สมถะและวิปัสสนา

เมื่อก่อน เป็นคนยึดติดกับคำเรียก จึงมักมีการสร้างวิวาทะกับผู้อื่นเนืองๆ

เมื่อถึงจุดๆหนึ่ง คำเรียกหรือสมมุติบัญญัติเหล่านั้น ค่อยๆลดลงไป ทุเลาลง

ไม่ว่าจะเป็นการปฏิบัติแบบไหนๆ รูปแบบไหน หากทำแล้ว ทำให้ กิเลสต่างๆ โลภะ โทสะ โมหะ ตัณหา ความทะยานอยากทั้งหลายลดลง หรือเบาบางลง ใช้ได้หมด

คือ ถูกทาง ไม่จำเป็นต้องรู้ปริยัติหรือคำเรียกตามสมมุติบัญญัติที่มีอยู่ เสมอไป

ที่ยังมี เรียกนั่น เรียกนี่ คือ ยังมีความยึดมั่นถือมั่น ในสมมุติบัญญัตินั้นๆอยู่

เดี่ยวนี้เลิกสร้างวิวาทะกับผู้อื่น ใครจะเรียกว่า อะไร อย่างไร ปล่อยไป เพราะล้วนเกิดจากเหตุปัจจัยของแต่ละคน

ส่วนการเขียนเรื่องราวของสภาวะ ทั้งคำเรียก ยังคงเขียนไปเรื่อยๆ เลิกแก้ไขบทความเก่าๆ เพราะเคยเขียนบอกไว้แล้วว่า อดีต คือ ความผิดพลาดที่มีอยู่ ให้อ่านบทความปัจจุบัน

ที่ไม่แก้ไข เพื่อเป็นตัวอย่างให้ เห็นเรื่องความผิดพลาด ทั้งสภาวะการปฏิบัติ และการดำเนินชีวิต

สิ่งที่มองเห็นอยู่อย่างหนึ่งคือ ความโง่

คนโง่(หลง) มักชอบอวด ชอบแสดงตนว่า ฉลาด

เมื่อคิดว่า ตนฉลาดกว่าผู้อื่น ตนดีกว่าผู้อื่น แม้กระทั่งรูปแบบการปฏิบัติ มักชอบใช้คำกล่าวเบียดเบียน เปรียบเทียบกับแนวทางอื่น หรือผู้อื่นเนืองๆ

นี่แหละ ความโง่(หลง) ที่มีอยู่ แต่ไม่รู้ว่าโง่ จึงหลงสร้างเหตุใหม่ให้เกิดขึ้นเนืองๆ กิเลสจึงบดบังสภาวะ ไม่ให้ผู้นั้น เห็นตามความเป็นจริง เหตุจาก อุปทานที่มีอยู่

โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

กรกฎาคม 2013
พฤ อา
« มิ.ย.   ส.ค. »
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: