ควรคิด

 

จงปล่อยให้จิตเป็นอิสระ

อย่าปิดกั้นจิต โดยติดอยู่กับคำว่าดี ชั่ว ถูก ผิด ฯลฯ เมื่อไม่ปิดกั้นจิต จิตย่อมเห็นตามความเป็นจริงในสิ่งที่จิตยังคงมีและยังเป็นอยู่เกิดขึ้นที่จิตตามความเป็นจริง

 

สิ่งที่ควรทำ

คือ กดข่มและอดกลั้น ได้แก่ การกระทำ ไม่ควรกระทำสิ่งใดลงไปตามความรู้สึกนึกคิดที่เกิดขึ้นแรงผลักดันของกิเลสที่เกิดขึ้นในจิต ที่เกิดจากผัสสะเป็นเหตุปัจจัย

โฆษณา

รู้กับไม่รู้

รู้แล้ว ทั้งเข็ด ทั้งกลัว ไม่คิดจะแตะต้อง ต่อให้ถูกฆ่า ไม่มีการโต้ตอบ มีแต่ยอม แล้วก็ยอม เพราะรู้ว่า ภพชาติ น่ากลัวกว่า

แค่ทุกข์ใจ ไม่ตายหรอก เดี๋ยวก็จบลงเอง ตามเหตุปัจจัย

ทุกข์ เพราะ อุปทานที่ยังมีอยู่ ดีกว่า สร้างเหตุออกไป

ไม่รู้ มีแต่ กล่าวโทษนอกตัว มีแต่การสร้างเหตุของการเกิด ไม่รู้จบ

ฆราวาสคับแคบเป็นทางมาแห่งธุลี บรรพชาเป็นทางปลอดโปร่ง

ฆราวาสคับแคบเป็นทางมาแห่งธุลี
บรรพชาเป็นทางปลอดโปร่ง

เพราะเหตุนี้ พระพุทธเจ้า สอนคนทั่วไป สอนแต่สติปัฏฐาน ๔(ดับภพชาติปัจจุบัน)

สอนภิกษุ สอนให้อยู่แต่สุญญตา/สุญญคารเนืองๆ แต่ใช้คำเรียกโดยรวมว่า สติปัฏฐาน ๔ ปัจจุบันเรียก มหาสติปัฏฐาน(ดับภพชาติในวัฏฏสงสาร)

เป็นที่มาของ สติปัฏฐาน ๔ ฝ่ายสมถะ และ สติปัฏฐาน ๔/มหาสติปัฏฐาน ฝ่าย วิปัสสนา

ฆราวาสคับแคบเป็นทางมาแห่งธุลี
บรรพชาเป็นทางปลอดโปร่ง

มีนาคม 2013
พฤ อา
« ก.พ.   เม.ย. »
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031

คลังเก็บ

%d bloggers like this: