วันวิสาขบูชา

เจ้านายได้หยุด ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ รู้สึกดีใจจริงๆ จะได้ไปวัดด้วยกัน

ไปวันศุกร์เช้า กลับวันอาทิตย์

ชีวิตของเราสองคน การพูดคุย มีแต่เรื่องสภาวะและการปฏิบัติ เรื่องอื่นๆน้อยมาก ที่จะพูดคุยกัน ในเรื่องอื่นๆ

ก่อนนอน เจ้านายจะเปิดหลวงพ่อพุธฟังทุกคืน จิตเขาจะเป็นสมาธิได้ง่าย เพราะถูกจริตกับหลวงพ่อพุธ

ต่างคนต่างนอนบนโซฟาของตัวเอง นอนคนละทิศ เมื่อก่อนเจ้านายนอนโซฟาคนเดียว ส่วนวลัยพรเพิ่งมานอนโซฟา เนื่องจากมีอาการปวดเข่า นอนโซฟารู้สึกดีขึ้น มีที่พักแขนด้านข้าง ใช้เข่าวางได้ เวลานอนงอเข่า

ตั้งแต่นอนโซฟา รู้สึกสภาวะเริ่มดีขึ้น เริ่มรู้จักคำว่าหลับแบบกระร่อยกระริบมากขึ้น รู้ว่าแบบนี้หลับ ถึงจะแว๊บเดียว ส่วนมากที่รู้คือ จิตเป็นสมาธิ แล้วสักพัก ดับหายไป

โซฟาแบบนั่ง ตัวที่ซื้อมานี่ จะปรับเอนตามน้ำหนักตัว จึงไม่ราบไปกับพื้น เหมือนกึ่งนั่งกึ่งนอน ชอบนี้นะ ดีกว่านอนราบ จะรู้สึกตัวเกือบทั้งคืน ได้ยินแต่เสียงหัวใจเต้น และชีพจรตามจุดต่างๆของร่างกายเต้น

 

วันนี้ มีความสุข เพราะได้ทำสมาธิ หลายชม.

สุข/ทุกข์ ล้วนไม่เที่ยง ตามตำราเป๊ะ ธรรมดานะ แต่ยังอดพูดไม่ได้

เขียนๆออกมาน่ะดี จะได้เห็นสิ่งที่ตนเองยังมีอยุ่และเป็นอยู่ ไม่ใช่ถูกกดข่มไว้ด้วยอำนาจสมาธิ

สมาธิ มีทั้งดีและเสีย

มีมากไป อารมณ์ความรู้สึกนึกคิดต่างๆ ถูกกดข่ม ทำให้มองไม่เห็นตามความเป็นจริง ที่เป็นจริงของตนเอง ที่ยังมีอยู่และเป็นอยู่

มีน้อยไป เห็นความรู้สึกนึกคิดได้ชัด ทำให้รุ้สึกหงุดหงิดง่าย เห็นแต่ทุกข์ชัดเจน

ถ้ามีพอดี กำลังเหมาะ สภาวะจะปกติไม่มีอะไร อารมณ์ปกติ เห็นสิ่งที่ตนเองมีอยู่ อย่างรู้สึกปกติ ดำเนินชีวิตแบบปกติ ไม่ค่อยเกิดทุกข์แบบนิ่นนาน คือ รู้ว่า มี แต่จิตเกาะเกี่ยวอยู่ไม่นาน

 

สิ่งที่ตั้งใจไว้

เมื่อรู้เส้นทางนี้ได้ชัด จึงรู้ว่า ควรทำอย่างไร

ตั้งใจไว้ว่า จะไปเรียน(วัด) ไปสองวัน เว้นหนึ่งวัน แล้วไปอีกสองว้น ถ้าทำได้อย่างนี้ทุกอาทิตย์ เชื่อว่า สภาวะดีขึ้นอย่างแน่นอน

แต่ตอนนี้ สิ่งที่เป็นเหตุอยู่คือ ความขี้เกียจ ไม่อยากทำอะไรเลย งานบ้านก็ไม่อยากทำ เสื้อผ้า ไม่อยากรีด มองทุกอย่าง เป็นภาระไปหมด ช่วงนี้ สภาวะจิตเห็นแก่ตัว เกิดขึ้นชัดจริงๆ

โฆษณา

ส่งผลหมด

ไม่ว่าคุณจะแสดงอะไร อย่างไร ทั้งทางความคิด คำพูด และการกระทำ ล้วนส่งผลหมด ไม่ว่าจะเจตนาหรือไม่เจตนาก็ตาม และไม่ว่าคนๆนั้น จะเป็นใครก็ตาม ทั้งกระทำ และผู้ที่ถูกกระทำ

ฉะนั้น เมื่อมุ่งหน้ามาทางนี้แล้ว หมั่นดูแลกายและจิตของตัวเอง ควบคุมกายไม่ให้เกิดการกระทำ ตามใจกิเลส

ดูความรู้สึกนึกคิดที่เกิดขึ้น รู้สึกนึกคิดอย่างไร รู้ไปตามนั้น นั่นแหละ คือ สิ่งที่ยังมีอยู่ และเป็นอยู่จริง การใช้คำบริกรรมภาวนาสำทับลงไป เช่น คิดหนอๆๆๆๆ ล้วนเป็นการกดข่มจิต ให้หยุดคิด การหยุดความรู้สึกนึกคิด แต่หยุดได้ชั่วคราว

ตราบใดที่ยังมีกิเลส ความรู้สึกนึกคิดต่างๆ สามารถเกิดขึ้นได้เนืองๆ เพราะ เป็นเรื่องปกติของกิเลส

เพียงยอมรับไป ว่าตัวเองมีอยู่ และเป็นจริงตามนั้น อย่าติดดี อย่าเอาแต่ดี แล้วปฏิเสธความเลวของตนที่ยังมีอยู่

ไม่ว่าจะเป็นการปรามาส เพราะมีเหตุปัจจัยต่อกัน จึงมีการคิดปรามาส แม้กระทั่งพูดออกมา มันเป็นเรื่องปกติ ไม่ต้องไปกดข่ม เพียงแค่รู้ไปตามความเป็นจริง ยอมรับไปตามนั้น

การทำความเพียร สำคัญมาก ทำบ้างไม่ทำบ้าง ทำแบบลุ่มๆดอนๆ ผลที่ได้รับ ก็ลุ่มๆดอนๆ ตามเหตุ

ดูตัวอย่างวลัยพร อยู่ที่ห้องทำทุกวัน ผลคือ มีความขยันในการทำงาน ไม่มีขี้เกียจ ไม่มีเกี่ยงงอน

พอไปอยู่ที่โน่น ถูกให้เรียนรู้สภาวะที่ไม่มีสัปปายะเหมาะกับสภาวะการปฏิบัติของตนเอง แรกๆขาดการปฏิบัติ เพราะรื้อเก็บงานทั้งวัน ไม่มีเวลาว่างเลย ถึงแม้จิตเป็นสมาธิ สมาธิแบบนี้ เกิดเป็นปกติของคนทำงาน เพียงแต่จะมีสติรู้ว่า เกิดขึ้นหรือไม่ เท่านั้นเอง

ถึงแม้จะขาดระยะไปบางช่วง เริ่มปรับตัวเองให้เข้ากับสถานที่มากขึ้น แต่กับคน ยากจริงๆ ต้องเงียบอย่างเดียว ยิ้มอย่างเดียว แล้วจะปลอดภัย อย่าตอบสนองสิ่งภายนอก ยามผัสสะเกิด

ผลของการทำไม่ต่อเนื่อง เหตุจากเหตุของตนเอง ที่ยังมีเหตุปัจจัยอยู่ นี่กลับมานานแล้ว สภาวะยังกระท่อนกระแท่น ยังไม่เข้าที่เข้าทาง

ชีวิตนี้ รู้สึกเหนื่อยจริงๆ ทั้งกายและใจ เหนื่อยมากๆเลยนะ

กับดัก

เส้นทางนี้ มีกับดักตลอดทาง นั่นคือ หลุมพรางของกิเลส มีตลอดเส้นทาง ต้องมีสติในการเดิน ไม่งั้นจะตกหลุมพรางของกิเลสได้

อะไรที่ทำแล้ว เบียดเบียนผู้อื่น นั่นแหละ หลุมพราง

อะไรที่ทำแล้ว เบียดเบียนตัวเอง นั่นแหละหลุมพราง

เส้นทาง ต้องเดินสายกลาง มีแต่ดูตัวเอง ไม่ใช่ไปดูนอกตัว นอกตัวหรือสิ่งที่เกิดขึ้น ที่็เป็นเหตุให้ เกิดความรู้สึกนึกคิดต่างๆนาๆ นั่นแหละ เหตุปัจจัยที่มีอยู่ ได้แก่ กิเลส นั่นเอง

อย่าไปตกหลุมพราง จากการยั่วยุของกิเลสภายใน เพราะจะทำให้ มีแต่การสร้างเหตุของการเกิดภพชาติ ไม่รู้จบ

สักแต่ว่า ดู สักแต่ว่ารู้ สักแต่ว่าเห็น

สิ่งที่เกิดขึ้นภายนอก ไม่สามารถบังคับให้เกิดขึ้น หรือให้ดับหายไปได้ ไม่ใช่เพราะใคร หรืออะไร ดลบันดาลให้เป็นไป เกิดขึ้นก็เพราะเหตุ ดับก็เพราะเหตุ

ทุกสรรสิ่ง ล้วนมีเหตุปัจจัยของสิ่งๆนั้น ไม่ใช่เกิดจากการบังคับบัญชาของใครหรืออะไร แต่อย่างใดเลย

 

สบาย

วันนี้สบาย ได้กำไร ๖ ชม. เดี๋ยวนี้จะปล่อยปะละเลยกับสภาวะขณะจิตเป็นสมาธิไม่ได้ เมื่อก่อนปล่อยนะ ไม่ใส่ใจ อยากเป็นก็เป็น แค่รู้ว่าเป็นเท่านั้นเอง

สภาวะช่วงหลัง เจออาการหงุดหงิดง่าย นิดๆหน่อยๆ ก็หงุดหงิด ทั้งๆที่ไม่น่าจะเกิดอาการแบบนั้น

วันนี้ พอรู้ว่า จิตกำลังจะเป็นสมาธิ ถือโอกาสทำทันที จึงได้กำไรไปแบบสบายๆ ๖ ชม. เป็นการสะสมการรู้ชัดในสภาวะมากขึ้น

พอได้พักเต็มที่ในสมาธิ มีรู้สึกตัวบ้าง เป็นระยะๆ แต่จิตยังคงเป็นสมาธิต่อเนื่อง นี่แหละผลของเหตุ ที่เคยแนะนำให้คนนอนทำสมาธิ เมื่อเขาบอกว่า เขาไม่มีเวลา

ท้องเสีย

เรื่องของสภาวะ บางครั้งบางสภาวะที่เกิดขึ้น ต้องปล่อยๆออกมา ปล่อยออกมาให้หมดแล้ว สบาย เหมือนคนท้องเสีย เพราะ อาหารเป็นพิษ

ต้องถ่ายออกมาให้หมด สลับกับการกินยา คือ ทำสมาธิ เมื่อจิตเป็นสมาธิ อาการของโรค ก็สงบลงไปเป็นระยะๆ

สองวันมานี่ เล่นเอาสบักสะบอม มีแต่ความเป็นทุกข์ และรู้สึกเบื่อหน่าย ยิ่งนัก

เช้านี้ เล่าให้เจ้านายฟัง บอกว่า จิตมันจะคิดๆๆๆนะ มันคิดแต่จะอยู่คนเดียว ไปอยู่ตามป่า ตามถ้ำ ที่ไม่มีคน อาหารมื้อเดียวก็พอแล้ว ขอให้มีน้ำดื่มก็พอ

บอกกับเจ้านายว่า ถ้าไม่รู้ชัดสภาวะมาก่อน ต้องขอเจ้านายไปตามนั้นแน่ แต่เพราะรู้ว่า มันเป็นสภาวะของอุปกิเลส ที่มาหลอกล่อเรา ให้กระทำตามความอยากที่เกิดขึ้น

เหตุการณ์ข้างหน้า ไม่สามารถคาดเดาได้ ไปคิดแบบนั้น มันก็แค่กิเลสมาหลอกเท่านั้นเอง เคยเจอสภาวะนี้มาหลายครั้งแล้ว ได้แค่รู้ ไม่คล้อยตาม

บอกกับเจ้านายว่า การอยู่ตามป่า ตามถ้ำ อยู่แบบสงบ นั่นแหละ กิเลสของความสงบ ลากไปกินหมด จะดูสภาวะที่แท้จริง ที่มีอยู่ และเป็นอยู่ ให้ดูผัสสะ ดูสิ่งที่เกิดขึ้น ตามความเป็นจริง ดูความรู้สึกนึกคิดที่เกิดขึ้น ที่เกิดจากกิเลสที่มีอยู่ ดูตรงนั้น ไม่ใช่ไปหลงความสงบ

เมื่อก่อน ตอนนั้นยังไม่ได้อยู่กับเจ้านาย อยู่กับเพื่อน การปฏิบัติ ไม่ยุ่งกับใคร ไม่คลุกคลีกับใคร กิเลสไม่มีกำเริบ ทำให้หลงสภาวะไปพักหนึ่ง เหตุจาก ความสงบนี่แหละ เพราะไม่ไปยุ่งกับใครๆ

บอกกับเจ้านายว่า ตราบใดที่ยังไม่แจ้งนิพพาน อย่าบวชนะ เพราะจะโดนกิเลสอามิสบูชาเล่นงานเอา ตอนนี้ผู้คนกำลังคลั่งไคล้ พระปฏิบัติ เป็นวิบากกรมของพระปฏิบัติในยุคนี้ เสร็จอามิสบูชาเป็นแถว

แล้วที่ประกาศๆว่า ไม่ขอเกิดอีกแล้ว อันนี้อย่าไปว่ากัน และอย่าไปสำคัญผิดว่า ผู้ที่ประกาศแบบนั้น เขาได้อะไร หรือเป็นอะไร อย่าไปยึดติด อย่าไปหลงวาทะ

เพราะ ใครๆก็สามรถทำได้แบบนั้น วลัยพรยังประกาศเลย ชอบพูดประจำว่า ไม่ขอเกิดอีกแล้ว ที่พูดแบบนั้น ตัวเองก็สร้างเหตุของการไม่เกิด

คือ มุ่งดับเหตุที่ตนยังมีอยู่ ไม่สนใจว่าใครจะคิดอย่างไร ก็ปากของฉัน ฉันอยากพูด มันก็เรื่องของฉัน ให้ดูการกระทำประกอบด้วย ไม่ใช่แค่คำพูด

ฉะนั้น ตามข่าวฮิตตอนนี้ เรื่อง การประกาศ ไม่ขอเกิดอีกต่อไป อย่าไปว่าเขา อันนี้เรื่องปกติ ทุกคนมีสิทธิ์พูดได้ เหมือนกันหมด

เหตุเนื่องจาก คำพูดทำนองว่า “ชาติหน้า ไม่ขอเกิดอีกต่อไป” ยังไม่ได้ถูกจดลิกขสิทธิ์ ฮ่าๆๆๆๆ

สภาวะสัญญา

กำลังถูกทบทวน โดยสภาวะสัญญา

ไม่ชอบมากๆ กับสภาวะนี้ เห็นแต่ความไม่ชอบใจกับสภาวะในช่วงนี้ ของตัวเอง

เล่าให้เจ้านายฟัง บางครั้ง สันดานดิบ จะเกิดขึ้น ยามที่ไม่ชอบใจสภาวะนั้นๆ

อย่างเมื่อวานนี้ จนกระทั่งวันนี้ เมื่อไม่ชอบใจมากๆ ยามที่สภาวะสัญญาต่างๆเกิดขึ้น จิตจะหยาบคายมาก มันจะพูดเองว่า

ไม่รู้อะไรเลยโว๊ย ไม่ต้องมาให้รู้ได้ไหม ฉันไม่ได้อยากสอนใคร ใครเข้ามาอ่าน เขาก้รู้กันเอง จะให้รู้อะไร ทำไมนักหนา

แค่ชีวิตของตัวเอง ทุกวันนี้ ก็ทุกข์จะตายห่าอยู่แล้ว ฉันมันแค่ผู้หญิง จะไปทำอะไรได้ ไม่อยากรู้ พอคิดแบบนี้ จิตสงบลงไปชั่วครู่ นี่เกิดอีกแล้ว

ช่วงนี้ หงุดหงิดชะมัด ต้องอาศัยการทำสมาธิช่วย สงบลงไปเป็นพักๆ ตราบใดที่ยังมีเหตุ ก็เกิดขึ้นอีก

ไม่รู้เหมือนกันว่า มีชีวิตอยู่ได้ยังไง ดีไม่บ้าไปเสียก่อน ก่อนหน้านี้ มีแต่คิดอยากจะตาย อยากตายจริงๆ ไม่อยากมีชีวิตอยู่ ชีวิตมันช่างน่าเบื่อจริงๆ ความรู้สึกของคนที่อยากฆ่าตัวตาย รู้สึกได้ดี เพราะ เคยผ่านมาแล้ว การฆ่าตัวตาย ตอนวัยเด็ก

ไม่รู้จักกลางวัน กลางคืน รู้แค่ว่า ถ้าท้องฟ้าสว่าง มีพระอาทิตย์ นั่นคือ กลางวัน ท้องฟ้ามืด มีดวงจันทร์บ้าง ไม่มีบ้าง นั่นคือ มืด

ปัจจุบัน ไม่รู้จักสิ่งที่เรียกว่า นอนหลับ รู้แต่สิ่งที่เรียกว่า จิตเป็นสมาธิ คนที่ไม่เคยหลับ ไม่เคยนอน ไม่รู้เหมือนกันว่า มีชีวิตอยู่ได้ยังไง

อาหาร เริ่มไม่รู้จักคำว่า อร่อย รู้แค่ว่า ต้องจับใส่ปาก เพื่อไม่ให้ร่างกายเกิดเวทนา

ช่วงนี้ บอกตามตรง ทุกข์เฟ้ย อยากมีชีวิตเหมือนเดิม นอนหลับได้ปกติ กินอาหารอร่อย แค่รู้วิธีการ และทำตามก็พอแล้ว

ฉันรู้สึกทุกข์กับชีวิตของตนเองจริงๆ ณ ตอนนี้

พฤษภาคม 2013
พฤ อา
« เม.ย.   มิ.ย. »
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: