อยากมี อยากเป็น

เรื่องราวของสภาวะ หรือ สิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเกิดแบบไหน หรือขณะใดก็ตาม

อย่าไปยึดมั่นถือมั่น เพราะ สภาวะแปรเปลี่ยนตลอดเวลา

ถ้ามีการยึดมั่นถือมั่น สภาวะนั้นๆ จะกลายเป็น อุปกิเลส ไปทันที ซึ่งมีผลต่อการปฏิบัติ

ถ้าคิดว่า บรรลุธรรมหรือได้อะไร เป็นอะไร ก็คิดไปเถอะ คิดแล้ว มีความสุข ก็คิดไปเถอะ

หรือเป็นจริงๆ ก็ชั่งหัวมัน

เหตุเพราะ ความมีและความเป็นนั้น สามารถทำให้หยุดสร้างเหตุนอกตัวได้ไหม ถ้าได้ ก็เป็นไปเถอะ

ถ้าไม่ได้ ก็เป็นไปเถอะ ถ้าอยากเป็น

โฆษณา

ปฏิบัติสมควรแก่ธรรม/หยุดสร้างเหตุนอกตัว

ภิกษุ ท. ! ธาตุที่สามารถสลัดซึ่งสิ่งที่ควรสลัด (นิสฺสารณิยธาตุ) ๕
อย่างเหล่านี้ มีอยู่. ห้าอย่างอย่างไรเล่า ?

ห้าอย่างคือ :-

ภิกษุ ท. ! ในกรณีนี้คือ เมื่อภิกษุ กระทำในใจอยู่ซึ่งกามทั้งหลาย,
จิตก็ไม่แล่นไป ไม่เลื่อมใส ไม่ตั้งอยู่ ไม่น้อมไป ในกามทั้งหลาย ;

แต่เมื่อภิกษุนั้น กระทำในใจอยู่ซึ่งเนกขัมมะ,
จิตก็แล่นไป ก็เลื่อมใส ก็ตั้งอยู่ ก็น้อมไป ในเนกขัมมะ.

จิตของเธอนั้น ชื่อว่าถึงดี อบรมดี ออกดี หลุดพ้นดีปราศจาก กามทั้งหลายด้วยดี ;
และเธอนั้นหลุดพ้นแล้ว จากอาสวะทั้งหลายอันทำ ความคับแค้นและเร่าร้อน
ที่เกิดเพราะกามเป็นปัจจัย ; เธอก็ไม่ต้องเสวยเวทนานั้น.

อาการอย่างนี้ นี้ เรากล่าวว่า ธาตุเป็นเครื่องสลัดเสียซึ่งกามทั้งหลาย.
ภิกษุ ท. ! ข้ออื่นยังมีอีก,
คือ เมื่อภิกษุ กระทำในใจอยู่ซึ่งพ๎ยาบาท,
จิตก็ไม่แล่นไป ไม่เลื่อมใส ไม่ตั้งอยู่ ไม่น้อมไป ในพ๎ยาบาท;

แต่เมื่อภิกษุนั้น กระทำในใจอยู่ซึ่งอัพ๎ยาบาท,
จิตก็แล่นไป ก็เลื่อมใส ก็ตั้งอยู่ ก็น้อมไป ในอัพ๎ยาบาท.

จิตของเธอนั้น ชื่อว่าถึงดี อบรมดี ออกดี หลุดพ้นดี ปราศจากพ๎ยาบาทด้วยดี;
และเธอนั้นหลุดพ้นจากอาสวะทั้งหลาย อันทำความคับแค้น และเร่าร้อน
ที่เกิดเพราะพ๎ยาบาทเป็นปัจจัย; เธอก็ไม่ต้องเสวยเวทนานั้น.

อาการอย่างนี้ นี้ เรากล่าวว่า ธาตุเป็นเครื่องสลัดเสียซึ่งพ๎ยาบาท.

ภิกษุ ท. ! ข้ออื่นยังมีอีก,
คือ เมื่อภิกษุ กระทำในใจอยู่ซึ่งวิหิงสา,
จิตก็ไม่แล่นไป ไม่เลื่อมใส ไม่ตั้งอยู่ ไม่น้อมไป ในวิหิงสา ;

แต่เมื่อภิกษุนั้น กระทำในใจอยู่ซึ่งอวิหิงสา,
จิตก็แล่นไป ก็เลื่อมใส ก็ตั้งอยู่ ก็น้อมไป ในอวิหิงสา,

จิตของเธอนั้น ชื่อว่าถึงดี อบรมดี ออกดี หลุดพ้นดี ปราศจาก วิหิงสาด้วยดี;
และเธอนั้นหลุดพ้นแล้ว จากอาสวะทั้งหลาย อันทำความคับแค้น และเร่าร้อน
ที่เกิดเพราะวิหิงสาเป็นปัจจัย; เธอก็ไม่ต้องเสวยเวทนานั้น.

อาการอย่างนี้ นี้เรากล่าวว่า ธาตุเป็นเครื่องสลัดเสียซึ่งวิหิงสา.
ภิกษุ ท. ! ข้ออื่นยังมีอีก,
คือ เมื่อภิกษุ กระทำในใจอยู่ซึ่งรูปทั้งหลาย,
จิตก็ไม่แล่นไป ไม่เลื่อมใส ไม่ตั้งอยู่ ไม่น้อมไป ในรูปทั้งหลาย ;

แต่เมื่อ ภิกษุนั้น กระทำในใจอยู่ซึ่งอรูป,
จิตก็แล่นไป ก็เลื่อมใส ก็ตั้งอยู่ ก็น้อมไป ในอรูป.

จิตของเธอนั้น ชื่อว่าถึงดี อบรมดี ออกดี หลุดพ้นดี ปราศจากรูปทั้งหลายด้วยดี;
และเธอนั้นหลุดพ้นแล้ว จากอาสวะทั้งหลาย อันทำความคับแค้นและเร่าร้อน
ที่เกิดเพราะรูปทั้งหลายเป็นปัจจัย; เธอก็ไม่ต้องเสวยเวทนานั้น.

อาการอย่างนี้ นี้เรากล่าวว่า ธาตุเป็นเครื่องสลัดเสียซึ่งรูปทั้งหลาย.

ภิกษุ ท. ! ข้ออื่นยังมีอีก, คือ
เมื่อภิกษุ กระทำในใจอยู่ซึ่งสักกายะ (ความยึดถือว่าตัวตน),
จิตก็ไม่แล่นไป ไม่เลื่อมใส ไม่ตั้งอยู่ ไม่น้อมไปในสักกายะ;

แต่เมื่อภิกษุนั้น กระทำในใจอยู่ซึ่งความดับแห่งสักกายะ,
จิตก็แล่นไป ก็เลื่อมใส ก็ตั้งอยู่ ก็น้อมไป ในความดับแห่งสักกายะ,

จิตของเธอนั้น ชื่อว่าถึงดี อบรมดี ออกดี หลุดพ้นดี ปราศจากสักกายะด้วยดี;
และเธอนั้นหลุดพ้นแล้ว จากอาสวะทั้งหลาย อันทำความคับแค้นและเร่าร้อน
ที่เกิดเพราะสักกายะ เป็นปัจจัย ; เธอก็ไม่ต้องเสวยเวทนานั้น.

อาการอย่างนี้ นี้เรากล่าวว่า ธาตุเป็นเครื่องสลัดเสียซึ่ง สักกายะ.

นันทิ (ความเพลิน) ในกาม ก็ไม่นอนตาม (ในจิต) ของเธอ;
นันทิในพ๎ยาบาท ก็ไม่นอนตาม (ในจิต) ของเธอ;
นันทิในวิหิงสา ก็ไม่นอนตาม (ในจิต)ของเธอ ;
นันทิในรูป ก็ไม่นอนตาม (ในจิต) ของเธอ ;
นันทิในสักกายะ ก็ไม่นอนตาม (ในจิต) ของเธอ.

เธอนั้น เมื่อกามนันทิก็ไม่นอนตาม พ๎ยาปาท นันทิก็ไม่นอนตาม วิหิงสานันทิก็ไม่นอนตาม รูปนันทิก็ไม่นอนตาม สักกายนันทิก็ไม่นอนตาม ดังนี้แล้ว ;

ภิกษุ ท. ! เรากล่าวภิกษุนี้ว่า ปราศจากอาลัยตัดตัณหาขาดแล้ว รื้อถอนสังโยชน์ได้แล้ว กระทำที่สุด แห่งกองทุกข์ได้แล้ว เพราะรู้เฉพาะซึ่งมานะโดยชอบ.

ภิกษุ ท. ! เหล่านี้แล ธาตุที่สามารถสลัดซึ่งสิ่งที่ควรสลัด ๕ อย่าง.
– ปญฺจก. อํ. ๒๒/๒๗๒/๒๐๐.

หมายเหตุ:

เมื่อผัสสะเกิด(สิ่งที่เกิดขึ้น) เช่น ตาเห็น หูได้ยินฯลฯ เป็นเหตุให้ มีความรู้สึกนึกคิดต่างๆ เกิดขึ้น ให้แค่รู้ ไม่สร้างเหตุออกไป ตามความรู้สึกนึกคิดที่เกิดขึ้น เป็นวิธีการ ดับเหตุของการเกิดภพชาติปัจจุบัน ให้สั้นลงไปเรื่อยๆ

ชั่วขณะ ที่เกิดผัสสะ แล้วไม่สร้างเหตุออกไป ตามความรู้สึกนึกคิดที่เกิดขึ้น เป็นการสลัดซึ่งสิ่งที่ควรสลัด ตามธรรมบทข้างบน

ดับผัสสะ

เมื่อมีรูปนาม สาฬายตนะจึงมี
เมื่อมีชีวิต หมายถึง กายและจิต อายตนะ ๖ จึงมี

เมื่อมีสาฬายตนะ จึงมีผัสสะ
เมื่อมีอายตนะ จึงมีผัสสะ เพราะ ผัสสะเกิดจาก การทำงานของอายตนะ ๖

ผัสสะสามารถเกิดได้ในคนเป็น คือ มีชีวิตอยู่ ได้แก่ กายและจิต คือ รูปนาม

ผัสสะสามารถเกิดได้ ขณะจิตเป็นสมาธิอยู่ และมีความรู้สึกตัวทั่วพร้อม(สติ สัมปชัญญะ) ได้แก่ ใจกับธรรมารมณ์ เช่น กามราคะ หรือ ปฏิฆะ แม้กระทั่งความคิด สามารถเกิดขึ้นได้ ขณะที่จิต เป็นสมาธิอยู่

ผัสสะไม่สามารถเกิดได้ในคนตาย เมื่อรูปนามดับ ได้แก่ กายและจิต

วิธีดับผัสสะ ได้แก่ การทำงานของอายตนะ ๖ ในคนเป็น ไม่สามารถดับได้

แต่สามารถดับเหตุของการเกิด ที่เกิดจาก ผัสสะ เป็นเหตุปัจจัย ได้โดย ไม่สร้างเหตุออกไป ตามความรู้สึกนึกคิดที่เกิดขึ้น

ว่างหรือไม่ว่าง

“เพียงมีสติอยู่กับลมหายใจไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น ที่เกิดกับผมก็คือ รูป1นาม3ดับไป หรืออธิบายย่อยๆอาตยนะทั้งหมดหายไปนั้นหมายความว่าพูดง่ายให้พอเข้าใจ รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสธัมมารมณ์ดับไป เหลือแต่วิญญาฯที่เป็นธาตุรู้ รับรู้ถึงความว่างเปล่าไม่มีอะไรนานสัก1นาที ก็กลับมาสู่สภาพเดิม”

เป็นเพียงแค่สภาวะ ขณะที่จิตเป็นสมาธิ และมีความรู้สึกตัวทั่วพร้อมในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่สามารถรู้ชัดได้ทั้งหมดเท่านั้นเอง

ถ้ารู้ชัดได้ทั้งหมด จะรู้ชัดในความว่าง ของความไม่ว่าง ที่ไม่ปรากฏซ้อนอยู่ เท่านั้นเอง นอกนั้น ไม่มีอะไร

สภาวะนี้ หากสมาธิมีกำลังมาก จะสามารถรู้ชัดในสภาวะความว่าง แต่รู้ว่ากายมีอยู่ แต่กายไม่ปรากฏ หากรู้แค่ความว่างปรากฏ แต่ไม่รู้ว่ากายมีอยู่ อันนี้ สมาธิมากเกินสติ

เหตุที่ สภาวะดังกล่าวมานี้ คือ รู้ชัดในความว่าง แค่ ๑ นาที เกิดจาก จิตตั้งมั่นได้ ไม่นานพอ เพราะกำลังสมาธิที่เกิดขึ้น ไม่มากพอนั่นเอง

หากกำลังสมาธิ ที่เกิดขึ้น มีมาก และมีความรู้สึกตัวทั่วพร้อม(สติ สัมปชัญญะ) จะเกิดขึ้นได้นานกว่านี้ มากกว่า ๑ ชม. ก็ยังได้

เพราะเป็นเรื่องปกติ ที่เกิดขึ้น ขณะจิตเป็นสมาธิอยู่

ในดีมีเสีย ในเสียมีดี

ข้อเสีย

หากรู้แล้วยึด นำไปสร้างเหตุกับผู้อื่น จะติดอุปกิเลส

ข้อดี

ทำให้เกิดความศรัทธามาก และทำให้มีกำลังใจ ตั้งใจทำความเพียร

หมายเหตุ:

ที่อธิบายได้ เพราะ ผ่านสภาวะนี้มาแล้ว ก็เคยหลงไปเหมือนกัน เพราะ ไม่รู้ว่าจะไปถามใคร และดันไปอ่าน ตำราสอบอารมณ์ เลยหลงหนัก ฮ่าๆๆๆ

แต่ก็หลุดจากอุปกิเลสนั้นได้ อาศัย การทำความเพียรอย่างต่อเนื่อง

กรกฎาคม 2013
พฤ อา
« มิ.ย.   ส.ค. »
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: